บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 ภาค 6 : 19 ก.ค. เช้าแห่งการวิ่งไล่จับ (2)

ต่อกันกับช่วงกลางคืนวันที่ 18 นิดหน่อยและเช้าวันที่ 19 ค่ะ ซึ่งจะพูดถึงคนรู้จักเยอะหน่อยเหมือนวันที่ 18 ตอนเช้า ยังไม่เข้าช่วงคอนเสิร์ตนะบอกไว้ก่อน

คอนเสิร์ตจบ เดินคุยออกมาพร้อมพวกเด็กๆ มิกผีแวะส่งแฟนเล็ตเตอร์เลยให้สองหนุ่มไปกันก่อน เรายืนรอมิกผีอยู่ ละสายตาแป๊บเดียว อ้าว มิกผีไปไหนแล้ววะ มองหาไม่เจอ….เราเลยกลับโดยไม่รอใครและย้ำทุกคนในห้องแชทว่าไม่ต้องรอกัน ต่างคนต่างกลับ (ไม่งั้นไม่ได้กลับแน่)

มีบัตร Suica อยู่ สะดวกดี ไม่ต้องรอคิวซื้อตั๋ว ทุกคนควรมีติดตัวไว้ หรือไม่ก็ซื้อตั๋วขากลับเผื่อเอาไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุกขบวนเป็นปลากระป๋อง เห็นขบวนนึงว่างแบบปาฏิหาริย์ พอขึ้นไปนั่งปุ๊บมีเสียงประกาศในรถว่ารถไฟจะออกในอีก 1 ชั่วโมงนะครั่บ ใครอยากกลับไวไปชานชาลาอื่นครั่บ….อ้าว อดเลย (>_<) พอขึ้นขบวนที่จะออกถัดไปก็ปลากระป๋องตามคาดค่ะ ยืนเกาะเสาตรงประตู ในใจนึกว่าทนเอา 30-40 นาทีพอไหวเพราะเป็นขบวน Express น่าจะถึงไวอยู่แล้ว แต่โชคดีว่าคนที่นั่งใกล้ๆ ตรงเรายืนเขาลงที่สถานีโทโคโระซาวะ (สงสัยอยู่โรงแรมแถวนี้) ทำให้ได้นั่งยาวและทวิตอะไรพวกนี้เพื่อกันลืม

ถึงอิเคะสี่ทุ่ม เดินหลงทิศในสถานีนิดนึง() เดินมาถึงโรงแรม อาบน้ำอาบท่ากว่าจะได้กินมื้อเย็น (!?) ก็ห้าทุ่ม และแน่นอนว่ามื้อดึกก็คือ….

ไม่ค่อยเมาท์อะไรมาก รีบกินรีบเตรียมตัวให้เสร็จเพราะคืนนี้มีนัดกับคนรู้จักชื่อ คิริน P….เป็น 1 ในคนที่เจอกันที่ล็อบบี้โตโยโกอินน์สาขาชินโตชินพร้อมๆ กับคุเรฮะซัง พอดีตอนกลางวันถามเขาว่าพักโตโยโกอินน์เหมือนเดิมรึเปล่า ปรากฏว่าโป๊ะเชะเลย พักคิตากุจิ 2 ที่เดียวกับสอยบอท เราเลยนัดว่างั้นพอกลับถึงโรงแรมก็แลกนามบัตรกันมั้ย (เพราะหลังจากนี้น่าจะเจอตัวกันยากแล้ว) คิรินซังบอกว่าถ้าจะมาเดี๋ยวติดต่อมา เราเลยต้องรีบเตรียมตัวเผื่อไว้ รีบซักผ้าทันที (เข็ดละกับอิผัวเมียเมื่อวาน เลยรีบกลับมาแย่งเครื่องนี่แหละเพราะจะซักผ้าขนหนูใช้ต่อพรุ่งนี้ด้วย)

เสร็จแล้วลงมานั่งรอคิรินซังที่ล็อบบี้ มาถึงตอนเที่ยงคืนกว่าๆ…แลกนามบัตร ให้เพรทซ์ลาบเป็นของฝาก คุยกันเรื่องเซ็ตลิสต์พรุ่งนี้ ประเด็นว่าทำไมจุดรับฝากของขวัญถึงทำให้ยุ่งยาก คุยเรื่องเพลง Destiny คุยว่าถ้าเท็นร้องเนชั่นบลูเราคงตายคาโดมแน่ ฯลฯ ส่วนมากคุยประเด็นวิเคราะห์กันค่อนข้างจริงจัง เช่น เรื่องเซ็ตลิสต์ แผนการตลาดและแนวทางไอมาสในอนาคตมากกว่านั่งโฮกคนโน้นคนนี้….อ้อ ลืมบอกไปว่าคิรินซังก็คืออีกคนที่ติดหล่มมนุษย์สีน้ำเงินwww คุยกันเกือบชั่วโมงก็แยกย้าย ไม่งั้นเช้าตื่นไม่ไหวแน่ หลับนอนประมาณตีหนึ่งครึ่งได้

.

.

.

เช้าวันที่ 19 ก.ค.

กินข้าว ซื้อเสบียงตุน รอบนี้ไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อกันฝนไปด้วย ส่วนน้ำพกไปแค่ 2 ขวด เมื่อวานพกไป 3 ขวดแล้วกินไปสองเอง พกไปเยอะก็หนักเปล่าๆ…โดดขึ้นรถไฟตอน 8 โมง…มองออกไปนอกรถไฟเจอแดดเปรี้ยง….รู้สึกเหมือนโดนอากาศประเทศนี้หาเรื่องแปลกๆ เมื่อวานตอนพกน้ำไปเยอะ+ไร้อุปกรณ์กันฝน ฝนดันตก วันนี้เอาน้ำมาน้อย+เอาของกันฝนมาดันแดด….มาต่อยกันเลยมา

เห็นแดดนั่นมั้ยคะ แดดดดดดดดดดดด นี่คือตอน 9 โมงเช้าค่ะ!!!! ตรงลานมีการพ่นละอองน้ำตลอดเวลาเพื่อดับร้อน

ถึงเซย์บุโดมตอนเกือบๆ 9 โมงก็รีบเอาสมุดข้อความที่ให้ทุกคนเขียนถึงสต๊าฟไปฝากที่จุดรับฝากของขวัญ (เต็นท์ตรงบูท Food & Drink จุดเดียวกับที่เราฝากเมื่อวาน) คนโล่งเชียวเลยจัดการเสร็จอย่างรวดเร็ว….ส่งให้แล้วกับมือค่ะในนามโปรดิวเซอร์ไทย ได้แต่หวังว่ามันจะถึงสต๊าฟบันแหนมกับ A-1….ส่งปุ๊บก็ย้ำลงห้องแชทรัวๆ กับปุโร่ยว่าให้เอาจดหมายที่ทุกคนฝากมาจากไทยมาส่งด้วย รีบๆ มา เดี๋ยวคนเยอะ

ส่งเสร็จก็ขอถ่ายรูปหน่อย

ตอนเช้าๆ ยังมีรั้วกั้นอยู่ค่ะ เข้าไปใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว จะถ่ายนี่ยังต้องขอสต๊าฟเลยว่าจะไม่ก้าวล้ำเข้าไป….ถ้าอยากถ่ายให้ได้เต็มๆ แบบไม่มีอะไรบังต้องเข้าไปใกล้กว่านี้ แย่จัง….

ถ่ายป้ายอีกสักวัน จริงๆ ตอนถ่ายรูปนี้เราจำไม่ได้ค่ะว่าถ่ายป้ายไปแล้วในวันที่ 17 แถมรูปสวยกกว่าอันนี้อีก ฮ่าๆ

เสร็จธุระจากตรงนี้ก็โดนซัมมอนให้ไปลานจอดรถ B อ้างอิงจากภาพประกอบอันนี้คือลานจอดรถขวามือนั่นเองค่ะ (โซนขายของ บูททั้งหลายและสแตนด์ดอกไม้จะอยู่ลานจอดรถ C ด้านซ้ายมือ) คนที่เราจะเจอชื่อว่าชูนะซัง เป็นมาโคโตะ P  เกมมิลเลียนก็เล่นแต่จำไม่ได้ละว่าเป็นผีของใครบ้าง อิคุล่ะมั้ง ติ่งฮิโรมิซังกับสึวะ (อายากะ) เล่นทั้งจักรยานแต่งลายไอมาสกับดอลฟี่ไอมาส เขาบอกว่าให้ไปรอแถวโซนจักรยานก่อน ไปถึงก็น่าจะเจอเอง เป็นที่ที่มีจักรยานหลายๆ คันเรียงกัน ส่วนตัวเขาขอตัวซ่อมสแตนด์ดอกไม้สักครู่…..เพราะชูนะซังคือเจ้าของสแตนด์มาโคโตะที่ป้ายหักนั่นล่ะค่ะ (เคยลงภาพไว้แล้วในเอนทรี่ก่อนๆ) ถ้าจำไม่ผิดรู้จักชูนะซังตอนเข้าร่วมโปรเจ็คต์ดอกไม้ให้สาวๆ คอนมิลเลียน 1st? ที่ถึงขั้นนัดเจอกันได้เพราะเคยช่วยเฮียแกเรื่องตั๋วมิลเลียนนิดหน่อย ริออนผีได้ตั๋วเกินมาจะขายต่อเลยชี้เป้าให้ สองคนนี้ก็ได้รู้จักกันตอนริออนผีไปดูคอนมิลเลียนที่ญี่ปุ่น ส่วนชูนะซังก็ได้ดูคอนสมใจ =w=

ปัญหาคือลานจอดรถ B มันกว้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แดดก็โคตรร้อน เผาเกรียม ที่ให้หลบก็ไม่มี….กว่าจะเดินหาเจอก็เหงื่อท่วม orz ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าใช่มั้ยเลยถ่ายรูปส่งไปถามเฮียแกว่าใช่รึเปล่า พร้อมกับสแตนด์บายรอคำตอบใต้ร่มต้นไม้แถวนั้น…

ชีวิตดีอีกค่ะ….ได้ยินเสียงซ้อมรั่วอีกแล้ว มาเป็นชุดรัวๆ ถถถถถถถถ โดนหมดสองวันเลย โฮวววววววววววววววววววว

ตอนรอชูนะซัง มีคนรู้จักอีกคนที่คลาดไม่เจอกันเมื่อวานทวิตมาบอกว่าถึงแล้ว จะให้เจอกันที่ไหน ปวดหัวกับคิวซ้อนดีตอนนั้น =w= เราเลยบอกว่าตอนนี้อยู่ลานจอดรถ B ไว้เสร็จตรงนี้จะไปหา….ในใจนี่ไม่แน่ใจว่ายืนถูกที่รึเปล่า….ตรงนี้ใช่จุดนักที่ชูนะซังบอกรึเปล่าก็ไม่รู้….ทันใดนั้นก็พบกับแผ่นหลังที่คุ้นเคย

DN “เจอกันอีกแล้วนะคะwwww”
เดโกะตัน “อ้าวwwwww”

เดโกะตันก็เล่นจักรยานไอมาสเหมือนกัน แก๊งเดียวกับชูนะซังน่ะแหละ เดโกะตันเอาของฝากเป็นโปสการ์ดจาก Chara-Chro Cafe ให้เราจำนวนนึง บอกว่าให้ไปแบ่งกันในหมู่ผีไทย…คุยๆ กันแก๊งจักรยานแถวนั้นก็มาแลกนามบัตรกับเราหมดเลย ถถถถถ สักพักชูนะซังกลับมาถึง แนะนำตัวกัน ให้ของฝาก แลกนามบัตรเรียบร้อยเราก็แยกตัวมาเพราะร้อนมาก จะตายเพราะแดด วิ่งเข้าห้องน้ำกลางทางก่อนจะไปหาคนรู้จักอีกคนที่ขอให้รอไว้

บอกก่อนว่าห้องน้ำญี่ปุ่นไม่ได้มี bidet ทุกที่หรอกนะคะ ส้วมที่เซย์บุโดมมันเป็นชักโครกอนาถๆ ดีๆ นี่เอง แต่ว่างมากเลยคงเพราะยังเช้า+เป็นห้องน้ำหญิงด้วย ทำธุระเสร็จเรียบร้อย แถวนั้นมีตู้กดน้ำพอดีเลยซื้อน้ำเปล่าเย็นๆ ขวดนึง…..ดื่มน้ำอึกๆ พลางฟังเสียงเพลงรั่วอย่างมีความสุข (……)

เสียงรั่ว “♪♪♬♪♫ (มีเสียงคนร้องด้วยอีกต่างหาก)”
DN “(??? เพลงนี้ไม่เคยได้ยิน สงสัยเพลงใหม่ของซินซี 2 มั้ง)”
↑ คืนนั้นไม่ได้ดู โดนดาเมจจากสามีภรรยาจีนอยู่ (ถึงไม่โดนก็กะนอนเอาแรงอยู่ดี)

นัดเจอกับเป้าหมายรายต่อไปแถวๆ สี่แยกด้านล่างลานจอดรถ B (จริงๆ เขาบอกว่าอยู่ลานจอดรถ D ซึ่งต้องข้ามถนนไปอีกฝั่งตรงแถวๆ ที่แจกสมุดคอลกัน แต่เราเข้าใจผิดคิดว่าตรงที่ตัวเองยืนอยู่คือลานจอดรถ D =w=) ถ่ายรูปส่งไปให้ดูว่าอยู่ไหน

??? “โอเค เดี๋ยวไปหาพร้อมกับคนรู้จักกลุ่มนึงนะ”
DN “กรี๊ดดดดดดดดดดดwwwww (เห้ยยยยยยย อยู่ๆ มากันงี้เลยเรอะ)”
??? “เป็นอะไรwww”

คุณคะ!!! นึกถึงหัวอกดิฉันบ้าง ผู้หญิงคนเดียวจะให้เจอกับกลุ่มผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเรอะ โน้วววววว (แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้ว เพราะแถวจุดนัดก็มีผู้ชายแปลกหน้าเยอะแยะ ฮา) สักพักมีชายหนุ่ม 3-5 คนเดินมา หนุ่มแว่นตัวผอมๆ ท่าทางเรียบร้อยคนนึงเข้ามาทักเราก่อน

DN “โทยามะซังรึเปล่าคะ?”
โทยามะ “ครับ”
DN “ดาร์คนีออนค่ะ ^o^”

เรียกโทยามะซังก็จริง แต่บุคคลผู้นี้มีหลายชื่อมาก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่นั่น ถถถถถ เลยเรียกด้วยชื่อแรกสุดที่เห็นตอนคุยกันใหม่ๆ (เคยถามแล้วเจ้าตัวบอกอยากเรียกอะไรก็เรียกไป) จะบอกว่าเป็น P คงไม่ถูกนัก….จริงๆ เขาคืออีเวนเตอร์ (นิยามคำว่าอีเวนเตอร์หมายถึง โอตาคุที่มีอีเวนท์อะไรก็ไปหมด ไม่เกี่ยวกับว่าอีเวนท์นั้นจะมีคนที่ตัวเองชอบรึเปล่า) มากกว่า และพอดีว่าอีเวนท์ที่วิ่งบ่อยๆ ดันเป็นของสาวๆ ที่เป็นไอมาสเกิร์ลด้วยซะเยอะ แถมไอดีสำรองของเขามันอ่านได้ว่าโจโร่ยแมน (choroi = (ใจ) ง่าย) เลยแซวประจำว่าโจโร่ยแมน เดี๋ยวก็ย้ายไปอวยคนอื่น อะไรประมาณนี้ (แซวเล่นกันเฉยๆ นะคะ ไม่ได้เสียดสีหรืออะไร เป็นมุกประจำที่เล่นกันอยู่แล้ว) เหมือนเขามาฟอลเราสุ่มๆ ปกติเราไม่ฟอลคนมาฟอลสุ่มๆ กลับเท่าไหร่ อย่างน้อยจะอ่านไทม์ไลน์ดูว่าโม่ยมั้ย ถ้าโม่ยก็ปล่อย ไม่โม่ยก็ลองฟอลทำความรู้จัก….นับว่าน่าแปลกใจเหมือนกันที่โทยามะซังเรียบร้อยมากบนทวิตเตอร์ (อิมเมจอีเวนเตอร์ส่วนใหญ่มีแต่พวกคะนองจนโม่ย….) ตามสเต็ปทั่วไปมักคุยด้วยรูปสุภาพกันก่อนใช่มั้ยคะ แล้วค่อยพัฒนาเป็นรูปปกติทีหลังหรืออาจจะยังใช้รูปสุภาพเป็นหลักเหมือนเดิมโดยลดจำนวนลงและคุยภาษาปากมากขึ้น มีโทยามะซังนี่แหละที่คุยกับเราด้วย “ภาษาปาก” ตั้งแต่รู้จักกันครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วโน่นจนตอนนี้ (ส่วนเราก็รูปสุภาพตลอด =w=) และน่าประหลาดใจอีกที่คำพูดภาษาปากของเขามันดูไม่ห่าม เลยทำให้ไม่กลัวที่จะคุยและกล้าเล่นด้วย…..(หนุ่มกินพืช? อืม อิมเมจให้อยู่)

เรายื่นของฝากให้เขา เขาก็ยื่นให้เรา ของที่ได้มาคือ Radio CD แผ่น 1 ของอนิเมเรื่อง Re-Kan! (เรดิโออันนี้ฟังทุกสัปดาห์ค่ะ เพราะจัดโดยคานะกับยูริโกะแห่งมิลเลียน อนิเมก็ดู ฮ่าๆ) บอกไปแล้วใช่มะว่าเขาเป็นอีเวนเตอร์ เพราะงั้นพวกอีเวนท์ お渡し会 ที่ต้องซื้อซีดีเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าร่วม เขาย่อมไม่พลาด…..และแน่ล่ะว่าซื้อเยอะ ซีดีที่เหลือก็เอามาไล่แจกแบบที่คุสึริซังให้เรา แต่ด้วยความเกรงใจไม่อยากรับฟรี เราเลยให้ของฝากกับซีดีที่เรามีซ้ำ (แต่เขายังไม่มี) เป็นการแลกกัน (ซีดีที่แลกคือซีดีอะไรนั้นคิดว่ามีคนเดาออกแน่ๆ ถถถถ) แลกนามบัตรกับแก๊งเขามาด้วย มีคนนึงชื่อวาตาปองซัง แนะนำตัวว่าชอบมนุษย์สีน้ำเงินเหมือนกัน คราวหน้าไว้เจอตามอีเวนท์ของใบเรือนะ เราตอบรับไป (แต่ในใจคิดว่าตูแค่ติ่งมนุษย์น้ำเงิน ไม่ได้ติ่งใบเรือ อาจจะได้เจอกันไม่บ่อยมั้ง ฟฟฟฟฟ) โฆษณาสแตนด์ดอกไม้ด้วยนิดนึงก็ร่ำลากันเพราะเรามีคิวต่อ

เช็คเวลาแล้วคนที่รอน่าจะยังมาไม่ถึงเร็วๆ นี้แน่…..เลยเดินกลับไปลานจอดรถ C เพื่อถ่ายรูปสแตนด์ดอกไม้ตอนประมาณ 10 โมง กว่าจะถ่ายเสร็จก็ 10 โมงครึ่ง ในสภาพที่เหมือนโดนใครสักคนจับบิดเหมือนบิดผ้าเอาน้ำในตัวออกไปหมดแล้วแถมยังปวดแสบปวดร้อนทั่วตัว แดดหรือคลื่นไมโครเวฟอบไก่วะ ร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

อันนี้คืออัลบั้มที่เราถ่ายไว้เองค่ะ https://www.flickr.com/photos/112374766@N05/sets/72157656693300755 ไม่ได้ถ่ายแบบบรรจงละเลียดทีละอันหรอก พิจารณาแล้วว่าถ้าทำอย่างนั้นได้ละลายตายกลางแดดแน่เลยเน้นถ่ายแต่ละช็อตติดสแตนด์เยอะ+ชัดที่สุด ดังนั้นเวลาเจอใครถ่ายประดิดประดอยนี่โคตรหงุดหงิด 55555 ร้อนนนน เร็วๆ ว้อยยยย

เสร็จแล้วก็ไปเก็บรูปบรรยากาศมานิดหน่อย

บริเวณแถวซีดี ได้ข้อมูลหลังจากกลับไทยแล้วว่าซีดีมิลเลียนเป็นแผ่นเดียวที่ขายหมด (ของโคลัมเบียทั้ง 2 แผ่นยังเหลือเลยเอามาขายต่อที่อนิเมท) ฟังแล้วก็เป็นปลื้ม

 

บริเวณบูท Arrows และบูทอื่นๆ แถวนั้น กะจะไปจับอิจิบังคุจิ เห็นความยาวแถวกับแดดแล้วเพลียเลย….

 

บูทลอว์สัน ส่วนมากโล่งตลอด ไม่ค่อยมีใครมาซื้อบ่อยหรอกค่ะ มันแพง -__-‘

 

แน่นตลอด ไม่จับก็ได้ ฮือวววววววว อยากได้พวงกุญแจอยู่นะ แต่ยังไม่อยากละลายกลางแดด T____T

ตรงส่วนจัดแสดงสินค้าใหม่ก็คนเยอะตลอดเวลา รู้สึกเสียดายมากที่มาแล้วไม่ได้ดู เฮ้อ…….

โชคดีที่ยังไม่มีใครมาตอนถ่ายรูปสแตนด์ เราย้ายตัวเองไปยืนรอใต้ร่มไม้ตรงทางเดินไปลานจอดรถ C (มันมีร่มแค่แถวนั้นแหละ) และเฝ้ารอคนอื่นๆ ต่อไป….พลางฟังเสียงซ้อมรั่วต่อ ปลงแล้วค่ะ ยืนตรงไหนมันก็ได้ยิน หนีไม่พ้น ไม่อยากโดนสปอยล์คืออย่ามาจนกว่าจะถึงเวลาเข้าโดม…..

ทันใดนั้นเองเห็นทวิตของ My เบ๊เด้งขึ้นมาเลยทักทันที

DN “ถึงรึยังน่ะ?”
มายเบ๊ “รอแป๊บนึงฮะ ขอโทษที”
DN “มาถึงแล้วก็มาตรงทางที่จะไปจุดขายของนะ ยืนรอในร่มข้างทาง (—บอกลักษณะการแต่งตัววันนั้นไป—-)”
มายเบ๊ “รับทราบฮะ! นายท่านจะเล่นเสี่ยงดวงกาชาคุกกี้มั้ย? แต่มีคนจับได้ชิโฮะไปแล้วนะ”
DN “เล่นๆ”

…….11 โมง หนุ่มน้อยใส่แว่นร่างอวบนิดๆ เดินถือกล่องยาวๆ เดินมาหาเรา…..เรามองนามบัตรที่เขาห้อยไว้ก็รู้ทันที….

DN “อาตาโมรุคุง?”
มายเบ๊ “ฮะ ^o^”

ถ้าทิ้งบทสนทนาไว้แค่นี้คาดว่าหลายท่านคงงงแหงๆ…….กับอาตาโมรุคุงรู้จักกันได้เพราะเรา RT ทวิตของเขา (ที่มีคนรีมาอีกที) เขาเลยมาขอบคุณที่ RT คุยกันนิดหน่อยแล้วฟอลกันตั้งแต่ตอน ธ.ค.2013 แต่มีช่วง ก.พ.-มิ.ย. 2014 ที่ทิ้งช่วงไปไม่ได้คุยกันเลย (ไม่รู้ทางโน้นหายต๋อม เราหายต๋อม หรือแค่ไม่ได้คุยกัน) มาเริ่มคุยกันมากขึ้นตอนโตเกียวกูลฉาย (ค่ะ…คุยเรื่องคุณคนนั้นพากย์โทกะได้เท่มากน่ะแหละ ถถถถ) แล้วคุยกันมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน

อาตาโมรุคุงเป็นหนุ่มน้อย ม.ปลายวัยใสบริ๊ง การใช้คำพูดคำจาสุภาพเรียบร้อยน่ารักมุ้งมิ้ง เป็นยูคิโฮะ P และโคโตฮะ P  เมนหลักคือ 765AS กับมิลเลียนแต่โดยรวมแล้วเป็น DD นอกจากนี้ยังติ่งอาซึมิน ทาเนะซัง ใบเรือและ ฯลฯ เทิดทูนยูริ ชอบอ่านและแต่งฟิคยูริน่ารักๆ ประมาณพอจิ้นได้ อวยคู่ยูริโกะ x อันนะ ที่บ้านประกอบกิจการร้านขนมอยู่ จ.มิเอะ (เวลาเห็นทวิตว่าทำงานพิเศษนั่นคือช่วยงานที่บ้าน) ดังนั้นเขาจึงมีสกิลทำขนมและอัพภาพคุกกี้หรือเค้กที่ทำเป็นลายไอดอลในไอมาสลงทวิตบ่อย ทำออกมาน่ารักใช้ได้เลยล่ะค่ะ แถมน่ากินอีก (ทั้งคนทำและขนมwwwwwww) ตอนแรกเกือบไม่ได้มาเพราะตอนนี้น้องเขา ม.5 แล้ว พ่อแม่ไม่ค่อยอยากให้มาไกลๆ เลยบอกว่าเออ ค่อยๆ ตะล่อมพ่อแม่เอาละกัน อาจจะช่วยงานเพิ่มเป็นเงื่อนไข (เพราะโอกาสที่เราจะเจอเขามันยากมาก ถ้าไม่มาคอน 10 ปีนี่คงได้เจอหลังเข้ามหาลัยได้แหงๆ) จนกระทั่งได้มาในที่สุดแม้แค่วันอาทิตย์ก็ตามที (ส่วนนึงมีเราคอยยุงและชักใย 5555) คอนเสิร์ตวันเสาร์นั้นเขาดูไลฟ์วิวในโรงแถวบ้านเอา

ส่วนสาเหตุที่เราเป็นนายท่านและอาตาโมรุคุงเป็นเบ๊…..คนที่อ่านบล็อกเราผ่านตาบ้างคงเห็นว่าเราเป็นทาสมิลเลียน มีซีดีครบหมด ซีดีมิลเลียนจะแถมซีเรียลรับการ์ด SR ฟรีทุกแผ่น ด้วยความที่เสียดายเลยตั้งใจว่ายกให้คนอื่นดีกว่า เมื่อก่อนเคยให้คนแถวนี้แหละแต่ไปติดแกรนบลูกันหมดละ มิลเลียนผีคนอื่นที่รู้จักกันก็ซื้อซีดีกันเองหมดแล้ว นึกออกแค่อาตาโมรุคุงเลยยกซีเรียลให้เอาไป redeem ซึ่งก็ตามคาด เด็กนักเรียน (แถมไม่ได้ทำงานพิเศษข้างนอก) ซื้อซีดีราคา 2000+ เยนทุกเดือนไม่ไหวหรอก เขาก็ขอบคุณมาว่าเกรงใจจัง ไม่รู้จะให้อะไรคืน เราตอบไปเล่นๆ ว่า “เป็นเบ๊ก็พอแล้วค่ะ (ฮา)” ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะยอมเล่นด้วยจริงๆ ถถถถถ ตั้งแต่นั้นมาเราเลยเลิกพูดคำสุภาพ พูดภาษาปากแทน ตอนแรกแค่เล่นๆ ทำเป็นสวมบทเจ้านาย ไปๆ มาๆ คุยแบบนี้แล้วรู้สึกไม่ขัดและเป็นธรรมชาติกว่า…ก็เลยตามเลยนับแต่นั้น….เขาบอกเราล่วงหน้าแล้วว่าตอนคอน 10 ปีจะทำคุกกี้มาแจกคนรู้จักประมาณ 40 ชิ้น ตอนแรกถามแก๊งผีไทยคนอื่นเหมือนกันว่าอยากเจอมายเบ๊มั้ย คนอื่นบอกอยากเจออยู่นะแต่สุดท้ายก็แยกกันไปทำธุระคนละอย่าง อดกันไป ฮิๆๆๆๆๆ

เรารีบยัดของฝากให้อาตาโมรุคุงทันทีเพราะมันหนักมาก ที่หนักเพราะมันคือหนังสือเล่มนี้ค่ะ (งดถามว่าทำไมดิฉันมีหนังสือเล่มนี้นะคะ รู้คำตอบกันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ) เราเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ (พูดแบบไม่เสริมแต่งคือใช้ประโยชน์เสร็จแล้ว – -+) เอามาให้เด็กใกล้สอบเอ็นท์ดีกว่า นอกจากนั้นก็มีเศษทุเรียนทอดยี่ห้อชายน้อยที่ซื้อจาก 7-11 เคยคุยเรื่องนี้กันนานแล้วว่าทุเรียนทอดอร่อยนะ แต่เจ้าตัวดูไม่ค่อยเชื่อเลยเอามาให้พิสูจน์ (แต่งบหมด+กลัวไม่มีที่ยัดเลยซื้อมาแค่เศษ)

อาตาโมรุคุงเปิดกล่องคุกกี้แล้วถามว่าจะเจาะจงเลือกเอาจากมิลเลียนโดยเฉพาะมั้ย เราบอกว่าไม่ คละๆ สุ่มเอาดีกว่าและเลือกหยิบมาอันนึงจากแถวขวาสุดตรงหน้า

ผลลัพธ์….

ดีลของกันเสร็จแล้ว มายเบ๊ก็ตัวปลิวจากไปอย่างรวดเร็วเพราะมีคิวไปเจอคนอื่นเหมือนกัน (คงอยากรีบกำจัดคุกกี้ให้หมดๆ ด้วย ใครจะอยากหอบไปข้างใน) ส่วนเรายืนรอคนรู้จักตรงนี้ต่อ

คุกกี้กินไปแล้วนะคะ ไม่เหลือมรดกอะไรทั้งสิ้น หุหุ อร่อยค่ะ

รายต่อไป….ชื่อโลกอสซัง ตอนแรกเขาเข้าใจผิดเดินไปตรงจุดซื้อของแถวๆ ที่วางสแตนด์ เราเลยบอกไม่ช่ายยยยยย รออยู่ตรงทางเดินค่า ถ่ายรูปจุดที่ยืนอยู่ส่งไปให้ดูพร้อมบอกจุดเด่นกับลักษณะการแต่งตัว รออยู่ราวๆ 10 นาที โลกอสซังก็มาถึง….ใส่เสื้อจักรยานลายมิกิมาแต่ไกล (เมนคือมิกินี่นา) อิมเมจของเราคือโลกอสซังดูเป็นคนที่งานยุ่งตลอดเวลา อารมณ์มนุษย์เงินเดือนทำงานทั้งวัน กลับถึงบ้านก็นอนตาย ไม่ค่อยทวิตมากนัก….เราให้ของฝากเป็นทุเรียนทอดเพราะคุยกันมานานละว่าอยากให้ลอง โลกอสซังเป็นคนน่ารักมาก เมนชั่นทวิตตอบเราประจำโดยไม่รังเกียจว่าเป็นต่างชาติ T^T

คุยๆ กันอยู่มีคนสะกิดเราจากข้างหลัง….ปรากฏว่าเป็นฮัปปะซังที่เจอกันวันแรกนี่เอง เราเลยแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน แต่จริงๆ เขาฟอลโลว์ทวิตเตอร์กันอยู่แล้วแค่ไม่ได้คุยกันบ่อย (เรื่องปกติของวงการไอมาสผีค่ะ ฟอลกันเป็นวงแบบนี้แหละ) พอโฆษณาสแตนด์ดอกไม้กับโลกอสซัง (ฮัปปะซังดูไปแล้วตั้งแต่วันแรกหลังแยกจากเรา) อยู่ๆ ก็คุยกันเรื่องดอกไม้

DN “คิดว่าสาวๆ จะเห็นสแตนด์ดอกไม้มั้ยคะ”
โลกอส “ไม่รู้เหมือนกันสิครับ…..”
ฮัปปะ “ไม่น่ามีเวลาเดินดูมั้ง”
DN “ผจก.จะถ่ายรูปไปให้ดูมั้ยน้า…..”
โลกอส/ฮัปปะ “…….อืมมมมมมมมม……”
DN “อื้ม ถ้าไม่ได้เดินดู ไม่ได้เห็น สแตนด์ทุกอันก็ไม่มีใครเห็นโดยเท่าเทียมกัน!”
ฮัปปะ “ดูอยู่แล้วน่า ไม่สิ ทุกคนอยากดูทั้งนั้นแหละ!!!”
DN “นั่นสินะคะ ของส่งถึงตัวเองทั้งทีใครๆ ก็อยากรู้อยากเห็น อีกอย่างพวกสต๊าฟน่าจะถ่ายรูปไว้บ้างแหละ อย่างน้อยๆ พวกลุงๆ (ที่มาอวดโฉมในรายการพิเศษคืนก่อนคอน) นั่นต้องเดินดูกันแน่”
โลกอส “ลุงwwwwwww”

ที่คุยกันน่าจะประมาณนี้…..ไม่มีใครรู้คำตอบนอกจากตัวสาวๆ ลุงๆ และทีมงาน สแตนด์ที่ส่งถึงสาวๆ รายคนจะมีผู้จัดการมาถ่ายไปให้ (รู้แน่ชัดจากที่อายัปเปะ รุรุเคี้ยน ยูคิโยะซัง ฮารามี่ คิงอัพบล็อกแล้วลงรูปสแตนด์ถึงตัวเอง)….คุยเสร็จแล้วทั้งสองคนก็แยกย้ายไปทำอย่างอื่นต่อ

คนต่อมาคือคนที่ติดต่อตั้งแต่วันแรกแต่หาจังหวะเจอกันไม่ได้ซะที เพราะเขาคือเซเล็บค่ะ…..หลายคนน่าจะรู้จัก…..ทากะซัง นักวาดผู้คลั่งไคล้โมโจะคนนั้น จุดเริ่มต้นที่เราคุยกับเขาคือเราไปเม้นรูปที่ทากะซังวาดแซวรายการโทระฮาโม เม้นปกติแหละ ปกติทากะซังแกจะตอบเรพทุกคนอยู่แล้ว แต่อยู่ๆ ขอฟอลเราเฉย เราก็งง ^_^; บอกไปแล้วว่าเป็นต่างชาติ แกก็โอเค เห็นแกชอบกินขนมปังเลยบอกว่าเอาไว้มีโอกาสเจอกันจะเอาสังขยา (แบบที่เป็นผงสำเร็จรูป) ไปฝาก (เขียนวิธีทำเป็นภาษาญี่ปุ่นไว้ให้ด้วยเพราะที่ห่อไม่มี หลังกลับไทยมาแล้วเฮียแกก็บอกว่ากินแล้วนะ หอมอร่อยดี โล่งไปที่ชอบ) โชคดีวันนั้นที่แต่งตัวไปหาง่ายค่ะ เสื้อทาคาเนะสีม่วงตัวนี้กับผ้าขนหนูมิลเลียน แถมหัวเด่นมาก ใครมองมาก็รู้ (ฮัปปะซังถึงเจอเราง่ายๆ ไงwww) สำหรับเสื้อนี้เป็นเสื้อที่ขายในอีเวนท์ที่ระลึกวางแผงซิงเกิ้ล Thank You! ตามจริงมันไม่น่ามีขายข้างนอกแต่คงเหลือ ร้านเลยเอามาวางขายบนอมาซอน เห็นเหลือ 1980 เยนเลยสอยมาซะ แฮ่

ทากะซังเดินมาทักเราพร้อมกับเพื่อนอีกคน เราเลยถามว่าใช่ K ซัง (อีกคนที่เรานัดจะจับตัวแล้วเป็นคนสนิทกับทากะซังด้วย) รึเปล่า ปรากฏว่าไม่ใช่ แนะนำตัว แลกนามบัตรกันเรียบร้อย

ทากะซัง “(หันไปพูดกับเพื่อนที่มาด้วยกัน) คุณคนนี้เค้าเป็นแฟนเท็นจัง ชอบเท็นจังมากๆ เลยล่ะ”
DN “(ถถถถถ ไม่ต้องแนะนำอันนั้นก็ได้) อ้อใช่ค่ะ ทากะซัง รอบนี้ผีไทยส่งสแตนด์ดอกไม้ด้วย ไม่ทราบว่าเห็นรึยังคะ”
ทากะซัง “อ้อ เห็นแล้วครับ อยู่ข้างกันนี่นา (ฮา)” (ข้างสแตนด์ผีไทยคือสแตนด์โมโจะ)
DN “ของเท็นจังก็ส่งนะคะ อันนี้ส่งส่วนตัว”
ทากะซัง “โอ้www”

คุยเรื่องคอนเสิร์ตเมื่อวานได้แป๊บเดียวก็แยกกันเพราะเขาเซเล็บค่ะ ต้องไปหาคนอื่นต่อ…ทากะซังตัวจริงก็ชายหนุ่มใส่แว่น อวบๆ ท้วมๆ หน่อย แอบนึกถึงสอยบอทอยู่เหมือนกัน….

เหลือทาร์เก็ตอีก 3 คนที่กะจะเจอ….2 คนบอกจะมาตอนบ่ายสองกว่าๆ….เหลืออีกคนที่คุยกันทางไลน์ เรารีบจิกให้มาด่วนๆ และต้องมา ไม่มาคือฆ่าทิ้งแน่นอน….ต่างฝ่ายต่างบอกลักษณะการแต่งตัวเพื่อจะได้หากันเจอ สักพักมีหนุ่มตัวสูงๆ หน้าคมนิดๆ เดินมาทัก (หนุ่มรูปงามพอใช้นั่นเองwww) ตอนแรกงงๆ ว่าเขาทักผิดรึเปล่า….บ้าน่า อิมเมจไม่เหมือนที่คิดเลย เป็นคนที่ผิดคาดที่สุดตั้งแต่เจอมาในช่วงเวลา 2 วันนี้

DN “ระ…หรือว่าโปโป้ยคุง…..???? (°-°)”
โปโป้ย “ครับ”
DN “อ่ะ ซีดีที่ฝากซื้อ หนักมาก รีบเอาไปเร็วๆ (ยื่นถุงซีดีหน้าคอนให้)”
โปโป้ย “โอเคๆ (หยิบเงินมาจ่าย)”
DN “อ้อ รอแป๊บนะ มีของฝากจะให้ด้วย………………………ว่าแต่อิมเมจนายไม่เหมือนที่คิดไว้เลย”
โปโป้ย ” ดาร์คนีออนซังก็เหมือนกันแหละ”

โปโป้ยคุงเป็นหนุ่มนักศึกษาน่าจะปี 3 บ้านอยู่นาโกยะ จิฮายะ P โดยรวมแล้วตามไอมาสทุกบ้าน แต่จะหนักทางบ้านหลักกับมิลเลียน….นายคนนี้เปลี่ยนชื่อไอดีบ่อยมาก กว่าจะขุดล็อกเจอเล่นเอาเหนื่อย คุยกับเขาครั้งแรกคือคำว่า “สวัสดีปีใหม่” ในวันที่ 1 ม.ค.2014 เหมือนเขาจะมาฟอลก่อนแบบสุ่มๆ แต่ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ จริงๆ ควรจะได้เจอกันตั้งแต่ SSA แต่ตอนนั้นไม่ได้คุยกันมากค่ะ ตอนไปคอนเลยไม่ได้นัดเจอกัน (ก็เห็นเขาบนทวิตแหละช่วงนั้นแต่ไม่ได้เรียกมาเจอ) มาเริ่มคุยกันมากขึ้นตอนหลังกลับจาก SSA และสามสาวใบเรือเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ไอมาสผีมากขึ้นจากรายการโทระฮาโม….คุยกันได้เรื่อยตามประสาคนติดหล่มใบเรือ (กร๊าก) เพียงแต่เราสายสีน้ำเงิน โปโป้ยคุงสายสีชมพูก็เท่านั้น =w= แรกๆ คุยภาษาสุภาพกันอยู่นะ แต่จำไม่ได้ว่าตั้งแต่ช่วงไหนที่เมาท์กันเมามันส์ยาวเฟื้อย 100 กว่าทวิต คุยไปคุยมา ทางโน้นละคำสุภาพทิ้งก่อน เราก็อืม…..เราอายุมากกว่าแล้วจะคุยรูปสุภาพต่อก็แปลกๆ เลยละตาม คุยกันเป็นเพื่อนเล่นที่สุดในบรรดาผีญี่ปุ่นรู้จักกันแล้วล่ะมั้ง…

เรายึดหลัก Give & Take  ถ้าจะขอให้คนอื่นช่วยอะไร เราก็ต้องตอบแทนเขาด้วย ไม่รับฝ่ายเดียว…เรากับโปโป้ยคุงเลยสนิทกันไวเพราะมีเรื่องให้ดีลกันตลอดแบบนี้ คอนเทนต์บางอย่างที่เราจนปัญญาจะเอื้อมถึงก็ได้โปโป้ยคุงช่วย ส่วนเราก็แบ่งพวกซีเรียลลุ้นอีเวนท์ต่างๆ ให้เรื่อยๆ เท่าที่มี (มันเคยเอาซีเรียลตรูไปถูกตั๋วด้วยนะ ฟฟฟฟฟ ลงเองล่ะไม่ถูกหรอก) คอยอัพเดทข่าวสารต่างๆ ให้ (นายคนญี่ปุ่นไม่ใช่เรอะ ถถถถถ ทำไมรู้ข่าวจากคนต่างชาติฟะ) พอดีเห็นเขาพูดถึงตารางเวลาของคอน 10 ปีครั้งนี้ว่าจะเข้ามาวันเสาร์ตอนบ่ายเลย เพราะงั้นเวลาซื้อของจะเหลือแค่วันอาทิตย์….ไหนๆ วันศุกร์เราจะซื้อของอยู่แล้วเลยอาสาซื้อซีดีหน้าคอนให้เลย ไม่งั้นมาจับตัววันอาทิตย์ยากแน่ๆ ถ้าเขาซื้อของ

เอาขนมให้เขาไปเยอะมากกับของขวัญพิเศษอีกชิ้นหนึ่ง (ตอนแรกว่าจะพาไปเลี้ยงอาหารไทยที่นาคาโนะบรอดเวย์ แต่คิวเราไม่ว่างเช้าวันที่ 20 เลยผลัดเป็นโอกาสหน้า) คุยแป๊บนึงก็โฆษณาสแตนด์ดอกไม้แล้วแยกย้าย หลังโยนของไปหมดสิ้น เรามองช็อปปิ้งแบ็กใบนึงที่โล่งไปแล้ว (หอบมาสองใบเลยค่ะเพราะที่ใส่ของไม่พอ) เหลือแค่ถุงเล็กที่เอามาใส่เพรทซ์แจกแบบสุ่มๆ

โอ้ววววววววววววววว เบาตัวซะที TvT

มองนาฬิกา ใกล้เที่ยงแล้ว….ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะบ่ายสอง อยู่ที่นี่ไปก็คนยั้วเยี้ยแถมไม่มีที่หลบแดด เราเลยจะออกจากโดมไปที่อื่นก่อนระหว่างทางเห็นทวิตของอาตาโมรุคุงกับโทยามะซังตามหากันอยู่ เลยแอบเชียร์ไปว่าตามหากันให้เจอนะ (ฮา) น่าเสียดายที่สุดท้ายสองคนนี้หากันไม่เจอ แต่เค้านัดเจอกันในคอนมิลเลียน 3rd รอบนาโกยะละ ขอให้เจอกัน….

ตอนแรกกะไปลงโทโคโระซาวะแต่ไม่อยากไปไกลมากเลยลงแค่ที่นิชิโทโคโระซาวะ ว่าจะหาร้านราเม็งหรืออะไรที่มีอะไรเย็นๆ กิน ดันหาไม่เจอ พอซื้อขนมปังแฟมิลี่มาร์ทกินไปแล้วดันเจอ -_-‘ ถามตัวเองว่าทำไมฉันต้องลงทุนนั่งรถไฟมาที่นี่เพื่อกินขนมปัง ถถถถถ

กลับมาเข้าห้องน้ำห้องท่าในสถานี ว่าจะซื้อน้ำเปล่าจากตู้ที่สถานีกลับไป น้ำก็หมด จะไปร้านสะดวกซื้อก็ต้องออกจากสถานีไปอีกรอบ (เสียเงิน) คาดการณ์พลาดไปหน่อย ไม่คิดว่าน้ำจะหมดที่สถานีนี้ด้วย กลับไปถึงโดมอีกทีคือตอนบ่ายโมงนิดๆ แก๊งแสวงบุญอยู่ตรงลานกว้างหน้าลานสกี (ขึ้นบันไดที่คาซึซังนัดเจอเราเมื่อวาน เดินขวาไปอีกนิดก็ถึงลานที่ว่านี่แล้ว เดินจากลานนี่ต่อไปอีกหน่อยคือลานจอดรถ B) นั่งพักรอเวลา ฟังเพลงรั่วไปพลาง

ตอนบ่ายโมงครึ่ง มีเสียงเฮกับเสียงปรบมือดังมาจากลานกว้างด้านล่าง….หือ!? เหมือนกับเมื่อวานเลย อยู่ๆ คนพวกนี้เฮอะไรกัน งงได้ไม่นานเราก็รู้คำตอบเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากโทรโข่ง

“ขณะนี้ได้เวลาเปิดประตูสถานที่จัดแสดงแล้วครับ”

อ้อ แบบนี้นี่เอง ถถถถถถ อย่างน้อยถ้าเข้าโดมไปมันก็ยังเย็นกว่าอยู่ข้างนอกล่ะนะ…..มีคนเปิดให้เข้าไปนั่งในสถานที่หลบแดดได้ก็เหมือนสวรรค์มาโปรดล่ะค่ะ ฮา

ระหว่างนั่งรอเวลา ทุกคนต่างวิ่งไปวิ่งมาหาคนรู้จักบ้าง ไปแลกนามบัตรด้านล่างกันบ้าง ตอนแรกว่าจะลงไปแลกอยู่แต่เห็นกระแสฝูงชนปุ๊บเกรงว่าพอลงไปแล้วจะกลับมาไม่ได้ (นึกถึงไส้เดือนดิ้นยั้วเยี้ยตัวพันไปพันมา มองไม่เห็นพื้นเลย เห็นแต่คน) ยังมีนัดกับอีก 2 คนแถมยังต้องไปทำภารกิจสุดท้ายตอนบ่ายสามอีก นิ ปุโร่ย มิกผี แอดปาล์มไปแลกกันสนุกทีเดียว ส่วนเรานั่งหมดแรงอยู่ตรงนี้ (ฮา) พอจะซื้อน้ำที่นี่ก็ตามคาดค่ะ หมดแทบทุกตู้ ตอนแรกคนในกลุ่มไปซื้อน้ำเปล่ามาได้อยู่ พอเราไปเข้าคิว น้ำเปล่าดันหมดก่อนหน้านิดนึง

เวลาราวๆ บ่ายสองโมง มีชายหนุ่มเดินมาทางกลุ่มพวกเรา….อ๊ะ หรือจะเป็นคนที่เรารออยู่ ตามจิกตั้งแต่เมื่อวานก็คิวไม่ตรงกัน วันนี้มาช้าอีก…

DN “ฮารุซัง?”
เซกะทันโบ “ไม่ใช่ๆ เซกะทันโบครับ”
DN “(เออว่ะ วันศุกร์เพิ่งเห็นหน้ากันหยกๆ ลืมซะละ) เอ๊ะ? (ไม่ได้นัดเซกะทันโบซังนี่นา)”

หันไปมองอีกหนุ่มที่ตามเซกะทันโบซังมาด้วย….ฮารุซังคนที่เรารออยู่ค่ะ ตอนเจอเขาที่ SSA ตอนนั้นเขาใส่หน้ากากมา รอบนี้ไม่ได้ใส่หน้ากาก แถมไม่ได้สังเกตอีกว่ามาด้วย ถถถถ เราเอาเพรทซ์ให้ทั้งสองคน แลกนามบัตรกัน ฮารุซังยื่นถุงใบนึงให้เรา ในนั้นมีซีดี Star!! กับ We’re the friends….พอเห็นว่ามีซีดีเกินมาแผ่นนึงเลยรีบขอบคุณใหญ่

เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากมีวันนึงฮารุซังแกบ่นๆ ทำนองว่าซื้อซีดีสตาร์ 30 กว่าแผ่นแล้วยังร่วงรีลีสอีเวนท์ เราทักไปว่าโห ซื้อเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอ งั้นคอน 10 ปีเอามาขายแก๊งแสวงบุญเราได้นะ ฮารุซังบอกว่าแจกคนไปหมดแล้ว ถ้าเหลือถึงคอน 10 ปีจะยกให้ ตอนนี้เหลือประมาณ 4 แผ่น แต่เราเกรงใจอยากจะขอซื้อต่อสัก 1500 เยนก็ได้ ฮารุซังบอกจะเท่าไหร่ก็เอาเถอะ ไม่มายด์ งั้นคิดแค่ 1 โมบายล์คอยน์ 500 เยนละกัน…..แต่สุดท้ายดันลืมจ่าย 5555555555555555555 รอบหน้าต้องไม่ลืม

DN “อ้อใช่ค่ะ มีของอีกอย่างนึงจะให้ (หยิบของบางอย่างออกมาจากแฟ้ม)”
ฮารุ “นี่มันwwww มาเรย์ทาโซwwwww”

เคยคุยกันเล่นๆ ไว้นานแล้วว่าถ้าได้ไปคอน 10 ปีจะเอาแฟ้มคุณอุจิดะ มาอายะที่แถมมากับเซย์ยูกรังปรีดิ์ไปให้ เพราะตอนนั้นเขาพูดท้าทำนองว่าถ้ามาได้ก็มาเลย แน่นอนว่าเรารับคำท้า ถ้าไปได้ก็รอรับ ส่งมอบเรียบร้อย 55555 ฮารุซังเป็นแฟนนูและรันโกะ P ค่ะ (ฮิบิกิ P ด้วยล่ะมั้ง แต่ภาพติ่งนูดูแรงกว่า+หลังๆ เห็นวิ่งแต่ซินเดอเรลล่า)

ฮารุซังกับเซกะตันโบซังแลกนามบัตรกับแก๊งผีไทยที่อยู่แถวๆ นั้นเสร็จก็ร่ำลา คนอื่นๆ ที่หมดธุระก็เข้าโดมกันไปเพราะแดดร้อนมาก ส่วนเรายังต้องนั่งรอคนรู้จักอีกคนต่อ….สักพักเขาก็มาพร้อมถุงใบโตที่เราเห็นแล้วพลอยตาโตตาม….คนสุดท้ายที่เราจะเจอวันนี้มีชื่อว่าจูโชคุซัง คนญี่ปุ่นที่เจองานมีตติ้งผีนานาชาติปีที่แล้ว

ทักสวัสดีเขาบ่อยๆ จนเขานึกแปลกใจว่าทักไวมากนะ อย่างกับบอท…ทักไปทักมาปิ๊งกันเล่นๆ ว่าถ้าทักหลังจากเขาทวิตได้ทันภายใน 5 วินาที เจอกันครั้งหน้าจะมีรางวัลให้ แล้วก็ทำได้จริงwwww

แต่กล่องมันใหญ่มากกกกกกกกกกกกก เพิ่งกำจัดของไปเมื่อกี้ ตุงอีกแล้ววววววววววววววววววววววววววว รับมาแบบดีใจปนปลงๆ….ทักทายแลกนามบัตรกันเราก็ขอตัวลาเพื่อไปทำภารกิจอย่างสุดท้าย…..เป้าหมายคือลานจอดรถ C…..ถ้าทำสิ่งนี้เรียบร้อยเท่ากับหน้าที่ทุกอย่างของเราในคอน 10 ปีนี้จบสิ้นซะที

……….นั่นคือการเก็บภาพประดับสแตนด์กลับมา…..เนื่องจากกฎบังคับไว้ว่าให้มาเก็บสแตนด์กลับไปหลังการแสดงวันสองเริ่ม ตรงนี้เป็นหน้าที่ร้านดอกไม้ไป หรือถ้าร้านมาไม่ทันทางทีมงานจะยกไปกำจัดทิ้งเอง ตอนแรกเรากะว่าจะให้ร้านมาเก็บกลับไปพร้อมกัน ทีนี้วันรุ่งขึ้นทางร้านเป็นวันหยุด ไม่มีสต๊าฟอยู่ออฟฟิศอีก เพื่อความชัวร์เราเลยต้องเก็บกลับเอง และนี่ก็คือสาเหตุนึงที่เราซื้อช็อปปิ้งแบ็ก 2 ถุง

เดินไปเจอคนยังถ่ายรูปไม่หยุด กำหนดการที่ตั้งใจว่าจะเก็บคือตอนบ่ายสาม ตอนนี้เพิ่งบ่ายสองครึ่ง รอสักหน่อยละกัน…….เดินวนดูโน่นดูนี่สักพักก็เห็นทีว่าจะรอไม่ได้ ฟ้าเริ่มมืด ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นมีฝนแปะลงมาแล้วหรือยัง ไม่รู้ฝนจะเทมาตอนไหน ขืนรอให้ฝนเทก่อนแล้วค่อยไปคงเข้าโดมลำบากแน่….เลยตัดสินใจตัดจบมันตอนบ่ายสองเกือบๆ สี่สิบนาที เข้าไปแกะออกมาใส่ช็อปปิ้งแบ็กเลย….ไอ้ช็อปปิ้งแบ็กนี่ก็เทพจริง ใส่ได้ทุกอย่าง….

เหตุพร็อพประดับสแตนด์หายเพราะคนอื่นหยิบไปโดยพลการนี่เกิดขึ้นบ่อยมา กลัวคนจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมยเลยทวิตไว้สักหน่อย ถถถถถถถ

ตอนเก็บนี่ลำบากใจมากค่ะ คนรุมถ่ายตลอดเวลา ถ่ายไปทึ่งไปว่าเฮ้ย จากไทยเหรอ สุดยอด บลาๆ ฟังแล้วปลื้ม อยากจะยืนฟังตลอดไป ถ้ามันไม่ใช่ว่าคอนจะเริ่มตอน 15.30 น. ล่ะก็นะ กว่าจะเดินกลับไปถึงที่ กว่าจะเดินตะกายโดม กว่าจะหาที่นั่งอีก…..

เรารีบเดินสับเท้ารัวๆ กลับไปยังหน้าเซย์บุโดม

วันสุดท้ายแล้วหรือนี่ วันนี้จบแล้วเหรอ….วันนี้จะมีอะไรรออยู่ เดาไม่ออกเลย….สองวันที่ผ่านมาสนุกจัง ได้เจอคนโน้นคนนี้ แดดร้อนชิบ เหงื่อท่วมเฉอะแฉะไปหมด….

คิดเรื่องพวกนี้พลางแบกช็อปปิ้งแบ็กทั้งสองใบสะพายไหล่สองข้างและต่อแถวเข้าโดม….เพื่อเป็นหนึ่งในสักขีพยานของประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกหน้าอันแสนประทับใจวันนี้

To be continued

Advertisements

3 thoughts on “บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 ภาค 6 : 19 ก.ค. เช้าแห่งการวิ่งไล่จับ (2)

  1. Pingback: บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (1) : เตรียมไปคิตะคิวชูแบบเกือบเป็นศพ [Live] | คุยเรื

  2. Pingback: บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (1) : เตรียมไปคิตะคิวชูแบบเกือบเป็นศพ [Live] | คุยเรื

  3. Pingback: บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (4) : เช้าก่อนความฝัน [Live] | คุยเรื่องไอมาสของ DarkNeonP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s