บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 ภาค 2 : 17 ก.ค. ซื้อของก่อนวันคอน&สามีภรรยามหาภัย

ภาคนี้เป็นเรื่องราวในวันที่ 17 ก.ค.ค่ะ โดยรวมแล้วจะยาวกว่าวันที่ 16 ก.ค. มากพอสมควรเลย หาอะไรมานั่งกินระหว่างอ่านด้วยจะช่วยเพิ่มอรรถรสและไม่ทำให้น่าเบื่อ X3

พร้อมแล้วก็อ่านกันได้จ้า

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ราวๆ 7 โมงหรือ 7 โมงครึ่งนี่แหละ….ตื่นมาก็รีบอาบน้ำลงไปกินข้าวเช้าฟรีของโรงแรม คนเต็มล็อบบี้ ไม่มีที่นั่งเลย…มีคุณลุงคุณป้าสามีภรรยาคู่นึงชวนให้ไปนั่งที่เค้าก็ได้ คุยไปได้ไม่กี่คำเค้าก็รู้แล้วว่าต่างประเทศ แกถามว่ามาจากประเทศไหนแล้วมาทำอะไรเหรอ ตอบไปว่ามาจากไทย มาดูคอนเสิร์ต…คอนเสิร์ตของเกม ซึ่่งคนที่เล่นคอนเสิร์ตเนี่ยคือนักพากย์ของตัวละครในเกมนั้น เหมือนคุณลุงคุณป้าแกจะไม่รู้จักคำว่า seiyuu เท่าไหร่…..อธิบายอยู่สองสามรอบ

หลังจากกลับไทยมาได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณอิเคดะ ชูอิจิ ผู้พากย์ชาร์ อัสนาเบิ้ล แกก็ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าคำว่าเซย์ยูนั้นไม่ใช่ศัพท์ที่มีแต่ดั้งเดิม แต่เพิ่งเป็นที่รู้จักตอนยุคแกน่ะแหละ

คุยสัพเพเหระอีกหลายเรื่อง สักพักเราก็ขอตัวพร้อมกับขอบคุณแล้วรีบไปสถานีอิเคบุคุโระ…เป้าหมายคือเซย์บุโดม ตั้งใจจะมาวันนี้ด้วยเพื่อจัดการซื้อของให้เสร็จ+สำรวจเซย์บุโดมไปในตัว วันจริงจะได้ไม่วุ่นวาย

การเดินทางจากอิเคบุคุโระไปเซย์บุโดมนั้นต้องใช้เส้นทางอีกสายที่ชื่อว่า Seibu-Ikebukuro Line ไม่ใช่ JR ที่คุ้นเคยกัน เดินทางจากทางออกฝั่งเหนือของสถานีอิเคบุคุโระไปนี่กว่าจะถึงก็ลิ้นห้อย เพราะไกลค่อนข้างมาก….

วุ่นวายทั้งงาน ทั้งโปรเจ็คต์ดอกไม้เลยไม่ได้ศึกษาเส้นทางก่อน ตอนนั้นคิดว่ายังไงมันก็คงไม่หลงอยู่แล้ว เส้นทางเป็นเส้นเดียวไม่ได้แตกสาขาอะไร พอเดินไปถึงปุ๊บเจอขบวนไหนกำลังจะออกก็โดดขึ้นเลยครัฟ…

อธิบายสักเล็กน้อย เมื่อลองเข้าไปดูวิกิแล้วจะพบว่ามันมีหลากหลายขบวนมาก แล้วปลายทางของแต่ละขบวนมันจะไม่เท่ากัน ต้องดูตารางในสถานี ถ้าอยากไปเซย์บุโดมต้องขึ้นสายที่ปลายทางมันจอดเลยสถานีนิชิโทโคโระซาวะไป พอลงที่สถานีนิชิโทโคโระซาวะแล้วต้องต่อขบวนที่ไปสถานีหน้าเซย์บุโดมอีกที ไม่ได้ถึงในต่อเดียว แต่ขากลับจะมีสายที่ยิงยาวถึงอิเคบุคุโระเลย

แต่เหมือนเราจะขึ้นสายที่มันไปไม่ถึง…………รู้เรื่องนี้จากปุโร่ยตอนคุยในห้องแชทกรุ๊ปแสวงบุญ………..

ยิ่งกว่านั้นเห็นทวิตผ่านๆ อีกว่าตอนนี้ที่ไซตามะฝนตก! (ตอนนั้นโตเกียวยังไม่ตกจ้ะ)

อ่าห์ คนยิ่งรีบๆ……………….รถไฟจอดเนริมะพอดีเลยรีบลงเนริมะก่อนมันจะหิ้วเราไปที่อื่นจนกลับไม่ได้ แล้วต่อรถจากเนริมะไป…..รวมแล้วดีเลย์จากกำหนดการน่าจะครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง…เซ็งเล็กๆ ที่หลงทางอยู่นั่นแหละ ถถถถถถ เพราะหลังจากซื้อของแล้วเราต้อง

– นัดเอาตั๋วจาก J เดิมทีตอนแรกนัดวันที่ 16 แล้วจะส่งมิกผีไปรับ แต่ J คิวไม่ว่างกระทันหัน เปลี่ยนนัดเป็นวันนี้ เราเลยต้องไปเอาเอง -*-
– วันนี้เป็นวันที่ P นิรนาม (หรือที่แอบตั้งนิคเนมให้ว่าพี่หมื่นเยน) นัดกินข้าวที่อิเคบุคุโระราวๆ ทุ่มครึ่ง

ระหว่างนั่งรถตาชานติดต่อเข้ามาพอดี เลยกะว่านัดเจอกันที่อากิบะด้วยเลยเพราะเราจะไปอยู่แล้วพร้อมกับฝากซื้อของ ได้นัดใหม่เพิ่มอีกเรื่อง สำหรับวันที่ 17 ก.ค.นี้นัดคนรู้จักไว้ที่เซย์บุโดม 3-4 คน กะว่าจะเอาของฝากไปให้+แลกนามบัตรด้วย

ลงสถานีนิชิโทโคโระซาวะ พอต่อรถไปสถานีหน้าโดม เจอคนเพียบแถมใส่เสื้อไอมาส มีพร็อพไอมาสอีกก็โล่งใจแล้วค่ะ (ฮา)

ปกติการต่อแถวซื้อของในอีเวนท์อะไรก็ตาม มีกฎห้ามไม่ให้ไปตั้งแคมป์นอนข้ามคืนนะคะเพราะเป็นการรบกวนละแวกใกล้เคียง แต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนเนืองๆ ยิ่งคนเยอะยิ่งจัดการยาก (แบบคอมมิคเก็ตที่เจอทุกปี แถมไร้หนทางจัดการ) แต่คอน 10 ปีนี่ทีมงานไอมาสจัดการเด็ดขาดเลย เพราะประกาศแล้วว่ากลุ่มแรกที่จะได้ต่อแถวคือคนลงรถไฟขบวนแรก

สต๊าฟล้อมเลย ถถถถถถถถ

พวกมาค้างคืนโดนจับต่อแถวทีหลังหมด สมน้ำหน้า

มาถึงปุ๊บ เดินออกจากที่ตรวจตั๋วไม่ทันไร แอดปาล์มก็เข้ามาทัก ฮากันไปว่าบังเอิญจัง นั่งรถสายเดียวกันมา (หาเราเจอง่ายอยู่แล้วล่ะ =w=) แอดปาล์มไม่มีร่ม เราพกมาพอดีก็กางร่มเดินไปโซนขายของด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆ นั้นมาถึงก่อนพวกเรานานแล้ว

เช้าวันนั้น

เละค่ะ…..จริงๆ แอดปาล์มมีแพลนว่าจะถ่ายวิดีโอด้วย เจอฝนแบบนี้หมดกัน…..มีป้ายบอกทางอยู่ พวกเราเดินไปตามป้ายถึงลานจอดรถ C ที่เป็นโซนขายของ

อันนี้เข้าตาก่อนอย่างแรก

นี่คือ “สแตนด์ดอกไม้” ให้สาวๆ ที่ขึ้นแสดงจากไซเกมส์ค่ะ (สแตนด์พร่องส์ ถถถ เวอร์ไปมั้ย) เค้ารวยนะเนี่ย ลองคุ้ยดูคอนเสิร์ตไอมาสเก่าๆ จะพบว่าสแตนด์จากไซเกมส์เค้าลงทุนแบบนี้มานานละ

รูปที่เลือกมาทำ POP จะเลือกภาพที่เข้ากับธีมชายหาดหมดเลย ของมิลเลียนก็อุตส่าห์หารูปที่เป็นชุดว่ายน่้ำมา

ป้ายชื่อของสาวๆ มิลเลียนก็ทำให้แฮะ นึกว่าจะมีแต่ของซินเดอเรลล่าซะแล้ว

ไอดอลคนที่หารูปเหมาะๆ ทำ POP ไม่ได้ก็ทำเป็นป้ายประดับไป ดูเหมือนเผาแต่พื้นหลังทำเป็นสีประจำตัวแต่ละคนหมดเลยนะ ป้ายชื่อก็ตั้งตรงกับ POP ที่วางบนเวที ไม่ได้เผาส่งอย่างที่คิด

ถ่ายมามุมไม่ดีเท่าไหร่เพราะฝนตก ไม่อยากตากฝนนานๆ ถ่ายตกไปเยอะเลยแฮะ ยิ่ง POP นี่มองไม่เห็นเลย มินามินี่หลุดเฟรม (….) ขอแปะรูปจากคนอื่นแล้วกัน

สักวันอยากส่งสแตนด์ผีไทยแบบนี้บ้าง วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ดูแล้วคิดว่าถึงล้านเยนนะ…..)

ไกลออกไปมีไทโกะให้ตีฟรีแต่ขี้เกียจ เราเล่นไม่เป็นด้วย

ถ่ายรูปเสร็จก็ไปต่อแถวและพบกับความสะพรึง……

แถวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รู้กิตติศัพท์การต่อแถวซื้อของไอมาสอยู่ เจอเองนี่ขำไม่ออก แถวสินค้ากับซีดีจะแยกโซนจากกัน ลองดูภาพได้จากบันทึกของแอดปาล์ม

เราไปต่อแถวซีดีซึ่งจะไม่มีเต็นท์ให้ค่ะ ยืนกลางแจ้งเลย

อันนี้เป็นภาพที่ถ่ายตอนต่อแถว

มีรั้วกั้นแยกไว้เสร็จสรรพ ระหว่างยืนรอก็จะเห็นสต๊าฟรุ่นพี่เล็คเชอร์ พนง.ที่มาทำงานพิเศษขายของด้วย

ฝนที่หยุดตกไป ตอนนี้มันเริ่มแปะๆ มาอีก โชคดีที่เราเอาร่มมาด้วยเลยกางร่มกันฝน มีลมแรงเป็นระยะๆ ตามจริงแล้วเวลาฝนตกลมแรงในญี่ปุ่นไม่ควรจะใช้ร่มพกที่พับเก็บได้นะเพราะมันหักง่าย ใช้เป็นอันใหญ่โครงแข็งๆ จะดีสุด แล้วเนื่องจากเป็นช่วงไต้ฝุ่นเฉียด ลมมันเลยแรงมากกกกกกกกกกกค่ะ ต้องหุบไม่ให้กางออกไปมาก กลัวหัก….ฝนเบาสลับหนัก ตกสลับหยุดเป็นพักๆ น่ารำคาญ – -* จำได้ว่าพยากรณ์อากาศบอกว่าวันที่ 17 จะมีแดด ไหนวะแดด!

ยืนรอราว 20 นาที เวลา 10 โมงก็เริ่มการขายของ! ระหว่างที่มองพวกแถวสินค้าขยับไปเรื่อยๆ เราก็ทวิตบ่นฝนรัวๆ ในแถวที่ไม่ขยับสักกะติ๊ดของโซนซีดี…..เห้ย ทำเชี่ยไรกันอยู่!

ระหว่างนั้นเห็นคนรู้จักที่มาซื้อของวันนี้เหมือนกัน ชื่อเซกะทันโบซัง รู้จักกันตอน SSA2014

(ถ้าลองคลิกเข้าไปดูสเตตัสก็จะเห็นบทสนทนาเต็มๆ)

เซกะทันโบ “กลุ่ม CD ไม่มีเต็นท์ ท่าทางลำบากน่าดู”
DN “ค่ะ” (ตอบแบบแหย่ไปเล่นๆ)
เซกะทันโบ “ว่าแล้ว สงสัยว่า DN ซังต้องยืนอยู่ตรงที่ที่ผมมองเห็นได้แหงๆ”
DN “หัวขาวๆ น่ะค่ะ”
เซกะทันโบ “คนกางร่ม ใส่เสื้อกันฝนกันเพียบ แยกไม่ออกเลยw อ๊ะ เจอแล้ว”
DN “อยู่ไหนคะเนี่ย?”
เซกะทันโบ “เดี๋ยวผมยกมือขวานะ”

หันไปก็เจอ ทักทายกัน อย่างฮา ถถถถถถถ โคตรบังเอิญ คนมาซื้อของตั้งหลายพันดันเจอกันง่ายๆ แบบนี้

ตามคาด….เรามองแถวสินค้าของเซกะทันโบซังเคลื่อนตัวจนซื้อของเสร็จ ขณะที่แถวซีดียังนิ่งอยู่ เกิดอะไรขึ้น ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เมื่อยขาก็เมื่อย ฝนตก ลมแรง มีเพลงเปิดคลออยู่แต่ไกล ไม่ค่อยได้ยิน รอจน 11 โมงถึงค่อยกระดึ๊บไปได้บ้าง มันทรมานตรงนั่งไม่ได้นี่ล่ะค่ะ เปียกฝน ถึงนั่งก็ไม่รู้นั่งได้นานแค่ไหน แถวมันขยับตลอด ลุกๆ นั่งๆ ก็ครือกันอยู่ดี ดังนั้นคำแนะนำจากเราคือ

(1) เอา carry bag ใบเล็กๆ ไป ใส่ของได้แถมใช้แทนเก้าอี้ได้  (2) เอาเก้าอี้พับได้ไปนั่ง  (3) เอาร่มที่กันได้ทั้งแดดและฝนไป  (4) เสบียงและน้ำท่า

รับรองสบาย (ไปออกแคมป์หรือซื้อของ)

ระหว่างต่อแถวได้ยินเสียงสั่นระฆังแก๊งๆๆๆๆ จากบูทอิจิบังคุจิตลอด โดยของที่เอามาขายในบูทอิจิบังคุจิในเซย์บุโดมช่วงมีคอน 10 ปีนี้ จะเป็นเวอร์ชั่นหน้าคอนเท่านั้น ตามนี้

ประกอบด้วยภาพแขวนและพวงกุญแจ (ภาพเดียวกับเข็มกลัดแต่เป็นรูปเต็มตัว) จิ้มดูภาพใหญ่ได้

คนต่อแถวบูทอิจิบังคุจิมีบ้าง น้อยทีเดียว (อยากไปต่อมั่งแต่รอซื้อซีดีอยู่…..) ส่วนบูทลอว์สันที่ขายโมนากะกับน้ำแข็งไสนั้น….

ฝนตกแบบนี้ไม่มีใครนึกอยากกินหรอกมั้งแถมแพงอีกต่างหาก นี่คือหน้าตาสินค้าที่บูทลอว์สันขาย

ซื้อแฟ้มใสแถมโมนากะ/น้ำแข็งไสค่ะ (ฮา) เลือกลายไม่ได้นะ สุ่มเอา (ปกติโมนากะมันไม่เกิน 200 เยนด้วยซ้ำ) กะว่าซื้อซีดีเสร็จเดี๋ยวแวะไปซื้อโมนากะสักอัน+ไปต่อแถวอิจิบังคุจิ ส่วนด้านขวาของบูทลอว์สันคือบูทของ Arrows ที่จะเปิดวันที่ 18 ก.ค.ค่ะ

ระหว่างต่อแถวอยู่มันมีช่วงนึงที่ฝนหนักมาก คนเอาอุปกรณ์กันฝนมาก็ดีไปค่ะ ส่วนคนที่ไม่ได้เอามาก็เปียกเหมือนตกน้ำเลย……แล้วเหมือนแกล้ง พอตอนเที่ยง….คราวนี้แดดออก แถมแรงมาก นึกบ่นอากาศประเทศนี้ว่าจะเอายังไงของเมิง….

เกิดความคิดแว้บนึงขึ้นมาว่า…..คุ้มเหรอวะ เป้าหมายคือดูคอนเสิร์ตแท้ๆ มาตากฝนตากแดดเพื่อซีดีวันนี้ ถ้าเกิดพรุ่งนี้ป่วยขึ้นมาจะทำยังไง? (เราลอยตัวอยู่แล้วไงเพราะมีร่ม)

แถวซีดีเริ่มขยับไปข้างหน้าเรื่อยๆ ได้ยินเสียงพี่ชายสต๊าฟบูทอิจิบังคุจิประกาศ

พี่ชายอิจิบังคุจิ “เวอร์ชั่นเฉพาะหน้าคอนครับ  มิลเลียนเหลือนิดเดียวแล้ว”
DN “…………..(แสส)…………….”

เลยเลิกล้มความคิดต่อแถวอิจิบังคุจิ กลัวเจอเหตุการณ์ทำนองว่าของหมดต่อหน้าต่อตา แค่นี้ขาก็จะหลุดแล้ว เมื่อวานหลงทางเป็นสิบชั่วโมงแล้วยังมาต่อแถวขาแข็งต่อ….

ภาพตอนเวลา 12.13 น. แอบถ่ายแถวสินค้าที่ไปเฉียดใกล้ๆ มา ตัวเราอยู่หลังรั้วที่กั้นไว้

ตอนนั้นดี๊ด๊าในใจว่าแค่อีกนิดเดียว! อีกนิดจะได้ซื้อซีดีซะที

มีคนทำร่มตกด้วย….

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก มาถึงหน้าฐานปล่อยจรวดจนได้!!!!!!!!!!! เรารีบเตรียมเงินไว้ให้พอดี ซีดีที่เราจะซื้อคือเต็มโควต้าต่อคนเลย ไตเติ้ลละ 3 แผ่น รวม 9 แผ่น ราคาทั้งหมด (4000*3)+(3000*3)+(3700*3) = 32100 เยน จริงๆ เป็นของเราแค่มิลเลียนแผ่นเดียว นอกนั้นเป็นของคนในคณะแสวงบุญกับของสหายคนหนึ่งชื่อโปโป้ยคุง (ซึ่งเราจะเจอเขาในวันที่ 19 ก.ค.) ถ้าจ่ายเงินพอดีจะค่อนข้างไว มันช้าตรงปรินท์ใบเสร็จกับประดิดประดอยใส่ถุงแปะเทปให้เนี่ย – – ด้านหลังก็วิ่งวุ่นวาย แกะซีดีจากลังออกมาวางเติมตามจุดขายตลอด (ลังกองเยอะมากกกกกกกกก)

สรุปคือซื้อเสร็จตอนบ่ายโมงค่ะ (ต่อแถวตอนเดือบ 10 โมง ยืนตลอด ได้นั่งบ้างนิดหน่อย รวมเวลาไม่เกิน 10 นาที) ก็ถือว่าเร็วมั้ง ตอนเริ่มต่อแถวนี่ใจคอไม่ดี กลัวมันหมดมากเพราะเรากะด้วยสายตาน่าจะถึงพันคนได้แล้ว

ต่อไปใครฝากซื้อของหน้าคอนไอมาสสาปแช่งพ่องตายเลยนะ พูดจริงๆ (ถ้าให้ค่าเหนื่อยด้วยหรือเราจะซื้ออยู่แล้วก็อีกเรื่อง ถถถ)

หลังจากนั้นก็ทวิตหาคนรู้จักที่นัดจะเจอกันว่าเราซื้อของเสร็จแล้ว (ปล่อยเฮียแกรออยู่ 2-3 ชั่วโมง ถถถถ) แต่ไม่ตอบกลับซะที ประกอบกับร้อนมาก อยากจะต่อแถวอยู่นะแต่ขอนั่งพักไปหลบแดด+รอคนซาก่อน แก๊งแสวงบุญที่มาก่อนและซื้อของเสร็จแล้วตอบมาว่านั่งอยู่หน้าสถานี เราเลยเดินไปนั่งหน้าสถานี

คนที่นั่งรอที่นั่นมีปุโร่ย นิ มิกผี เนเน่ น่อน อะรั่ม เฟิร์สต์ผี (น่าจะหมดแล้วมั้ง?) กำลังอ่านแพมกันสนุกสนานเชียว และนี่คือสิ่งแรกที่เราทำ….

(ไม่ได้ถ่ายของตัวเองด้วยนะ เพราะยังไม่ได้ซื้อ)

แพมเฟล็ทค่าเหนื่อยนั้นฝากก๊กนี้ซื้อให้คนวาดรูปทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว ออกกันเองในกลุ่มนี่แหละค่ะ

นั่งสักพักก็เข้าห้องน้ำ หาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยงและเมาท์นิดหน่อย บทสนทนาตอนนั้นเท่าที่จำได้

DN “แอดปาล์มล่ะ?”
ใครสักคน “ต่อคิวซื้อของอยู่เห็นบอกเหลืออีก 7 คิว”
DN “อ้อ…..(งั้นก็คงใกล้กลับมาแล้วมั้ง)”

นั่งเฉยๆ ก็กระไร เลยไปซื้อของจากบูทขายไอมาซุยกับอิจิบังคาเฟ่ตรงหน้า (ดูแผนที่บนสุดหัวเอนทรี่ประกอบ)

ไอมาซุย (アイマ水) เป็นน้ำที่มีขายเฉพาะในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น ชื่อของมันเกิดจากคำว่า ไอมาส+sui (เสียงอ่านแบบองโยมิของคำว่าน้ำ) ต้นคิดคือสามสาวเปียวน์โคโรโมจิแห่งมิลิราจิ (Million Radio) นั่นเอง มีเมล์ถามเข้าไปว่าอยากให้มีของอะไรขายหน้าคอนบ้าง สามสาวพูดเล่นๆ ว่าอยากให้มีน้ำขาย ใช้ชื่อไอมาซุย ผู้ใหญ่ดันทำจริง ถถถถถถถถถถ

ราคา 1000 เยน ทำเอามีเสียงอื้ออึงตั้งแต่ประกาศเลย แต่พอเห็นแถมสแตร็ปก็ถึงบางอ้อ มันคือซื้อสแตร็ปแถมน้ำ (ฮา) ที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันจั่ว (ชื่อคอน) ver. ต่อท้ายไว้ แปลว่า…………………………….

ตอนไปซื้อนั้นแบบแถมสแตร็ปขายหมดเกลี้ยงแล้ว (มิน่าแถวโคตรโล่ง) เลยซื้อแบบธรรมดา 2 ขวด เหลือขวดละ 250 เยนเอง!

ไม่รู้อะไรดลใจให้ซื้อ 2 ขวดเพราะเราไม่ได้คิดจะเก็บ กะว่าซื้อมาเป็นของรางวัลให้คนลงขันทำสแตนด์ดอกไม้เฉยๆ….แต่ต้องขอบคุณไอ้ความรู้สึกนึกครึ้ม ชอบทำอะไรเผื่อเหลือของเราในตอนนี้จริงๆ เพราะหลังจากนี้จะเจอเภทภัยเกี่ยวกับอีน้ำขวดนี้แหละ ซื้อเสร็จก็ไปซื้อเซ็ตอิจิบังคาเฟ่ที่อยู่ข้างกัน ซึ่งหน้าคอนนี้จะขายแค่ในราคา 1000 เยน ถูกกว่าข้างนอก 80 เยน

ซีดี ในมือเป็นของโปโป้ยคุง ของเรามีแค่มิลเลียนแผ่นเดียว ของที่คนอื่นฝากซื้อก็ให้คนอื่นไปแล้ว (เสื้อคอนสีขาวข้างหน้าคือปุโร่ย)

ผ้าเย็นจากไซเกมส์ แจกตรงสแตนด์ (….) ของพี่แกน่ะแหละ กลับไทยมาก็เอาไปแช่ช่องฟรีซและใช้ไปแล้วค่ะ (เหลือโดยบังเอิญแพ็คนึง ลืมว่าได้มาสองอัน) มีส่วนผสมของเมนทอล เย็นซาบซ่ามากกกกกกกกกกก

เซ็ตสปอร์ตดริงค์อิจิบังคาเฟ่ ตอนไปซื้อจะเลือกลายกระป๋องได้ค่ะ ลายเป็นภาพรียูสจากตั๋วมูฟวี่มาสที่จำหน่ายล่วงหน้า มี 3 ลาย แบบ A B C ในเซ็ตประกอบด้วยสปอร์ตดริงค์ (ลายกระป๋องเลือกได้) ที่รองแก้วยาง (สุ่ม) แฟ้มใสและถุงใส่

นั่งอยู่สักพักนึงปรากฏว่าคนที่นัดไว้ติดธุระ ได้เวลาไปเอารถที่เช่าไว้แล้ว อดเจอเลย แป้กไป….เราเลยเดินไปซื้อโมนากะกิน อารมณ์แบบว่าอยากลอง และพบกับ……..

เริ่มติดตั้งสแตนด์แล้ว!!!!

จริงๆ หลังเราซื้อซีดีเสร็จไม่นาน อะรั่มก็เหมือนจะกรี๊ดๆ เข้ามาในห้องแชทว่าเห็นรถมาจอดหน้าทางเข้าโดม น่าจะเป็นรถขนสแตนด์ แต่ภาพที่ถ่ายมามองไม่ชัดเลยไม่ได้อะไร แอบสงสัยมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าน่าจะใช่เพราะมันใกล้เวลาพอดี

=========================================================

คั่นรายการด้วยเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อย

การส่งสแตนด์ดอกไม้หรือกระเช้าดอกไม้นั้น โดยพื้นฐานสิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ถามออแกไนเซอร์ที่จัดอีเวนท์นั้นๆ ว่าสามารถส่งได้หรือไม่” (ไม่ใช่ถามสถานที่จัดงานนะจ๊ะ) หากส่งได้ก็ต้องถามว่ามีข้อจำกัดเรื่องขนาดมั้ย? ต้องให้ร้านไปติดตั้ง/ส่งภายในกี่โมงของวันไหน กรณีส่งสแตนด์ต้องมาเก็บกลับก่อนกี่โมงวันไหน คนจะส่งต้องคอนเฟิร์มเองหมดค่ะ แต่ไอมาสน่ารัก มีประกาศจากทาง official ให้เลยทุกรอบ (ส่งกันบ่อยจนเป็นประเพณีแล้วอ่ะนะ)

สำหรับคอน 10 ปีนี้ http://idolmaster.jp/event/10th_live/attention.php ต้องติดตั้งสแตนด์ในวันที่ 17 ก.ค. ถ้าระบุช่วงเวลาได้ให้บอกร้านไปว่าช่วง 15.00-16.00 น.

=========================================================

พยายามจะเข้าไปตรงโซนนั้นแต่มันติดรั้วกั้น หาทางเข้าไม่ได้ แถมกลัวจะเกะกะสต๊าฟ เลยตัดใจไปซื้อโมนากะแล้วกลับไปจุดรวมตัวเหมือนเดิม

แพ็คเกจซินเดอเรลล่า แฟ้มใส 765AS มิลเลียนล่ะ ฟ่ออออออออออออ

ที่รองแก้วยาง เป็นมาโคโตะ จริงๆ ว่าจะขายต่อยัยนิ แต่ไม่รู้ว่าชีไปแลกกับผีคนอื่นหน้าบูทอิจิบังคาเฟ่มาแล้ว

หลังจากนั้นวาตาโบผีกับเพื่อนชื่อเคนจิคลุง (นามแฝงค่ะ คนไทยน่ะแหละ) ก็มาเจอกับพวกเราที่จุดรวมตัวด้วยเพื่อตกลงรับส่วยทีฝากกันไว้ ซึ่งนั่นคือเข็มกลัดตัวละคร SD ที่ขายล่วงหน้าก่อนหน้าคอน (1) (2) (3) แนะนำตัว พูดคุย แลกนามบัตรกัน (นามบัตรโปรดิวเซอร์นะคะ ไม่ใช่นามบัตรเป็นการเป็นงาน ถถถถ)

DN “แอดปาล์มล่ะ?”
ใครสักคน “ยังไม่มาเลย”
DN “ไหนบอกอีก 7 คิว????”
ใครสักคน “ล่าสุดที่ตอบกลับมาก็บอก 7 คิว”
DN “………ผ่านมา 2 ชั่วโมงแล้วนะ”
ใครสักคน “นั่นดิ”
DM “………..(ยังมีชีวิตอยู่มั้ยเนี่ย)………….”

เลยลุกอีกรอบไปซื้อสินค้าบ้าง กะว่าคนคงน้อยลงแล้ว แอดปาล์มกลับมาก็จะได้กลับกันเลยเพราะเรามีนัดที่อากิบะตอนทุ่มนึงอีก พอเดินกลับไปเต็นท์ขายสินค้า (ไม่แน่ใจว่าเดินไปกับใครด้วยรึเปล่า) ก็เห็นสแตนด์มาติดตั้งเยอะแล้ว และมีคนเข้าไปถ่ายรูปแล้วด้วย! มองๆ ดูมันเข้าได้อยู่แต่ต้องเดินอ้อมไกลหน่อย เลยพากันเรียกพวกมาดู (แอดปาล์มกลับมาตอนไหนไม่รู้)

พวกเรายืนรอจดจ่อ ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ….รอดูว่าเมื่อไหร่สแตนด์ไทยจะมาสักที ถึงเราจะเป็นคนดีลเรื่องนี้เองก็ไม่รู้ค่ะว่าหน้าตาจะออกมาเป็นยังไง เพราะปล่อยให้ร้านจัดซะเกือบครึ่ง

ใครสักคน “นั่นรึเปล่า เป็นดาว”
DN “ไม่มั้ง”
ใครสักคน “อ้าว ไม่ใช่……”
ทั้งคณะ “………(ดูสแตนด์อื่นไปพลาง)…………”
ใครสักคน “โน่นๆ ดาวมาอีกแล้ว”
DN “(หัวเราะ) ของคนอื่นอีกล่ะมั้ง”
เนเน่ “ไม่ๆ อันนี้มีเลข 10!!!!”
DN “!?”

กรี๊ดแตกกันหมด ตื่นเต้นกันมาก คนอื่นตื่นเต้นกว่าดิฉันอีก เค้ายกมาแค่ส่วนบนก็รีบถ่ายรูปละ (ฮา)

พอเราเห็นสแตนด์ผีไทยมา สิ่งต่อไปที่เรารีบเดินหาคือ…………

ก็แหม สั่งร้านเดียวกัน (แถมตูนี่แหละคนสั่ง ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ)

ระหว่างติดตั้งนั้นลมแรงมากค่ะ สต๊าฟวิ่งวุ่นกันมาก คอยผูกเชียร์ยึดให้แน่น ยืนคำนวณพื้นที่กัน ตอนเค้าติดตั้งสแตนด์ผีไทยก็ลุ้นนะ คือตอนแรกจะเอาไปประกอบผิดฐานค่ะ() สักพักคนประกอบก็รู้ว่าผิดอัน ก็วางส่วนหัวสแตนด์พวกเราพิงรั้วไว้แบบสั่วๆ แอบเคืองนิดนึง FFFFUUUUUUUU กลัวหัก พยายามระงับความโกรธด้วยการพูดติดตลกแบบไม่ขำเท่าไหร่นักว่า “คงไม่เอาไปประกอบกับฐานของไต้หวันนะ (ฮา)”

ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะคะ แต่คนญี่ปุ่นชอบคิดว่าไทยคือไต้หวัน เพราะเค้าคุ้นเคยกับไต้หวันมากกว่า บางคนที่ไม่สนศึกษาเรื่องภูมิศาสตร์อะไรพวกนี้จะนึกว่าเป็นไต้หวันทั้งนั้น (เลยหมั่นไส้ไต้หวันนิดๆ เป็นการส่วนตัวไง)

ปล่อยคนอื่นกรี๊ดกร๊าดรับชมสแตนด์กันไป เราไปต่อแถวซื้อสินค้าต่อ เจอวาตาโบผีอีกรอบ….เค้ามาต่อทีหลังเรานะ แต่แถวไปไวกว่าแถมเสร็จก่อน() จนเราหงุดหงิด พอถึงคิวตัวเองปรากฏว่าคนรับผิดชอบแถวเราเป็นมือใหม่ค่อนข้างช้า แถมไอ้เครื่องปรินท์ใบเสร็จดันถ่านหมดหรือมีปัญหากะบัตรเครดิตอะไรอีก (อารมณ์ตอนนั้นอยากเข้าไปขายแทนมาก) ของที่เราซื้อมีแพมเฟล็ท 1 เล่ม ช็อปปิ้งแบ็ก 2 ใบ (ไอเท็ม MVP มากๆ) และผ้าขนหนูมิลเลียนที่ตอนแรกไม่คิดจะซื้อ แต่เคสนามบัตรหมดเลยซื้อไอ้นี่แทนซะเลย

ไม่มีถุงให้ตอนซื้อสินค้านะคะ ต้องหอบกลับเอง คนซื้อช็อปปิ้งแบ็กด้วยก็จะเอาของมาวางพักบนโต๊ะที่ทางงานจัดไว้ให้แล้วเอายัดช็อปปิ้งแบ็กถือกลับ…ช็อปปิ้งแบ็กเทพมาก ใบใหญ่เบ้ง ความทนใช้ได้ เพียง 500 เยน (กลับไทยมาก็ใช้แทนกระเป๋าปกติไปเลย)

ก่อนกลับก็แว้บถ่ายสแตนด์ผีไทย (รูปลงไปแล้วในภาคหลังเวที) กับสแตนด์เท็น

นี่คือสภาพก่อนกลับ ถถถถถ ตอนดูนี่ใจแป้วแล้ว “เห้ย ทำไมลูกโป่งมันกองงั้น!? แล้วไหนป้ายชื่อคนลงขันฟะ!?” พยายามปลอบใจตัวเองว่าเค้าคงยังติดตั้งไม่เสร็จมั้ง พรุ่งนี้ค่อยมาดู ไม่พลาดหรอกน่า ร้านก็โปรระดับนี้แล้ว…(พลาดมีเคลมฮะ ถถถถ)

ซื้อเสร็จตอนเดินกลับก็สวนทางกับรถเข็นที่ขนสแตนด์มาประกอบร่างประปราย ที่สะดุดตามากคือสแตนด์โมโจะที่ทากะซังมีส่วนร่วมด้วย และสแตนด์ถึงนูโดยกลุ่มแฟนนูขาประจำที่ทุกคนที่ได้เห็นต่างพร้อมใจกันกราบ ยกให้เป็น MVP ของคอนนี้ สแตนด์โมโจะนี่บังเอิญว่าเห็นรูปของทากะซังพอดี จำได้ ส่วนสแตนด์นูนี่ ใครเห็นแล้วไม่เหลียวมองก็บ้าแล้วค่ะ()

แวะถ่ายก่อนกลับเป็นที่ระลึก….เพราะตอนเช้าไม่ได้ถ่าย (ถ่ายได้ที่ไหนฝนแบบนั้น)

เห็นแดดแล้วพาลคิดว่าฝนตอนเช้าคืออะไรหนอ

ก่อนกลับเจอเสื้อกันฝนตกอยู่ตรงที่พวกเรานั่ง ถามก็ไม่มีเจ้าของและแถวนั้นไม่มีคนอื่นแล้วเลยเก็บกลับมาด้วย จากนั้นนั่งรถไฟกลับกัน ถ้านั่งขบวนปกติที่ไม่ใช่ Express จะใช้เวลาราวชั่วโมงนึงได้ค่ะ กลับมาถึงอิเคบุคุโระก็เดินตายซาก เอาของไปทิ้งโรงแรมก่อนค่อยเดินทางไปอากิบะต่อ นัดนี้ไม่ไปไม่ได้เพราะถ้าไม่ไปก็ไม่มีตั๋วดูคอน ชีพจรลงเท้าไม่หยุด….แถมมีนัดกินข้าวกับ P นิรนาม (พี่หมื่นเยน) ต่ออีก โอ๊ย ตารางตรูวววววว  (พี่เค้านัดเจอพวกเราทั้งกลุ่มน่ะแหละ)

นั่ง JR ยามาโนเตะไปลงอากิบะ เข้าเว็บร้านอนิเมทเช็ควิธีเดินทางไปซะดิบดี………….ไม่วายหลงทางอีก หลงง่าวๆ ครึ่งชั่วโมงได้ จนมาถึง….

ร้าน Adores 555555555555555 ที่คนอื่นๆ ไปกันมาแล้วเมื่อวาน (16 ก.ค.) มีจัดแคมเปญจน์กับไอมาสพอดี http://idolmaster.jp/blog/?p=13615 นอกจากคาราโอเกะ ที่รองแก้วออริจินอล ออริจินอลเมนูก็ยังมีเข็มกลัดอิจิบังคุจิด้วย แล้วดูแปะป้ายดิ มิลเลียนหมด ถึงรู้อยู่แล้วก็เถอะ……………….

มาถึงแว้วววววววววววววววววววว

ไหนๆ ก็มาเลยเข้าร้านไปซื้อหนังสือที่อยากได้ก่อน เพราะซื้อที่นี่ถูกกว่ากลับไปซื้อที่ไทย มี Newtype 08/2015, Megami Magazine 08/2015, Dengeki G’s Magazine 08/2015 คนที่ซื้อหนังสือพวกนี้บ่อยๆ จะรู้ว่า G’s แม่งหนักชิบหายเลยค่ะ ตอนกำลังคิดเงินอยู่ J มาพอดีเลยบอกให้รอสักพัก คิดเงินเสร็จค่อยไปรับตั๋ว หลังจากนั้นไม่นานตาชานมาพอดี ทักทายกันเล็กน้อย รับของที่ฝากซื้อไว้ เสร็จธุะปุ๊บรีบชิ่งไปยังงานนัดกินข้าวกับพี่หมื่นเยนที่อิเคบุคุโระ ไม่มีเวลาเอาของไปวางโรงแรมแล้วเลยหอบไปทั้งอย่างัน้น ปล่อยพี่แกรอนานละ คนอื่นก็ไปช้ากันเพราะหลงทาง ถถถถถ เลทกว่ากำหนดการเดิมครึ่งชั่วโมงได้

กินข้าวและเมาท์กันพอหอมปากหอมคอก็ต่างแยกย้าย (จะไปดูรายการพิเศษ+เดเระอนิกัน) กลับมาถึงห้องตอนสี่ทุ่ม เหนื่อยแบบตายได้

น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็กะว่าจะซักผ้า (ซักผ้าขนหนูด้วย) แล้วนอนเลย รายการพิเศษช่างมัน สองวันนี้มีทั้งโดนฝนแถมตะลุยสมบุกสมบันมาก อยากพักให้มากที่สุดเพราะไม่อยากป่วยวันคอน

ทว่าเจอคนเอาผ้ามาซักจนเสร็จแล้วแม่งไม่มาเก็บกลับสักที…10 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว เลยโมโหเอาถุงพลาสติกของตัวเองมาใส่ผ้าแล้ววางไว้ให้บนเครื่องแล้วเราก็ซักผ้าของตัวเอง….ตอนลงมาเอาผ้าตัวเอง ถุงผ้านั่นก็หายไปละ จะอบแห้งก็โอเค รอคิว….อิผัวเมียคนจีนแม่งก็ยึดครอง คือมันมีป้ายแปะแนะนำอยู่ว่าผ้าประเภทนี้ๆๆ ควรอบด้วยเวลาเท่านี้ๆๆๆ แต่คงอ่านไม่ออกไง มันเป็นญี่ปุ่นล้วน (แต่คือมันมีภาพประกอบแล้วก็มีตัวเลข มีคอมมอนเซนส์ก็เดาได้ป่ะวะ) อบเสื้อผ้าปกติมันต้องอบชั่วโมงนึง ทีนี้เค้าอบแค่ครึ่งชั่วโมงมันเลยไม่แห้ง ถ้าคนมันฉลาดก็กดไปอีกแค่ครึ่งชั่วโมงพอแล้ว….

………………มันดันกดไป 60 นาที……………….

ยิ่งกว่านั้นเครื่องอบผ้า 3 เครื่องไม่ว่างเลยแม้แต่เครื่องเดียว…..เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ง่วงมาก อยากนอน นี่ต้องรอผ้าอีกชั่วโมงนึง+เวลาต่อคิวเหรอ……

ขณะคนอื่นนั่งดูรายการพิเศษกับเดเระอนิกัน มันกลับไม่ใช่เวลามัวดูรายการพิเศษและเดเระอนิสำหรับเราแต่อย่างใด

จัดของไปพลางขึ้นๆ ลงๆ มาดูหลายรอบเหมือนกันว่าเมื่อไหร่เครื่องอื่นจะว่าง ปรากฏว่าอิเครื่องที่ไม่ว่างก็อิผัวเมียคู่นี้แหละยึดอยู่ คือมึงขนกันมาทั้งตระกูลเหรอวะ ผ้าเยอะชิบหาย!!!! มาเป็นกระสอบ เห้ย!!!! รอจนถึงตี 1 ก็ไม่มีวี่แวว กูง่วง! โมโหเลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตี 3 เพื่อลุกมาปั่นผ้า (แต่ตื่นไม่ไหว เป็นตี 3 ครึ่งแทน….) แน่นอนค่ะ ไม่เจออิผัวเมียคู่นั้นแล้ว (ถ้าพวกเอ็งยังยึดเครื่องจนป่านนี้ก็ไม่รู้จะพูดไงละ) นอนต่อชั่วโมงนึงรอผ้าอบ แล้วลงไปเอามาโยนไว้ข้างเตียง นอนต่ออีก 3 ชั่วโมงได้ถึง 7 โมงครึ่งก็ “ต้องตื่น”

………………เข็ดคนจีนไปอีกนานเท่านาน…………….

To be continued

Advertisements

4 thoughts on “บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 ภาค 2 : 17 ก.ค. ซื้อของก่อนวันคอน&สามีภรรยามหาภัย

  1. ตอนนี้หลากหลายอารมณ์มากค่ะ 55555 //รอติดตามตอนต่อไปค่า >w<

  2. เราไม่ซักเลยซักกะอย่าง…. แกะแล้วใช้เลยข่าาาา 555555
    ปุโร่ยก็ตกใจว่า เฮ้ย ไม่ซักก่อนหรอของจากโรงงาน แต่เราทำแบบนี้ทุกครั้งอ่ะซักก็กลัวหด สีจาง เอามันสดๆนี่แหละ 555555

  3. Pingback: ไกด์การแสวงบุญคอนเสิร์ตไอมาส ตอนที่ 4 -ภาคกิจกรรมก่อนเริ่มคอนเสิร์ต- | คุยเรื่องไอมาสของ DarkNeon

  4. Pingback: ไกด์การแสวงบุญคอนเสิร์ตไอมาส ตอนที่ 4 -ภาคกิจกรรมก่อนเริ่มคอนเสิร์ต- | คุยเรื่องไอมาสของ DarkNeon

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s