บันทึกการแสวงบุญ : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2014 – Part 8 ภาคอำลา –

ออกมาจากอารีน่าปุ๊บ ก็วางสัมภาระ ใส่เสื้อโค้ทกันหนาวแล้วเดินออกมา พลางโอสึคาเระซามะทักทายคนที่เดินผ่าน 

เป้าหมายคือตึก docomo แถวๆ สถานีชินโตชิน

ใช่ สำหรับเรามันยังไม่จบ ยังเหลืออีกภารกิจนึงคือ

มีท P นานาชาติ…………….

อีเวนท์ที่กลัวจนไส้บิดมาตลอดทริป

รายละเอียดอีเวนท์ http://twipla.jp/events/80089

ทางเดินออกมาจาก SSA ค่อนข้างโล่งตลอดแนว อาจจะเพราะเรารีบออกมาแรกๆ มาถึงก็เจอกลุุ่่มคนยืนสมาคมถือป้าย ตะโกนวุ่นวายกันอยู่ก็รู้แหละว่าใช่แน่ เลยไปเข้าห้องน้ำอะไรให้เรียบร้อยค่อยรายงานตัว

การรวมพลค่อนข้างจะขลุกขลัก และเพื่อระบายคนไม่ให้แออัด กลุ่มไหนมาครบแล้วก็ไปร้านกันก่อน คนที่ดูแลกรุ๊ปผีไทยของพวกเราคือมิสเทียP

ร้านที่พวกเราจะไปยึดกันอยู่ใกล้สถานีโอมิยะ ต้องนั่งรถไฟไป

แต่ช้าก่อน จำภาพเหตุการณ์สถานีชินโตชินแตกของวันที่ 22 ได้หรือไม่

นั่นแหละ ถ้ามัวแต่ต่อคิวซื้อตั๋วล่ะก็กว่าจะถึงร้านกว่าจะอะไร แถมตั๋วคันโตพาสของเราก็หมดวันแล้วด้วย

ตอนนั้นเองมิสเทียP ตะโกนถาม

“ใครยังไม่มีตั๋วบ้างครับ”

เรายกมือ

“ยังค่ะ”

ก็ได้ตั๋วมา คนค่อนข้างเยอะและวุ่นวาย พอลงที่โอมิยะก็อ้าว คนอื่นไปไหน เดินหลงทางกับโมโมโกะสักพักก็ถามทางคนแถวนั้นจนเจอร้านโดยสวัสดิภาพ

ตรงมีทจะไม่ขอเล่าละเอียดมาก คือมันแออัดยัดเยียดมาก ไม่มีเวลาถ่ายรูป  เราก็เดินแจกทองม้วนที่ได้มา แลกนามบัตรไปเรื่อย พนักงานก็เอาอาหารมาเสิร์ฟอย่างยากลำบากเรื่อยๆ

โต๊ะที่เรากับโมโมโกะไปนั่ง รู้สึกจะนั่งกับผีเกาหลี 2 คน ก็คุยภาษาญี่ปุ่นกันค่ะ (ฮา) แลกนามบัตรคุยกันนิดเดียว เขาก็ลากลับไปก่อนเพราะกลัวไม่ทันรถไฟรอบสุดท้าย

มีผีไต้หวันเอาผลงานโดจินที่เค้าทำมาให้ฟรีๆ ด้วย ขอบคุณค่ะ

ขนมที่คนในมีทให้มา จริงๆ มีอีกนะ แต่ไม่ได้เอามาถ่ายและกินไปแล้ว

เราเอานามบัตรของเพื่อนๆ ทุกคนไปให้คาเนโกะซัง (คนเดียวกับที่บอกเราเรื่องร้าน Namco ในนาคาโนะบรอดเวย์นั่นแหละค่ะ) แล้วก็ขอแลกกับเขา เขาบอกว่ารอบนี้ไม่ได้ทำนามบัตรมา ก็ไม่เป็นไร ให้ไป คาเนโกะซังจะยุ่งวุ่นวายตลอดเวลาเพราะเป็นหนึ่งในคนประสานงานของมีตติ้งนี้ เช็คชื่อ เก็บเงิน โทรเช็คสารพัด เลยไม่ค่อยได้คุยกัน

เรามองหามิสเทียP เป็นพักๆ เพื่อจะคืนค่าตั๋วให้ พอเขามาเราก็เอาไปคืน เขาบอกว่าต้องจ่ายคาเนโกะซังนะ เอาไปให้ คาเนโกะซังก็บอก “ไม่เอาๆ” ให้เท่าไหร่แกก็ไม่เอา

แอบตั้งใจว่ารอบหน้าจะนัดเจอให้แกพาไปเที่ยวบาร์เอเรีย 51 เอาของฝากไปฝากด้วย

สักพักนึง คิดว่ามิสเทียP ล่ะมั้งที่ประกาศว่ามีเค้กให้จิฮายะ พวกเราทุกคนโบกไซเลียมสีน้ำเงินพร้อมกับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้จิฮายะ

หน้าตาเค้ก

แต่เราไม่ได้กินเค้กนะคะ

หลังจากนั้นมีการละเล่นแปลกๆ อย่างเช่น เอาไซเลียมจุ่มแก้วน้ำ (…….) เพื่อให้เป็นแก้วน้ำส่องแสง พวกแกจะบ้าเรอะ!

พีญี่ปุ่นที่ไปร่วมงานก็มี เขาถามเราว่าคอนเสิร์ตเป็นไงบ้าง เราตอบไปว่าสุดยอดมาก ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากสุดยอด ถ้าจะมีข้อติคือคามิไม่มา เค้าบอกว่ามีเสียงลือเหมือนกันว่าจะท้องเหมือนฮิโรมิซังรึเปล่าเลยไม่ได้มา เราบอกว่าอืม แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่นี่นะคะ อาจจะแค่ตารางไม่ลงตัวเองมากกว่า….ความจริงเป็นยังไงก็คงมีแต่คนในที่รู้

แจกขนมจนหมดเลย (เพราะขี้เกียจเอากลับ) นามบัตรก็หาเรื่องแลกจนหมด แต่แลกไม่ครบทุกคนหรอกค่ะ ตะบี้ตะบันกินให้คุ้ม 3000 เยนที่สุดแล้วก็กลับก่อนรถไฟจะหมด ฮา

กล่องต้องเอากลับมาทิ้งที่โรงแรม จะทิ้งหน้าร้านสะดวกซื้อเค้าบอกกรุณาอย่าหอบขยะจากบ้านคุณมาทิ้ง (ประเทศนี้หาถังขยะยากจัง)

ตอนกลับมาถึงสถานีชินโตชินก็ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับ

SSA แล้วเราจะมาใหม่…………

ปั่นผ้าทิ้งไว้แล้วไปอาบน้ำ ที่ล็อบบี้ก็ยังเจอพวกผีคนอื่นเมาท์เรื่องคอนเสิร์ตวันนี้อยู่ี

เผลอหยิบขนมที่่โมโมโกะจะเอามาเป็นของฝากติดมือมาด้วย โมโมโกะเลยบอกเอาให้เมฆฟ้ากับแม่ไปเลยละกัน ขอโทษค่าาาาา

ถุงที่จะถือขึ้นเครื่อง ใส่พวกของแตกหักง่าย ของพับ กระทบกระเทือนไม่ได้ต่างๆ

กว่าจะอาบน้ำอาบท่า จัดกระเป๋าเสร็จก็ตีสี่ (ค่ะ อ่านไม่ผิด 4 ค่ะ) สลบ

ตื่นมาตอน 8 โมง นี่เป็นภาพวิวที่ถ่ายก่อนออกจากห้อง

มองภาพนี้แล้วคิดถึง ชินโตชินเป็นที่ที่เราชอบมากเลยนะ สงบดี

กินข้าวเช้าที่โรงแรมเสร็จก็เช็คเอาท์ขึ้นรถไฟมาลงอุเอโนะแล้วรอต่อ Narita Express

พอถึงสนามบินเราก็แยกกับเมฆฟ้า เพราะเมฆฟ้ากับแม่ไปเกาหลีต่อ

…………………………………

…….เอาล่ะสิ ทำไงดี

เพราะตอนขามาเกาะเค้ามานี่นา จากตรงนี้ไปต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองแล้ว พอดีเราเช็คตั๋วมาก่อนแล้วว่ากลับเทอร์มินอล 1 นี่แหละ แต่ไม่รู้กลับทางปีกเหนือหรือใต้

จริงๆ ยังเหลืออีกภารกิจค่ะ

ก่อนเดินทาง เรานึกถึงคนรู้จักคนนึงที่อายุมากกว่าเรา ขอเรียกว่า K ซังแล้วกัน ซึ่ง K ซังเคยช่วยเหลืออะไรหลายอย่างมาก แนะนำหนังสือ อธิบายภาษาญี่ปุ่น คุยเล่นไร้สาระทั่วไป แต่ส่วนมากจะออกแนวสอน เป็นที่ปรึกษาด้านความรู้ค่ะ (ฮา) เราเคยพูดหลายทีว่าถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นจะเอาของไปฝากนะ (คือ ณ ตอนนั้นพูดไปงั้นแหละ คิดว่าตัวเองไม่มีปัญญาไปแน่นอน) เคยพยายามถามที่อยู่เพื่อจะได้ส่งของไปให้ ก็ไม่ยอมบอก (ตรงนี้ก็ไม่กะว่าเค้าจะบอกแหละ)

พักนี้ K ซังยุ่งๆ ห่างหายจากทวิตเตอร์ไป ในใจคิดว่าคงติดต่อลำบากแล้วมั้ง อ้ะ แต่อย่างน้อยก็เมล์ไปสักหน่อยดีกว่า

ตอนแรกว่าจะนัดมาเจอกันวันที่ 22 พร้อมๆ กับ H ซังเลย เพราะ H ซังกับ K ซังเค้าก็รู้จักกันบนทวิต (เรารู้จัก H ซังเพราะ K ซังแนะนำด้วยเถอะ) แต่เขาบอกมันไกลไป มาไม่ได้ ไม่ว่าง หาเวลาไม่ได้เลยนอกจากวันกลับ ตอนแรกเขาเสนอว่าลงระหว่างทางไปหาอะไรกิน ดูหนังกันก่อนมั้ย ซึ่งเค้าจะเลี้ยง+พาไปส่งสนามบินเอง แต่เราบอกว่าเดินเที่ยวสนามบินก็ได้ เพื่อความปลอดภัย วันกลับด้วย เกิดพลาดอะไรมาจะขำไม่ออก ก็เป็นอันว่าตกลง

นัดเจอกันที่สนามบินนาริตะ เทอร์มินอล 1  มีตติ้งพอยนท์ชั้นล่างตรงปีกใต้

เอากระเป๋าไปฝากข้างๆ (ใกล้กันพอดี) กำชับเจ้าหน้าที่รับฝากด้วยว่าอย่ามัดถุงใบนั้น (ไอมาส) แน่นนักนะคะ เค้าจะนึกในใจว่าไงเนี่ย ถถถถถ ก็ฝากไว้ กำหนดมารับกระเป๋าราวบ่ายสาม จะได้เอาไปเช็คอินตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเดินสำรวจสนามบินพอหอมปากหอมคอว่ามีร้านอาหารตรงไหนบ้าง เช็คตารางการบินว่าอัพเดทรึยัง แล้วตกลงเราต้องขึ้นที่ปีกเหนือหรือใต้

เราดูตารางออกบินของปีกเหนือไม่เจอ มาดูตารางของปีกใต้มันยังอัพเดทไม่ถึงรอบเวลาที่เราจะขึ้น (ขึ้น 17.50 น.) แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจละว่าปีกใต้แน่ เมื่อยืนยันเรียบร้อยก็กลับไปรอที่จุดนัด

นั่งรอไปส่องทวิตไป K ซังไม่มาซะที ก็ไปเข้าห้องน้ำ ฉีดยา เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเที่ยงละ กะว่าเค้ามาก็ไปหาอะไรกินเลย ออกมาส่องทวิต  K ซังบอกให้เช็คเมล์ด้วย เค้าเมล์มาบอกเราแล้วว่าอยู่ตรงไหน แต่งตัวยังไง แถมรอมา 20 นาทีแล้ว

เราถึงกับงง มองซ้ายมองขวาหาการใหญ่ ก็เรานั่งรอตั้งนานไม่เห็นจะเจอคนที่น่าจะใช่เลยนี่นา ขอสรุปรวบรัดไม่บอกแล้วกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนตามหาตัว K ซัง แต่เป็นความทรงจำที่เราช็อกสุดในสามโลก……..

ไม่รอช้า เราชวน K ซัง ไปหาอะไรกินทันที  K ซัง ถามว่าอยากกินอะไร เราบอกว่าอยากให้ลองกินอะไรก็ตามนั้นล่ะค่ะ ก็ไปร้านซูชิกัน

มื้อนี้ K ซังเลี้ยง

เมนูนี้ประมาณเกือบ 2 พันเยนได้ เกรงใจมาก โคตรแพง

กินเสร็จแล้ว เวลายังเหลือก็เดินชมร้านต่างๆ ในสนามบิน เผื่ออยากซื้ออะไร เจอคิทแคทสตรอเบอรี่ชีสเค้กกับรัมเรซิ่น กล่องละ 840 เยน กระอัก orz ซื้อมาอย่างละกล่อง

ขึ้นไปดูดาดฟ้าตรงจุดชมวิว  K ซัง ก็อธิบายเหตุผลที่รั้วกั้นมีช่องให้ถ่ายรูป ชี้ให้เราดูเครื่องบินที่ประดับเป็นลายคิตตี้ คุยโน่นคุยนี่กัน พอทนหนาวไม่ไหวก็ลงไปเดินเล่นข้างล่างต่อ

K ซังแวะเข้าลอว์สันจะซื้อแฮนด์ครีมให้ (ตอนอยู่บนดาดฟ้า เราคุยเรื่องมือเป็นแผลเพราะอากาศหนาว) เราบอกไม่ต้องหรอก ไม่ทันละ (ฮา) เค้าก็เลี้ยงกาแฟดำกระป๋องนึง

อ่านมาถึงตรงนี้คงคิดล่ะสิว่าไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกับไอมาส…

จุ๊ๆ

.

.

.

.

ตอนที่เดินทัวร์ชั้น 4 ดันเจอร้านนี้…

เวร……………ตูจะกลับอยู่แล้วยังจะ……………………

เป็นร้านที่เปิดในช่วงระยะเวลานึงเท่านั้นค่ะ http://www.cospa.com/event/id/5408 ตอนนี้ปิดตัวไปแล้ว ไม่ต้องไปเดินหาแล้วนะ

ร้านเล็กแต่ของเยอะมาก ในบล็อกขอลงแต่ไอมาสแล้วกัน

ออกจากคอสป้าก็เดินมาสึทายะต่อ

ก็คุยเรื่องหนังสือกัน ดูมังกะบ้างอะไรบ้าง เราชี้ให้ K ซังดูอาโอะฮารุไรด์เล่ม 10 กับโยซากุระเล่ม 15 บนชั้นแล้วบอกนี่แหละงานเรา (ฮา) เค้าก็ ห่ะ จริงดิ เราเลยอธิบายไปว่าทำงานอะไร

มีดูๆ หนังสือภาษาญี่ปุ่นกันบ้าง คุยเรื่องแปลภาษากัน เค้าบอกว่าอย่างเราควรจะอ่านระดับที่คนญี่ปุ่นอ่านกันแล้ว ไม่ใช่หนังสือสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับคนต่างชาติหรือเพิ่งหัด (เมาคันจิตายก่อนแหง) เจอหนังสือ “รู้จักไทยใน 3 ชั่วโมง” ด้วย เค้าถามว่าเล่มนี้โอเคมั้ย พอเปิดมาปรากฏว่า >> เจอหน้าเหลือง-แดงเลย โคตรแจ๊คพอต ซึ่งอ่านแล้วก็ไม่มีอะไรจะเถียงกลับ นอกจากนั้นยังมีพูดถึงนิสัย “ไม่เป็นไรไว้ก่อน” ของคนไทยด้วย การหยวนให้กันมันก็ดี แต่ทำงานพลาดก็ไม่เป็นไร เกิดความเสียหายก็ไม่เป็นไรนี่มันก็เกินไป…..คนญี่ปุ่นเค้าก็รับไม่ได้อ่ะบางที เราเลยบอกเค้าว่าซื้อไปเลยค่ะเล่มนี้ คนเขียนท่าทางทำการบ้านมาดี เค้าบอกดว่า อืม เดี๋ยวเล็งไว้ วันหลังจะซื้อ

ออกมาก็เดินชมโน่นชมนี่ โตเกียวบานาน่าก็อยากซื้อ แต่กลัวกระเป๋าน้ำหนักเกิน+ไม่มีที่จะยัด

เจ้าตัวนี้ก็มี น่ารักดี

ไลน์!

พวกนี้เห็นว่ามีขายเฉพาะร้านนี้เท่านั้นด้วย แต่ไม่ได้ซื้อมา

เดินจนทั่วแล้วก็ไปรับกระเป๋าแล้วเช็คอิน ลดสัมภาระไปในตัว จากนั้นเรากับ K ซังก็นั่งคุยตรงแถวๆ Departure Lobby เราเล่าเรื่องคอนไอมาสด้วยนะว่าไปเจออะไรมา (ฮา) คุยเรื่อยเปื่อยมากๆ คุยไปก็หยิบขนมกับน้ำที่เป็นหมันในเช้าวันที่ 22 (ไอ้ที่จะซื้อให้นิวแต่ไม่ไ้ด้ให้น่ะแหละ) ขึ้นมากิน อืม มันก็ยังกินได้นะ ถ้าอยู่ไทยคงบูดนานละ เหลือกลับมาไทยอีกชิ้นนึงด้วยเหอะ ถถถถถ

เมื่อถึงเวลาอันสมควร เราร่ำลากับ K ซังที่มาอุตส่าห์รอส่งเราเข้าแถวออกนอกประเทศ จับมือร่ำลากัน K ซังบอกว่า

「また来いよ」 แล้วมาอีกนะ เป็นรูปคำสั่งเลยล่ะว่าต้องมาให้ได้

เราตอบกลับไปว่า “ค่ะ”   พร้อมกับสัญญาว่าถ้าไปรอบหน้าจะให้ K ซัง เลี้ยงหนังและ K ซังจะพาเที่ยวโตเกียวกับอากิบะ (เราแซวไปว่านี่กะให้ล้มละลายเหรอคะ เค้าก็ขำๆ)

เราให้ของที่ระลึก K ซังเป็นผงทำต้มยำ ข้าวเกรียบไรซ์เบอรี่กับอะไรอีกสักอย่าง นึกไม่ออก เค้าบอกอยากลองกินต้มยำมานานแล้ว เมื่อวันก่อนเค้าเพิ่งทำกินไปก็บอกอร่อยดี (ฮา) เราไม่เคยกินต้มยำจากผงพวกนี้เหมือนกัน มันอร่อยมั้ยหว่า

โบกมือร่ำลาบ๊ายบายก็ต่อแถวตรวจพาสปอร์ต ค่อนข้างไหลช้าทีเดียว เรามองนาฬิกาแล้วแบบ อิเหยด อีก 8 นาทีเกทจะเปิดนะครัฟฟฟฟ

ตรวจเสร็จ วิ่งไปอย่างรีบร้อน ต่อแถวสแกนสัมภาระ มีลุงคนนึงสะกิดๆ แล้วพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรา เราฟังไม่ออกว่าแกพูดอะไรเลยถามแกเป็นญี่ปุ่น แกก็บอกว่าห้ามเอาขวดน้ำขึ้นสนามบินนะ เราก็อ้อ เออจริงด้วย  รีบวิ่งเอาไปทิ้งถังแถวๆ นั้น

โดนพี่สาวเจ้าหน้าที่ตรวจลูบไล้ทั่วตัว โฮววว พอลูบๆ มาตรงกระเป๋ากางเกงแกก็สะดุดกับกระเป๋าเล็กๆ ที่มันเป็นกระเป๋าลับข้างในอีกทีอ่ะ (ใส่กางเกงกันลมยูนิโคล่) เจ๊แกบอก

“เอาของข้างในออกมาให้หมดค่ะ”

“ไม่ได้ใส่อะไรไว้นะคะ เอาออกหมดแล้ว” 

“(จับต่อ)”

วนลูปตามนี้ประมาณ 3 รอบ จนเราต้องล้วงไส้ในออกมาให้ดูว่ามันไม่มีจริงๆ โว้ย พี่สาวเจ้าหน้าที่ให้เราใส่รองเท้าแตะแล้วไปเดินผ่านเครื่องสแกนใหม่ พอผ่านได้ไม่มีปัญหาเจ๊แกก็ขอโทษแล้วยอมปล่อยตัวเรา เรารีบลากกระเป๋าไปถึงเกททันแบบเฉียดฉิว ไปถึงปุ๊บ รอสัก 4-5 นาทีเค้าก็เปิดเกทให้ชั้นธุรกิจไปก่อน ถอนหายโจโล่งอกว่ารอดละ

รอบนี้จองที่นั่งข้างหน้าต่างไว้ค่ะ รูปนี้ถ่ายก่อนบิน

แล้วเราจะกลับมาใหม่นะ 

ปรากฏว่าที่นั่งข้างหน้าต่างไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะกว่าจะบินก็ค่ำมืดแล้ว แถมใบพัดข้างๆ บังมิดอีก มองอะไรไม่ค่อยเห็น เลยหลับมันตลอดไฟลท์ ถถถถถ

ถึงไทยราวๆ 5 ทุ่ม ตอนแรกว่าจะนอนโรงแรมแถวนั้น ตอนเช้าค่อยกลับ แต่ยังชั่งใจเรื่องค่าที่พัก มันค่อนข้างเสียดายนะ นอนแค่ข้ามคืนแล้วต้องเสียเกือบพัน พ่อติดต่อหาตอนอยู่ญี่ปุ่นพอดีว่าจะมารับ ก็ดีไป แต่ไปไม่ทัน BTS พญาไทปิด ก็นั่งแท็กซี่กลับเอา ถึงบ้านตอนตี 1

ของเกี่ยวกับไอมาสที่ขนกลับมา ลืมเอามังกะไอมาสเล่ม 2 ที่โมโมโกะซื้อให้มาถ่ายแหะ

สรุปของฝากที่ได้

– ลูกอมสับปะรด 2 เม็ดจากยูดะคุง เม็ดนึงกินในคอน เม็ดนึงกินที่ไทย

– เข็มกลัดปุจิมาสมิอุระซัง+ขนมอุยโร+ช็อคโกแลตชูจากกักโคซัง

– ยัตสึฮาชิ+ฟิกเกอร์องค์หญิงจากเดโกะตัน

– ขนมจากโมโมโกะ

– ใบชานาคามุระจาก H ซัง ซึ่งตูได้กินไปถุงเดียว นอกนั้นน้องซดหมด (…..)

– สแตรปสโนว์มิคุจาก A ซัง

– โดจินทำมือกับขนมจากผีไต้หวัน

– ช็อกโกแลต Darz เซ็ตยาทาเล็บ+น้ำยาล้างเล็บ และฟิกเกอร์คิราริจาก K ซัง

– ไซเลียมกามิP ที่เป็นหมันไม่ได้ใช้เพราะกามิP ดันไม่มา ถถถถถถถถ

– ขนมปังที่เหลือจากจะซื้อฝากนิวตอนต่อแถวซื้อของใน Part4 ก็กลับไทยมาได้โดยไม่บูดนะ ฮา นอกจากนี้ยังมีน้ำคาลพิสกับถั่วกระป๋องที่กดมาจากโรงแรมแล้วกินไม่หมด เลยเอากลับมา

ส่วนนี่เป็นเอกสารที่ได้ตอนเดินเข้า SSA ค่ะ

มีแผ่นพับโฆษณากับแบบสอบถาม ข่าววางแผงเพลงกับแผ่นปุจิมาสก็มาจากใบปลิวนี้แหละ

อีกรูปสำหรับแผ่นที่มี 2 ด้าน

แบบสอบถามเรารีบเข้าไปตอบตั้งแต่หลังกลับไทยเลย เพราะมันหมดเขต 3 มีนาคม ข้อ 31 กับ 32 มีซ้ำด้วยนะ ฮา (ถามถึงเหตุผลที่ชอบไอมาส)

ตั๋วองค์หญิงที่ไม่ได้ใช้

บันทึกการแสวงบุญไอมาสครั้งแรกของดาร์คนีออนคงต้องขอจบลงเท่านี้ค่ะ พร้อมกับความหวังว่ามันจะมีครั้งต่อๆ ไปอีก

สุดท้ายนี้การแสวงบุญครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้

– คุณ Gunkung และ Shunkung ที่ทำให้ได้ตั๋วในช่วงโค้งสุดท้าย

– พี่ลิตที่ให้ยืมมือถือ

– หลายๆ คนที่ให้คำแนะนำการไป ตปท.ครั้งแรก มีหลายคนมาก จำได้ไม่หมดค่ะ แต่ขออาฆาตแค้นไว้รายนึงคือคุณ AT1987 ที่ชี้โพรงให้กระรอกเจอแหล่งละลายทรัพย์ที่นาคาโนะบรอดเวย์ ติดใจจนอยากไปอีก 5555 ถ้าไม่ได้ไปที่นี่ เราก็คงไม่ได้พบจุดกำเนิดของไอมาสด้วยค่ะ

– นิวที่คอยช่วยเป็นธุระหลายอย่างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

– โมโมโกะที่คอยอยู่เป็นเพื่อนและช่วยอะไรหลายๆ อย่าง

– เมฆฟ้าและคุณแม่ที่ให้ติดสอยห้อยตามไปด้วย

– บรรดาพนักงานที่โตโยโกอินน์สาขาไซตามะชินโตชินทุกท่านที่บริการอย่างน่ารักมาก จนเราปฏิญาณว่าจะต้องใช้บริการที่นี่อีก

– ลุงๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อาจจะเคยพูดคุย สอบถามเส้นทาง

– H ซัง A ซัง K ซัง ที่ไม่รังเกียจคนต่างชาติ แถมยังพาไปสัมผัสประสบการณ์อะไรต่างๆ มากมาย

– เหล่าผีๆ ที่แลกนามบัตรกันที่โรงแรม เคยาคิฮิโรบะ ในอารีน่าและงานมีตติ้ง เหล่าผีที่รู้จักกันก่อนหน้านี้แล้วแต่ยังไม่มีโอกาสแลกนามบัตรกัน เหล่าผีที่เพิ่งมารู้จักกันหลังคอนเสิร์ตและอาจได้แลกนามบัตรในอนาคต พวกคุณคือคนที่ทำให้เรามีเป้าหมายเพื่อการพยายามต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดโกะตันที่ถามเรื่องตั๋วมา ไม่งั้นทริปนี้คงเป็นแค่การไปเที่ยวเฉยๆ

– ทีมงานโปรเจ็คต์ไอมาส เหล่าไอมาสเกิร์ล และสตาฟผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดคอนเสิร์ตนี้ทุกคน

– และตัวเองในอดีตที่ศึกษาภาษาญี่ปุ่นมาเรื่อยโดยไม่ย่อท้อ

อย่าลืมติดตามภาคควันหลงต่อกันนะคะ

Advertisements

6 thoughts on “บันทึกการแสวงบุญ : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2014 – Part 8 ภาคอำลา –

  1. สนุกมาก ตามอ่านจนจบเลย ขอบคุณมากนะครับ お疲れ様でした~

  2. お疲れ様でした!
    อ่านแล้วเหมือนเจ้พกความป่วยมาฝากผีๆอีกหลายๆคนมากเลยฮะ
    เป็นการไปเที่ยวได้ป่วยมาก ฮา
    รอบหน้าเจ้ได้ไปแน่นอน ผมเชื่อแบบนั้น!

  3. >เอาไซเลี่ยมจุ่มแก้วน้ำ
    พวกคุณเล่นอะไรกันนน ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ มีทผีนานาชาติท่าทางน่าสนุกนะครับ
    ถุงใส่ของลายงามมากฮะ น่าหาโอกาสไปบ้างจริงๆ ที่พลาดที่สุดคือเพิ่งได้ฟัง CD ที่ขายหน้างานนี่ละครับ รวมเพลงโซโล่เกือบเรียงคนเลย TwT สุดยอดมาก

  4. お疲れ様でした~
    เป็นการเดินทางที่สนุกและทรหดจริงๆค่ะ
    ประสบการณ์ใหม่ๆ แถมยังได้พบปะผู้คนหน้าใหม่ๆด้วย
    คราวหน้าที่เจ้อ้อนได้ไป คิดว่าเจ้คงจะสนุกสนานกว่ารอบนี้มากแน่ๆ (และคงได้ไปแน่นอน)
    สู้เขานะคะ

  5. ตกใจที่ร้านคอสป้าตามมาดูดเงินถึงสนามบิน
    ทริปนี้สุดๆจริงๆ คอน 10 ปีต้องไปให้ได้นะ

  6. Pingback: บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 ภาค 3 : 18 ก.ค. เช้าแห่งการวิ่งไล่จับ (1) | คุยเรื่องไอมา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s