บันทึกการแสวงบุญ : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2014 – Part 2 วันแรกกับอีกฟากฝั่งของประกายแสง –

ต่อไปจะเข้าเรื่องจริงๆ แล้วค่ะ 

หลังจากมาถึงสนามบินนาริตะ พวกเราก็ขนกระเป๋ามาหาที่นั่งจัดการธุระให้เสร็จก่อน เจอเจ๊พยาบาลกับคุณลุงที่เจอที่สุวรรณภูมิอีกครั้ง เจ๊พยาบาลแกรอสามีมารับ ส่วนคุณลุงก็กลับบ้านแก สักพักสามีแกมารับ เราก็ยื่นเพรทซ์ต้มยำกุ้งให้เจ๊ แล้วถามว่าที่นี่มีขายมั้ย เจ๊บอกไม่มี เราเลยให้เป็นที่ระลึก ก็ทักทายกับเจ๊แล้วทางโน้นก็แยกย้ายไป

เรานึกถึงคำพูดที่ลุงคนนั้นพูดกับเราที่สุวรรณภูมิ

“สำหรับพวกเราน่ะ (ลุงกับเจ๊) เที่ยวบินนี้มันเหมือนเป็นการกลับบ้านตัวเองแล้ว เพราะกลับไปก็มีผ้าห่มมีเตียงอุ่นๆ รออยู่ แต่สำหรับหนูน่ะไม่ใช่ อาจจะกังวลแต่ยังไงก็พยายามเข้านะ ถ้าได้ฝึกได้พูดบ่อยๆ หนูน่าจะคล่องกว่านี้”

มันจะจริงรึเปล่านะ….

หลังจากนั้นเราก็เดินไปรับซิม b-mobile ที่ ปณ.นาริตะชั้น 4 มีหลงทางบ้าง ลืมของบ้าง เสียเวลาไปพอสมควร และก็ออกเดินทางสู่สถานีโตเกียว

อ้อ สำหรับคนตามทวิตเรา จะเห็นว่าเราโพสต์รูปกระจายมาก สัญญาณไม่เคยมีตกหรือขาดหาย แนะนำให้ใช้เลยค่ะ เราใช้อันลิมิต 14 วัน http://www.bmobile.ne.jp/english/product.html

ออกจากสนามบินไปจะขึ้นนาริตะเอกซ์เพรส ก็ซื้อ Kanto Pass 3 วัน บัตร Suica ตั๋วชินคันเซ็น บลาๆ เราก็ไม่ได้รู้อะไรหรอก ปล่อยเมฆฟ้าจัดการ+นำทางหมดเลย ถถถถถ

ข้างหน้าคือเมฆฟ้า ส่วนเราแอบถ่ายตอนนั่ง NEX lol

ตอนเช้าก็เดินเที่ยววังอิมพีเรียลกัน แต่เราจะไม่ลงรูปเยอะนะคะ บล็อกนี้มีไว้เพื่อไอมาสเท่านั้น 5555

เดินเที่ยวไป ถ่ายรูปไป เราออกจะเบื่อๆ นิดนึง คิดว่าเราคงไม่เหมาะกับพวกวัดหรือวัง ต้นซากุระเยอะมาก มาตอนหน้าซากุระบานน่าจะสวย

ระหว่างเดินเที่ยว เจอจุดหยุดพักก็งอแงขอเข้าพักหน่อย (ฮา) ซื้อไอติมอันนี้กินกับซุปข้าวโพดกระป๋อง อย่างละ 130 เยน รวมราคา 260 เยน ชอบพวกน้ำกระป๋องร้อนๆ ของญี่ปุ่นจัง

พอเดินเสร็จก็หาร้านอาหาร ระหว่างที่นั่งพักร้านอาหาร เมฆฟ้าก็เปิดๆ มือถือดูแล้วบอกว่า

“ไอมาสมีสติกเกอร์ไลน์แล้ว”

“!?”

เล่นกันตั้งแต่วันที่ตูมาถึงญี่ปุ่นวันแรกเลยทีเดียว เราไม่ได้เล่นไลน์หรอก แต่ก่อนมาญี่ปุ่นก็รีจิสเผื่อไว้ เอาไว้ติดต่อกับเพื่อนที่นัดเจอกัน ขอบคุณรูปจากเว็บ http://www.flashfly.net/

อ้อ แต่สุดท้ายพอกลับไทยมาก็ซื้อนะคะ (ฮา)

เดินจากวัง ย้อนกลับมาทางเดิมไปทางสถานีรถไฟใต้ดินที่พวกเราขึ้นมา ระหว่างทางเมฆฟ้าก็ชี้ให้ดูตึกนี้ เห็นว่ามันคือสถานที่โผล่ใน PV เพลง S**w H*l*ti** ของฝั่งโน้น

ลงเซอร์วิสซะหน่อย แฮ่

ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ ก็แวะห้างแถวนั้น ตึกมารุอะไรสักอย่าง แวะร้านอาหารจานเดียวกัน หมดไปพันเยน ข้าวหน้าเนื้อซัมติงอะไรสักอย่าง จำไม่ได้ละ หลังจากกินอิ่มอะไำรเรียบร้อย เราก็นั่งชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวไปไซตามะ ลงที่สถานีโอมิยะ แล้วต่อ JR ย้อนจากโอมิยะกลับมาที่สถานีชินโตชินอีกที (ใช่มั้ยคะ….เมฆฟ้า?)

ที่พักที่เมฆฟ้าจองไว้ให้คือ โรงแรมโตโยโกอินน์ สาขาไซตามะชินโตชินค่ะ พอลงที่สถานี JR ชินโตชินปุ๊บ ฝั่งตรงข้ามคือห้างชื่อ Cocoon (แล้วมีทางเดินเชื่อมตรงเป็นสะพานลอยจากสถานีไปถึงห้างด้วย) และหากเดินย้อนไปในทิศตรงข้ามกับทางไปห้างโคคูนจะเป็น SSA นั่นเอง

ถ้าลงบันไดเลื่อนมาข้างล่างแล้วเดินไปซ้ายมือประมาณ 5 นาทีจะถึงโรงแรม ใกล้มากเลยล่ะค่ะ พวกเราเดินลากกระเป๋าไปยังโรงแรมอย่างเมื่อยล้าเต็มที อารมณ์แบบ กรูอยากพักแล้วววววว ถ้าจำไม่ผิดก็ถึงโรงแรมช่วงสามโมงกว่าล่ะมั้ง เช็คอิน จ่ายค่าโรงแรมอะไรก่อน แต่ยังขึ้นไม่ได้ (ขึ้นได้ตอน 4 โมงเย็นค่ะ) ก็นั่งคุยสักพัก พอใกล้ๆ 4 โมงก็ถามเค้าว่าขึ้นไปได้รึยัง พอพนักงานบอกได้แล้วก็พยักหน้ากับเมฆฟ้าแล้วเอาของไปเก็บก่อน เรารีบโยนกระเป๋าลวกๆ เพราะมีภารกิจนึงที่จะพลาดไม่ได้ก่อนดูคอนเสิร์ต

ใช่ค่ะ นั่นคือการดูหนังโรง THE IDOLM@STER MOVIE : Kagayaki no Mukougawa e!

เรื่องนี้พวกเราวางแพลนกันตั้งแต่ก่อนมาแล้ว โรงที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ MOVIX ไซตามะ เราดูแผนที่จากกูเกิ้ลก็จำได้แค่ว่าออกจากโรงแรมเดินไปทางขวาเท่านั้นเอง เดินไปบ่นไปกับเมฆฟ้าว่าดูระยะทางจากแผนที่แล้วมันจะเดิน 5 นาทีถึงได้ยังไง กูเกิ้ลนี่ก็แหมมมมมม

รอบที่ตกลงจะดูกันคือ 16.20 น. เพราะหลังจากนั้นเหมือนมันจะเหลือแค่รอบ 3 ทุ่มแล้ว หนังความยาว 2 ชั่วโมง ถ้าดู 3 ทุ่มก็จบ 5 ทุ่ม ไม่ต้องทำอะไรละ ตอนออกจากโรงแรมนี่ก็อีกไม่กี่นาทีจะ 4 โมง เราก็รีบน่าดู กลัวจะหาไม่เจอ แต่เมฆฟ้าบอกไม่ต้องกลัว  MOVIX ไซตามะมันก็อยู่บนห้างโคคูนนั่นแหละ

ห่ะ?

เราก็ถามเมฆฟ้าเหมือนกันว่ารู้ได้ไง เมฆฟ้าบอกว่าดูแมปก็รู้หรืออะไรสักอย่าง เอาเถอะ รู้ที่แล้วพวกเราก็วิ่งรีบๆ ไปยัง MOVIX ไซตามะเพื่อดูหนัง

โชคดีว่าวันนั้นเป็น Men’s Day ตั๋วเลยลดราคาเหลือ 1000 เยน (แต่พวกเราผู้หญิงนะครัฟ…..เอาเถอะ) เลือกที่นั่งหลังสุดตรงกลาง 2 ที่ไป (คนโล่งมากกกกกกกกกค่ะ) พอซื้อตั๋วเดินออกมาปุ๊บ ก็นึกอะไรบางอย่างได้แล้วย้อนกลับไปถาม พนง.ขายตั๋ว

“ขอโทษค่ะ ของแถมหมดแล้วเหรอคะ”

“ขอโทษค่ะ หมดแล้ว”

คือมันวันพฤหัสอ่ะนะ พวกเราก็ไม่ได้หวังอะไรแต่แรก หลังจากนั้นก็รีบวิ่งไปโรง เราเข้าห้องน้ำก่อนนิดหน่อย เข้าไปในโรงปุ๊บ ก็กำลังฉายพวกโฆษณาอยู่ ทันพอดี

พอถึงที่นั่งก็ถอดโค้ทถอดอะไร จะบอกว่าแอร์โรงหนังแม่ม คือมรึงเปิดแอร์ป่าววะ! ร้อนสัสสสสสสสส ต้องนั่งทนแบบนั้นตลอด 2 ชั่วโมง ซ้ายมือเราเป็นผู้ชาย สั่งเซ็ตป๊อปคอร์นกับเครื่องดื่มของไอมาสมากินด้วย ข้างขวาก็เป็นเมฆฟ้า

ความประทับใจคร่าวๆ แบบไม่สปอยล์นะคะ ตรงไหนสปอยล์จะถมไว้

– เราประมูลมังกะตอน 0 ที่เป็นของแถมสัปดาห์ที่ 2 มาอ่านก่อนเดินทางแล้ว มีหลายจุดที่เชื่อมกันอย่างลงตัว เห็นแล้วก็ร้อง อ้อ เลยล่ะ

– ช่วงต้นเรื่องคือช่วงที่สนุกที่สุดในเรื่อง ดูไปต้องกลั้นขำกลั้นยิ้มไป

– อย่าคาดหวังว่าเนื้อเรื่องจะดีถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ได้ คือเรามีความรู้สึกว่าสไตล์การเขียนบทของคุณทาคาฮาชิ ทัตสึยะเหมาะกับตอนเรื่อยๆ สบายๆ ไม่ต้องมีไคลแม็กซ์อะไรมากกว่าหนังโรง

– คนคาดหวังโมเมนต์ฮารุจิฮะ ทาคายูคิคงพอยิ้มๆ ได้ล่ะมั้ง

– ไว้อาลัยให้งานภาพ……………………………………ส่วนที่งานภาพดีที่สุดคือส่วนที่ไร้สาระและไร้ความสำคัญที่สุด คุยกับตานิว ตานิวบอกว่าที่มันเผาเพราะทำไม่ทันแน่นอน ส่วนตัวเราคิดว่าอาจจะมีการปรับสตอรี่บอร์ดกลางคันอะไรทำนองนั้น เพราะคราวคอนเสิร์ต 8 ปีเมื่อปีที่แล้วรอบโยโกฮาม่า มีการอัดเสียงคนดูเพื่อมาใช้หนังโรง จำได้ว่ามีให้เรียกชื่อไอดอลด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ 

– จากข้อมูลอีเวนท์หนังโรงที่ จ.ทตโตริ ดูเหมือนว่าเดิมทีมูฟวี่มาสจะทำแค่ 70 นาทีเท่านั้น แล้วกลายเป็น 119 นาที และเพิ่มอีก 2 นาทีเป็น 121 นาที แต่ทางทีมงานไม่สามารถบอกได้ว่าอีก 2 นาทีนั่นทำไมถึงเพิ่มมา (คล้ายกับว่าเค้าจะมีกฎในวงการอยู่ว่าไม่ให้หนังยาวเกิน 2 ชั่วโมงค่ะ)

– ฉากคอนเสิร์ตนั้น มุมกล้องเทพมาก โคตรเทพๆๆๆๆๆ คาดว่าคนที่ดูแล้วร้องไห้คือคนที่เคยไปคอน 7 ปีมา เราเลยไม่รู้สึกอะไรมั้ง

– ความประทับใจเฉยๆ ค่ะ อาจจะเพราะเราดูครั้งเดียวแล้วดูตอนง่วงอีก แต่ดูเหมือนหนังโรงไอมาสซ่อนอะไรเล็กน้อยไว้มากมาย

อันนี้ไม่น่าสปอยล์เพราะเป็นภาพจาก PV

ถ้วยรางวัลที่ฮารุกะถืออยู่ เป็นโลโก้จาก Erikobu (ชื่อแฟนคลับของเซ็นเซย์)

อื่นๆ ที่มีคนรวบรวมไว้ในชื่อแท็ก #細かすぎて伝わらないアイマス劇場版 (หนังโรงไอมาสละเอียดเกินจนสื่อได้ไม่หมด) http://togetter.com/li/631264 สปอยล์ไส้แตก แต่ถ้าไม่เคยดูก็ไม่รู้หรอก

ซึ่งไว้หลังแผ่นออกจะมาดูอีกที

อ้าว สรุปก็ไม่มีสปอยล์เลยแฮะ

พอดูหนังเสร็จ ก็ไปเดินดูสินค้ากัน ซึ่งแทบไม่เหลืออะไรนอกจากเสื้อ โปสเตอร์ และแพมเพล็ต แพมเพล็ตจริงๆ ไม่ได้มีวางที่ชั้น แต่พอดีเห็นป้ายติดว่าอยากได้แพมเพล็ตให้บอก พนง. พวกเราเลยเดินไปบอกว่าจะซื้อ แล้ว พนง.ก็เข้าห้องเก็บของไปหยิบมาให้

ปัจจุบันก็ยังไม่ได้อ่านแพมเพล็ตค่ะ อยากหาปกมาห่อดีๆ ก่อนแล้วค่อยอ่าน ไม่อยากให้เลอะง่ะ

ส่วนทางด้านเมฆฟ้าเจอลายเซ็นนูบนสแตนด์ฮิบิกิ โปสเตอร์ด้วย ก็กรี๊ดกร๊าดกันไป เราไม่ได้ถ่ายมา ใครอยากเห็นไปติดต่อเมฆฟ้าเองนะคะ

พอหนังจบ เวลาก็ประมาณ 18.20 น.หลังจากนั้นก็เหมือนจะแวะร้านเซเว่นโฮลดิ้ง ซื้อข้าวไปให้แม่เมฆฟ้ารึเปล่านะ? (จำไม่ได้) พักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพวกเราก็ออกมาอีกทีเพื่อกินข้าว และถือโอกาสเดินไปสำรวจ SSA กับเคยาคิฮิโรบะไปในตัว เวลาตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่ม

ทางตอนเดินไปสถานีชินโตชิน ตึกทางซีกขวาของรูปที่มีห่วงกับไฟแว้บๆ คือ MOVIX ไซตามะค่ะ

ภาพ SSA ตอนถ่ายมุมไกลๆ จากสถานีชินโตชิน

เคยาคิฮิโรบะ

สถานที่นี้จะคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผีๆ จากทั่วประเทศในอีก 2 วันข้างหน้า

รูปนี้เดินผ่านเคยาคิฮิโรบะไปถึงด้านหน้าแล้ว

เราถ่ายรูปนี้พร้อมกับนึกในใจว่า อีก 3 วันเราจะต้องเข้าไปในที่แห่งนี้หรือนี่……..

จำไม่ได้ว่าถ่ายรูปก่อนกินข้าวเย็น หรือกินก่อนค่อยถ่ายรูปนี้ไว้ เดินเลือกนานเหมือนกัน สุดท้ายก็กินราเม็งที่ร้านชั้นใต้ดินใต้เคยาคิฮิโรบะ แวะร้านสึทายะ ลอว์สันด้วยอะไรด้วย สักพักเมฆฟ้าก็กลับโรงแรม ส่วนเราก็สำรวจแถวนี้ต่อ

สำรวจโคคูนซะหน่อย

อันนี้ถ่ายตรงทางเชื่อมระหว่างสถานีชินโตชินกับห้างโคคูนค่ะ

เจอกองหิมะโตๆ เลย จริงๆ ตอนเดินในโตเกียวช่วงกลางวันก็เจอข้างทางเป็นหย่อมๆ ตลอดเหมือนกัน

ป้ายโฆษณาข้างๆ MOVIX ไซตามะ

คิโนคุนิยะอยู่ชั้นล่าง แต่ตอนไปถึงก็ปิดร้านแล้ว

เดินสำรวจโคคูนสักพัก อยู่ๆ นิ้วเราเลือดออก เหมือนหนังมันถลอกแล้วฉีก ปกติกดๆ แป๊บเดียวเลือดก็หยุด นี่ล้างน้ำก็แล้ว อะไรก็แล้ว เลือดไม่หยุดซะที ก็กดน้ำถั่วแดงร้อนกินแล้วตัดสินใจเดินกลับโรงแรม ระหว่างทางก็แวะซื้อข้าวกล่องไว้กินเย็นพรุ่งนี้จากร้านสะดวกซื้อที่สถานีชินโตชิน

บ่นๆ เรื่องนี้ลงไทม์ไลน์ โมโมโกะบอกว่าอาจจะเพราะไม่ได้ทาแฮนด์ครีม ซึ่งปรากฏว่าใช่จริง กลับมาไทยไม่กี่วันแผลที่นิ้วหายเลย อยู่โน่นไม่หายซะที

แถวชินโตชินนี่สะดวกมากเลย มีทุกอย่างครบ ห้าง ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร ร้านอาหารสารพัด

กลับมาถึงห้องประมาณสี่ทุ่ม (เดินไปไหนมาวะเนี่ย ใกล้แค่นี้เอง…….) โรงแรมจะให้เลดี้เซ็ตสำหรับสุภาพสตรีมาด้วย มีพวกโลชั่นกับก้อนละลายน้ำเวลาลงอาบในอ่าง คือจะบอกว่าอีฟุโระนี่มันคือหลุมดำมากกกกกก แช่เป็นชั่วโมงด้วยความติดใจ ถถถถถถถถถถถ

โพสต์รูปในห้องหน่อย

แรกๆ ตกใจเลยว่าห้องเล็กมาก แต่มันก็พอดีแล้วล่ะนะ พักอยู่ชั้น 6 ค่ะ

กล่องบนโต๊ะคือกล่องทองม้วนที่จะเอาไปให้ผีนานาชาติ อาบน้ำเสร็จเราก็แกะของออกจากสัมภาระมานั่งจัด โดยเฉพาะพวกของฝากว่าจะเอาอะไรให้ใครบ้าง แล้วก็วางๆ ไว้ในห้อง ของคนที่จะให้วันที่ 23 ก็ใส่ตู้เซฟไว้ (คือมันไม่มีที่วาง)

ภาพวิวจากในห้อง

ว่าจะดูซากุระทริกสด ดูไม่ไหว พรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้า ไหนจะต้องรีบกลับมาซื้อของอีก ก็เลยนอน

เดินทั้งวัน ปวดขามากเลยค่ะ เท้าพองด้วย

หลับไปประมาณเวลา 01.45 น.

วันรุ่งขึ้นมีแพลนจะไปตลาดปลาสึคิจิกัน….เราคิดว่ามันคงไม่มีอะไร คงเที่ยวแป๊บเดียว หลังจากนั้นก็รีบกลับมาไซตามะเพื่อซื้อของหน้าคอนที่เปิดขายล่วงหน้า 1 วัน ทุกอย่างน่าจะเป็นไปได้สวย

แต่ตอนนั้นเรายังไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าวันที่ 21 ก.พ.จะเป็นวันที่ยาวนานที่สุดและผิดพลาดที่สุดในชีวิต….

To be continued in Part 3

Advertisements

3 thoughts on “บันทึกการแสวงบุญ : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2014 – Part 2 วันแรกกับอีกฟากฝั่งของประกายแสง –

  1. กลับมาจากวันนั้นเพิ่งจะรู้สึกอายตัวเองที่กรี๊ดกร๊าดไม่เกรงใจใคร Orz

  2. Pingback: iM@S Diary : To the other side of the sparkle… [3] | aoi-kumo no blog

  3. Pingback: บันทึกการแสวงบุญ : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2014 – Part 5 วันที่สี่ภาคจัดทัพ – | คุยเรื่องไอมาสของ DarkNeonP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s