บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 Side Story : หน้าร้อนโดดเดี่ยวของข้าพเจ้า

รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังของการแสวงบุญครั้งนี้ ยังมีการต่อสู้ (กับการหลงทาง) เบื้องหลังอีกทริปหนึ่ง! ฝ่าฝน ตากแดด ชีพจรลงเท้า บ้าหอบฟาง ขึ้นรถผิด!

หลังจากกำหนดทริปแล้วว่าจะไปราว 5 วัน โดยมาร์คให้วันที่ 17-19 เป็นไอมาส ก็เหลือวันว่างอีก 3 วันคือวันที่เครื่องลง วันจันทร์ และวันก่อนกลับ แต่วันจันทร์กะว่ายกให้ K ซังกับไปนาคาโนะ เลยเหลือแค่วันแรกกับวันสุดท้าย

DN “หน้าร้อนพอดีเลยนี่ งั้นไปทริปนั้นด้วยเลยสิ”

อืม 2 วันคงพอล่ะน่า เราลงมือมาร์คสถานที่ที่จะไปว่ามันอยู่ตรงไหนบ้างเพื่อดูเส้นทางโดยรวม

……….เพียงเพื่อตามรอยบ้าๆ บอๆ เท่านั้นเอง………….

ดูเผินๆ อาจไม่เกี่ยวกับไอมาส แต่จริงๆ มันก็โยงกลับมาเกี่ยวจนได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภาคหลักที่เราข้ามมา อีกทั้งนี่ยังเป็นการตามรอยคนคนนึงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไอมาส

คนอ่าน “………….อ๊ะ (ตรูเดาไม่ผิดแน่ๆ)…………..”

นี่เองคือจุดเริ่มต้นของทัวร์เบื้องหลังครั้งนี้ หากใครสนใจ เราจะนำพาท่านไปค่ะ!

.

.

.

.

รายการ LisAni TV ช่วง LisAni HOPE จะเป็นคอร์เนอร์ส่วนตัวของนักพากย์คนนึงเลย 3 เดือน/คน ช่วงสล็อต ก.ค. – ก.ย. 2014 เป็นของนักพากย์สาวคนนึง เนื้อหาในคอร์เนอร์เกี่ยวกับการทัวร์สถานที่ต่างๆ ในหน้าร้อนเพื่อแก้นิสัยขี้เกียจตัวเป็นขน ชอบรากงอกอยู่ในบ้านของเธอ….โดยใช้ชื่อคอร์เนอร์ว่า

“Amamiya Sora no Ohitori Summer” ซัมเมอร์โดดเดี่ยวของอามามิยะ โซระ

คนอ่าน “…..(นั่นไง)…..”

เกี่ยวกับไอมาสมั้ยล่ะ เกี่ยวใช่มั้ย!!!!!!

(พยายามแถกสุดชีวิต)

แต่ขอแก้หน่อยค่ะ บันทึกนี้มันคือ

ซัมเมอร์โดดเดี่ยวของดาร์คนีออนต่างหากล่ะ….

รายการนี้หาดูได้บน youtube เดี๋ยวใส่ลิงค์ประกอบไว้ให้ละกัน

คนที่ทนอ่านบันทึกภาคหลักจนจบแล้ว จำได้รึเปล่าคะว่ามี 2 วันที่เราสคิปข้ามเวลาไป ซึ่งนั่นคือการทัวร์ตามรอยนี้นั่นเอง เดินทาง 2 วันคือวันที่ 16 ก.ค. กับ 21 ก.ค.ค่ะ ก่อนไปก็สืบค้นเส้นทางหมดว่านั่งรถไปยังไง ลงสถานีไหน ต่อรถไฟที่ชานชาลาไหน จะเริ่มจากตรงไหน เป้าหมายอยู่ตรงไหน ฯลฯ โดยค้นจากกูเกิ้ลแมป

 

16 ก.ค.

หลังจากตัดสินใจว่าจะไม่นอนตายซากที่โรงแรม ก็ออกเดินทางไปอ้วกแตก (ความหมายตามตัวอักษร) เอาดาบหน้าเพราะเสียดายเวลา  ตอนแรกตั้งใจจะซื้อตั๋ว Tokyo Tour Ticket (โตเกียวฟรีคิปปุ) เพราะมีบางสถานที่ที่หลุดไปโซนอาซาคุสะซึ่งไม่มีสถานี JR ผ่าน แต่พิจารณาจากเวลาและอาการ ณ ตอนนั้นก็ตัดสินใจซื้อแค่ Tokyo Metropolitan District Pass (โทคุไนพาส) พอ เพราะคงไม่ได้ขึ้นรถไฟใต้ดินไปโซนอาซาคุสะ เก็บไว้วนวันที่ 21 แทน ขอบคุณเมฆฟ้ามากๆ ที่แนะนำตั๋วนี้มา

ไปคุยกับที่ขายตั๋วของสถานีอิเคะ บอกขอซื้อโทคุไนพาสค่ะ แต่ พนง.พาไปเครืี่องขายตั๋ว บอกให้กดซื้อเองได้เลย…ก็เลยถึงบางอ้อว่าตั๋วอันลิมิตนี่ขายคนญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน ซึ่งต่างจาก JR Pass ที่ขายแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับโทคุไนพาสราคาเพียง 750 เยนเท่านั้น จะขึ้นลงล้านรอบก็ได้ค่ะ ใช้ได้แค่วันเดียว

เราเริ่มวนไปทางขวาของแผนที่ทัวร์ สตาร์ทจากอิเคบุคุโระ…..ใกล้สุดก็คือ ยานากะกินซ่า

ยานากะกินซ่าเป็นย่านท่องเที่ยวที่เปิดมานานแล้ว จะครบรอบ 50 ปีในปี 2015 นี้ รับชมทัศนียภาพและข้อมูลร้านต่างๆ ได้ที่ http://www.yanakaginza.com/

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 9  https://www.youtube.com/watch?v=zH1OMbWMsF4
ตอน 10  https://www.youtube.com/watch?v=eGj0Akdgnog
ตอน 11  https://www.youtube.com/watch?v=AyWsY-lHePQ
ตอน 12  https://www.youtube.com/watch?v=Qi-A7F4561k

ตอนสืบข้อมูล มีสิ่งที่กลัวอย่างเดียวคือเรื่องนี้ล่ะค่ะ….

ยัดไปได้ไงวะ() กระเพาะทำมาจากอะไร บอก บอกซิ….

ตอนสืบข้อมูลการเดินทาง กู๋เกิ้ลบอกเราแบบนี้

อ่ะ ลงนิชินิปโปริก็นิชินิปโปริวะ ดูป้ายบอกทางหน่อยเพราะไม่รู้เส้นทาง

โอ๊ะ เห็นคำว่ายานากะๆ อยู่ เดินไปด้านหลังรึ แถมถ้าจะไปยานากะซอย 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของยานากะกินซ่าก็อยู่ทิศนี้พอดีด้วย….

ป่ะๆๆ เลี้ยวซ้าย……เรารีบเดินตามป้ายไปอย่างดี๊ด๊า โดยไม่ได้ล่วงรู้เลยว่ามันคือความผิดพลาดที่โง่และง่าวสุดๆ ซ้ำรอยแสวงบุญปีที่แล้ว

อย่างที่เล่าไปค่ะว่าวันที่ 16 ฝนตกทั่วโตเกียว เราก็ต้องเดินกางร่มไปด้วย ตอนแรกเดินเลยไปไหนต่อไหนไม่รู้ หลุดไปยานากะซอย 5 ซอย 7…..ยิ่งเดินไปไม่เห็นจะเจอย่านตึกแถวร้านค้า เจอแต่ชุมชนซะงั้น….แปลกๆ เลยตัดสินใจกลับ (และผ่านร้านลอว์สันที่เขียนถึงไปในภาค 1) เดินๆ มาเจอป้ายนี้

อืม คงใช่มั้ง? ยานากะกินซ่าอาจอยู่ข้างใน? เดินเข้าไปแบบมั่วๆ ถั่วๆ เรากำลังตามหายาอมชนิดหนึ่งอยู่พอดี พอผ่านร้านขายยาปุ๊บก็ถามทุกร้านแต่ไม่มีสักร้าน orz……ฝนตกไม่พอแถมเลยเวลาเที่ยงมาพอสมควร ควรกินมื้อกลางวันได้แล้ว ทำไมไม่เจอยานากะกินซ่าซะที หรือตรูจะหลงทางอีก แล้วมันอยู่ไหน พยายามเปิดแผนที่แล้วเดินตามทำไมมันไม่เข้าใกล้ซะทีวะ….ตอนที่กำลังสิ้นหวัง เรารู้สึกเหมือนเห็นตึกแถวที่เคยเห็นมาก่อน รีบปรี่เข้าไปดูทันที

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ตอนถ่ายรูปนี่ถ่ายด้วยความดีใจ ช่างหัวฝนแม่งแล้ว 55555555555555  เมื่อลอดผ่านซุ้มประตูเข้าไปเรากลับพบความผิดปกติอย่างนึง…………..

………………..ไหนล่ะบันได? เพราะด้านที่เท็นเดินลงตรอกในรายการมันมีบันไดนี่นา….เมื่อเช็คกับแผนที่เลยรู้ว่าเราเข้าคนละทางนั่นเอง ทิศที่เท็นเดินลงในรายการคือฝั่งนิปโปริ ส่วนเรา (หลงมาจน) เข้าทางฝั่งเซ็นตากิค่ะ ลงทุนเดินย้อนไปตั้งต้นจุดเดียวกันเลยนะ เพราะเราจำตำแหน่งร้านจากทิศที่เท็นเดินในรายการ 555555

บันไดนี้มีชื่อว่า Yuuyake Dandan (บันไดอาทิตย์ตกดิน) เรียกได้ว่าเป็นหน้าตาของยานากะกินซ่า เหตุผลที่ชื่อนี้เพราะว่าหากยืนตรงชั้นบนสุดของบันได มันจะเป็นสถานที่เหมาะมากๆ ในการชมวิวยามดวงอาทิตย์ตก ด้วยความที่มักมีแมวมาชุมนุมประจำตรงบันไดนี้ บางทีก็เรียกว่า “ยูยาเค เนี้ยนเนี้ยน” (น่ารักเนอะ)

ร้านแรกที่จะแวะคือ Nuno Fuusen ร้านขายสินค้าแมวๆ!

DN “……………(เพราะฝนตกล่ะมั้ง ช่วยไม่ได้)…………….”

พอกลับไทยมาเช็คข้อมูล ปรากฏว่าไม่มีวันหยุดตายตัวแน่นอนซะงั้น

โอเค ไม่เป็นไร เพราะกะจะมาอีกรอบตอนวันที่ 21 อยู่ดี ไปร้านต่อไป ร้านยาคิคารินโท

DN “………….(WHY!!!?)………….”

ร้านนี้หยุดทุกพุธ-พฤหัสบดีที่สามของเดือน ซึ่งบังเอิญว่า 17 ก.ค.คือ พฤ ที่สามของเดือน ก.ค. – -* (มีแปะป้ายบอกหยุดด้วย)

มาถึงตรงนี้ โมโหหิว ทนไม่ไหวละ เลยออกตามหาร้านโซบะในตอนที่ 12 เดชะบุญ…

ร้าน “โซบะ อาเซกามิ” เปิดโว้ยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดด รออะไรอยู่  เสียบร่มลงกระบอกใส่ร่มหน้าร้านแล้วเข้าไปโลด

นั่งที่นั่งธรรมดาหน้าร้านค่ะ ไม่ได้นั่งในห้องเดี่ยวแบบในรายการ เห็นว่าเป็นที่นั่งที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อมีนาคมเอง

หลังจากสั่งเรียบร้อยแล้วก็ขออนุญาตทางร้านถ่ายรูปเฉพาะแค่เมนูกับอาหาร

เมนูมีทั้งโซบะกับดงบุริให้เลือก และแน่นอนว่าเมนูที่เราจะสั่งคืออันนี้!

ยานากะเท็นโมริ ขายเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น


เมนูมาถึงซะที หึหึหึหึ ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ หิวมาก บ่ายสองแล้ว โซ้ยเงียบเชียบอย่างว่องไว รสชาติไม่ได้อร่อยเหาะอะไรแต่ก็ไม่ได้แย่ จะบอกว่าเราแยกไม่ออกหรอก ราเม็ง โซบะ อุด้งมันต่างกันตรงไหน แป้งเหมือนกัน

ของคาวเสร็จต้องต่อด้วยของหวาน….เอาจริงๆ แค่โซบะก็อิ่มตื้อแล้วค่ะ ยังสงสัยไม่หายว่าคุณ อมมย.เธอยัดลงได้ไงหมด เป้าหมายต่อไปคือร้านนี้…….

ร้านทามารุ ขายมันเทศจอนมาเกะ….จอนมาเกะคือทรงผมของผู้ชายญี่ปุ่นสมัยก่อน ทรงผมแบบที่นักกีฬาซูโม่ทำกันน่ะแหละ

เข้าไปปุ๊บก็เจอคุณป้าหน้าตาเหมือนที่ออกรายการเลยค่ะ (แหงล่ะ) ป้าถามว่าจะเอามันแบบไหน โรยงาขาวหรืองาดำ ก็เลือกงาขาวไปเพราะในรายการเท็นเลือกงาขาว ว่าจะสั่งแค่อย่างเดียว ป้าแกบอกที่ร้านไม่ขายอย่างเดียวนะ ต้องมีเครื่องดื่มด้วยหรือสั่งเป็นเซ็ต (ในรายการยังเห็นกินแค่มันอย่างเดียวได้เลย ;w; อาจเพราะออกรายการเลยหยวนๆ มั้ง)

ขออนุญาตป้า….ถ่ายรูปได้มั้ยคะ ป้าถามถ่ายแต่เมนูใช่มั้ย เลยตอบว่าค่ะ ถ่ายแต่เมนูกับอาหาร ป้าก็โอเค….(คงไม่อยากให้ถ่ายในร้าน)

เลือกจอนมาเกะอิโม ชิโรโกมะ ราคา 210 เยน

เครื่องดื่มเลือกนมร้อน ราคา 380 เยน ดูเหมือนถูกนะ แต่พอคิดกลับเป็นเงินไทยแล้วสะพรึงโคตร

มาแล้ว มูลค่า 590 เยน แค่นี้นี่ร้อยกว่าบาทเลยนะคะคุณ กินที่ไทยน่าจะไม่ถึงร้อยมั้ง ส่วนน้ำเปล่าเป็นเซอร์วิสฟรี โต๊ะสำหรับนั่งกินอยู่ด้านหลังจุดที่เท็นยืน เรานั่งโต๊ะตัวที่สองนับจากด้านใน ระหว่างอุ่นนมกับมันเทศให้ร้อนนั้น ป้าแกก็ชวนคุย

ป้า “หนูมาจากประเทศอะไรเหรอ”
DN “??? (รู้ได้ไงฟะ) ไทยค่ะ”
ป้า “เก่งนะเนี่ย”
DN “ไม่หรอกค่ะ คุยกันไม่ทันไรป้าก็รู้แล้วนี่นาว่าเป็นคนต่างประเทศ (ยิ้มแห้ง)”
ป้า “เรียนภาษาญี่ปุ่นมายังไงน่ะ”
DN “ศึกษาเองค่ะ (実習)”
ป้า “หือ???” (ทำท่าเหมือนได้ยินไม่ชัด)
DN “(สงสัยเมื่อกี้ออกเสียงไม่ดีเลยเปลี่ยนคำ) เรียนเองมาตลอดน่ะค่ะ (ずっと自分で勉強してきました)”
ป้า “ตอนแรกคิดว่าหนูเป็นคนญี่ปุ่นหรอกนะ แต่พอพูดปุ๊บจะรู้”

เลยเข้าใจในที่สุด คงเหมือนกับพ่อค้าแม่ค้าตามย่านที่นักท่องเที่ยวลงเยอะๆ ได้ฟังทุกวันเลยแยกได้

ป้า “ทำงานอะไรน่ะ?”
DN “เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นค่ะ พวกงานแปล”
ป้า “อ๋อ มิน่าถึงได้เก่ง”
DN “ไม่ค่ะ ไม่เก่งหรอก”

ป้าคุยเก่งมาก ตอนคุยนี่นึกถึงซีนนี้ในรายการตลอด

ระหว่างเรากินงุบๆ งับๆ ป้าแกก็หันไปล้างจาน ทำอย่างอื่นต่อ พอกินเสร็จเราก็จะออกจากร้าน ป้าออกมาส่งถึงประตูร้านเลย

ป้า “ขอบคุณมากนะคะ แล้วเดินทางระวังด้วยนะ”
DN “ขอบคุณค่ะ”
ป้า “โห หนูเก่งนะเนี่ย เพราะปกติเวลาป้าพูดว่า お気をつけて น่ะ ไม่ค่อยมีใครรู้ความหมายหรอก
ส่วนมากเขาจะปล่อยผ่านไป
จริงๆ คำนี้มีความหมายแฝงว่าอยากให้ลูกค้าแวะกลับมาใช้บริการใหม่อีกครั้งด้วย”
(จริงๆ ป้าแกอธิบายยาวกว่านี้หน่อยยึง จำได้แค่ราวๆ นี้….)

DN “อ้องี้นี่เอง”
ป้า “ถ้าจะพูดภาษาอังกฤษ ควรพูดว่าไงดี”
DN “ความหมายแบบให้กลับมาอีกครั้งด้วยน่ะเหรอคะ?”
ป้า “(พยักหน้า)”
DN “อืม……..Have a nice trip and please come back again ก็น่าจะใช้ได้แล้วค่ะ”

ของหวานเสร็จแล้ว จริงๆ อยากจะยัดอีกอย่างแต่ไม่อาจสู้คุณ อมมย. ได้เลยกะมาเก็บตกวันที่ 21 แทน ตอนนี้แวะไปซื้อของฝากให้พี่ ล ผู้ใจดีที่ให้เรายืมใช้ไอโฟนก่อน ร้านนี้…

ร้าน “คาเนคิจิเอ็น” หน้าตาร้านก็เหมือนในรายการเด๊ะค่ะ ดูเอาเอง พอเข้าไปปุ๊บก็โดนเรียกให้ดื่มชาแบบเดียวกับเท็น (ชาแช่เย็นด้วย) ชมไปว่าอร่อยดีค่ะ แล้วเลือกชาให้พี่ ล ไม่รู้จะซื้ออะไรให้ดี มันเยอะมาก เลยเลือกแบบที่ราคาอ่อนโยนกับกระเป๋าตัวเองนิดนึง (ฮ่า) หยิบมาสองห่อ ตอนจะจ่ายเงินหาเหรียญอยู่นาน…ด้วยความเกรงใจเลยบอก พนง.ไปว่า “รอแป๊บนะคะ เหรียญมันแยกยาก” พอจ่ายเงินปุ๊บ พนง.บอกรอแป๊บนึงเพื่อไปหยิบอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นเธอกลับมาพร้อมกระดาษที่ปรินท์วิธีชงชาเป็นภาษาอังกฤษ….คงเดาได้จากที่เราบ่นว่าแยกเหรียญไม่ออกเมื่อกี้ เพราะคนต่างชาติน่าจะมีปัญหากับการแยกเหรียญญี่ปุ่นไม่ออกเยอะ…ถ้าลองดูตัวรายการ ช่วงที่เท็นเดินเฉียดๆ ตู้แช่ชาจะเห็นป้ายภาษาอังกฤษบนตู้ด้วย พนง.คงชินกับการให้บริการลูกค้าต่างชาติพอตัว….หลังกลับไทยมาและเอาของฝากให้พี่ ล พี่เขาบอกว่าชาญี่ปุ่นถ้าชงผิดวิธีมันจะไม่อร่อยและขม เลยต้องมีวิธีชงโดยละเอียด

ไม่ได้ถ่ายรูปในร้านมานะคะ ไม่แน่ใจว่าถ่ายได้รึเปล่า ดูบรรยากาศในร้านไม่น่าได้เลยไม่ได้ขอ จริงๆ อาจจะถ่ายได้ ใครได้ไปก็ลองขอดู

ร้านสุดท้ายในยานากะกินซ่าที่แวะวันนี้คือร้านนี้

แต่ไม่ได้แวะเข้าไปนั่งกินหรอกนะคะ ซื้อติดไปเป็นเสบียงระหว่างทางเฉยๆ ยังต้องลุยอีกหลายที่ ไม่คิดมากเลยว่ารสอะไร เลือก W Custard เหมือนกับเท็น lol ระหว่างรอพี่ชายแกอบให้ก็ดูอะไรเรื่อยเปื่อยในร้าน มีบอร์ดที่แปะรูปคนดังพร้อมคอมเมนต์? (มีคอมเมนต์ป่ะฟะ จำไม่ได้แล้ว) ว่าใครบ้างที่แวะมา มีไอดอลชายด้วย พยายามมองหาเท็นแต่ไม่เจอ T.T  มีเกสต์บุ๊คให้เซ็นด้วย แต่ไม่กล้าถามหาเล่มเก่าของปีที่แล้วที่เท็นเซ็น ถึงเปิดๆ ดูแต่เราเองก็ไม่ได้เขียนอะไรลงไป ดูที่คนอื่นไปตามรอยมาเหมือนบนบอร์ดจะมีทั้งรูปเท็น เกสต์บุ๊คเล่มที่เท็นเซ็นก็ยังอยู่แถมถ่ายรูปมาอวดอีก……เดี๋ยวฝากแอดมินเงาเพจเท็นไทยแลนด์ไปแก้แค้นแทน()

ได้ของแล้วก็ออกเดินทางต่อ ฟุคุเนี้ยน! ฟุคุในชื่อใช้คันจิตัว 福 ที่หมายถึงโชคลาภ เพราะร้านนี้ใช้ชื่อว่าร้าน “มาเนคิยะ” มาสคอทเลยเป็นแมวกวััก (maneki neko)

จริงๆ ว่าจะแวะอีกร้านต่อแต่อิ่มอืดไปหมดแล้ว เกรงว่าขืนยัดมากกว่านี้จะอ้วกแตก….หืม!? เมื่อกี้ยังพะอืดพะอมอยู่เลย หลงทาง ตากฝนจนหายเองได้ว่ะเฮ้ย…..คิดไปพลางเดินออกจากตรอกทางฝั่งนิปโปริ มาสะดุดเข้ากับป้ายนี้

อ้อ มองเห็นไม่ชัดกันสินะ จะซูมให้ดูค่ะ….

ทำไมตำแหน่ง You are Here มันใกล้สถานีนิปโปรินิดเดียวล่ะ เอ๊ะ? เอ๊ะ?

พอเดินต่อมาอีกหน่อยแทบหน้าหงายเมื่อเจอประตูทางเข้าสถานี JR นิปโปริ….ถ้าจะมายานากะกินซ่า ก็ลงสถานี JR นิปโปริแต่แรกแล้วออกทางประตูตะวันตก เดินไปอีกไม่กี่เมตรก็ถึงแล้ว…..นี่ฉันหลงทางโซซัดโซเซจากนิชินิปโปริมาเพื่อ? เพื่อ!? เพื่อ!!!!!!!!!!???

อีกู๋ แกเอาอีกแล้วเร้ออออออ ปีที่แล้วก็หลอกตอนตูหาทางไปตลาดอาเมโยโกะทีนึงแล้วนะโว้ย (ลองค้นเส้นทางโดยกู๋มันบอกให้ลงโอคามาจิ ซึ่งจริงๆ แค่ลงอุเอโนะแล้วข้ามถนนก็ถึงเลย อ้างอิงได้จากเอ็นทรี่แสวงบุญปี 2014) สำเหนียกได้ซะทีว่าหากจะเช็คเส้นทางจากกู๋ก็ควรเช็คจากเว็บของสถานที่แห่งนั้นซ้ำด้วย เพราะโดยมากจะมีบอกวิธีเดินทางอยู่แล้ว…..เดินไปขึ้นรถไฟ มุ่งหน้าสู่อุเอโนะอย่างหมดแรง

เป้าหมายต่อไป….อุเอโนะ ที่นี่มีสถานที่ให้ตามรอย 2 จุดคือ คาเฟ่แมวกับร้านมอนจายากิ เปิดแผนที่ของไอโฟนดูเอาก็ลองเดินตามไป เริ่มจากคาเฟ่แมวก่อน

เดินมาออกที่ทางออกชิโนบาซึ….พยายามเดินตามเข็มทิศที่แสดงบนแผนที่ไอโฟน ยิ่งพยายามเดินวนก็ยิ่งห่าง มิหนำซ้ำแม้เดินไปถึงจุดหมายแล้วกลับหาร้านไม่เจอ เอ๊ะ ยังไง อะไรเนี่ย!? จำไม่ได้ว่าเดินวนนานเท่าไหร่ น่าจะชั่วโมงนึง เน็ตติดบ้างไม่ติดบ้างอีกต่างหาก พอเน็ตติดก็เข้าไปเช็คเว็บร้านที่นี่ http://www.nekomarucafe.com/ueno/access.html พยายามมองหาป้ายแยกจูโอ แยกโชวะ….กับชื่อตึก 東叡堂 จำได้ว่าวนตรงถนนแถวนั้นประมาณ 3 รอบ อารมณ์เดินวนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอ่ะค่ะ() แต่มันกว้างกว่านั้นราว 3 เท่าตัว เดินวนเข้าซอยที่เดินเข้าไปแล้วสองรอบอีกที….เหตุผลที่เดินผ่านมาแถวนี้สองรอบ เพราะจุดที่ตั้งร้านมันอยู่ตรงนี้แหละ แต่ทำไมหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ พลันเหลือบมองเข้าไปเห็นป้ายป้ายนึงในหลืบตึก

เอ๊ะ….เนโกะมารุคาเฟ่….นี่มัน

ร้านนี้นี่นา!!!!

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 4  https://www.youtube.com/watch?v=j_F1kYSBRUY

ไม่รอช้าค่ะ ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 8 เลยและต้องตะลึง……….กับความแคบ มันไม่มีพื้นที่ให้ถ่ายรูปแม้แต่น้อย ออกจากลิฟท์มาก็เจอประตูเข้าร้านแล้ว มีตู้กาจาปองอยู่แถวนั้นตู้นึง เจ้าของร้านดันออกมาต้อนรับพอดี….ด้วยความที่แค่กะมาถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ได้จะมาเล่นกับแมว เราเลยหมุนกาจาปองสักหน่อย ไม่งั้นน่าเกลียด โชคดีที่แฟนคู่นึงเค้าขึ้นมาพอดี เจ้าของร้านเลยวุ่นวายกับการต้อนรับสองคนนั้น ตอนที่เรานั่งยองหมุนกาจาปองอยู่ต้องขยับให้ทางสองคนนั้นด้วย คือมันแคบถึงขั้นนั้นเลยล่ะ ดูภาพนี้ประกอบได้

สามารถคลิกดูภาพใหญ่ได้นะคะ (ลิฟท์โดนผนังในห้องบังพอดี) ก็นั่นล่ะค่ะ หมุนกาจาปองเสร็จก็รีบลงลิฟท์จากไปอย่างรวดเร็วทันที ฮ่าๆ

ออกมาถ่ายรูปด้านล่างหน่อยว่าตรงไหนพอเป็นสัญลักษณ์ได้บ้าง

เดินผ่านไม่รู้กี่รอบ มองข้ามป้ายพวกนี้ไปได้ไงวะเห้ย – -*

 

กาจาปองที่หมุนมา เป็นกาจาปองออริจินอลของร้านเนโกะมารุคาเฟ่โดยเฉพาะ กล้วยแมว XD

ตึกที่ตั้งร้านเนโกะมารุคาเฟ่ค่ะ ป้ายเด่นมาก ที่มองไม่เห็นคงเพราะเราไม่ได้ขึ้นสะพานลอยไง เดินข้างล่างตลอด

หลังจากนั้นเดินกลับเข้าสถานีอุเอโนะอีกครั้งเพื่อไปร้านมอนจายากิ ประตูใกล้ที่สุดจากเนโกะมารุคาเฟ่ก็คือ………

นึกในใจว่ากรูจะไปออกประตูชิโนบาซึทำไมให้หลงและเปลืองพลังงาน ถถถถถ สรุปตรงนี้เลยละกันว่าหากอยากไปร้านเนโกะมารุคาเฟ่ ลงสถานี JR อุเอโนะ ออกประตูอาซาคุสะแล้วมองหาอีตึกที่ลงรูปไว้ด้านบน หาไม่น่ายาก จำไว้ว่ามีป้ายแดงๆ กับร้าน First Kitchen

ยังเหลืออีก 1 จุดที่อุเอโนะคือ ร้านมอนจายากิที่ชื่อ “มอนจายะ” ประเด็นคือร้านนี้ไม่มีเว็บไซท์ของตัวเองค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าเดินไปตามทิศในแผนที่กูเกิ้ลของไอโฟนหรือเปิดเว็บเอา (น่าจะอย่างแรก) ออกที่ประตูฮิโรโคจิ จะเจอตึกนี้อยู่อีกฟากถนน

เห็นตึกนี้ปุ๊บ เดินเลาะเข้าทางด้านขวามือของตึกไปเลยค่ะ ใครจะแวะดูของเล่นก่อนก็ได้ ร้านยามาชิโระยะเป็นแหล่งขายของเล่นแหล่งใหญ่อีกที่ (ตู้กาจาปองเพียบเลยหน้าร้าน)

เดินเข้ามาไม่เกิน 100 เมตรจะเห็นป้ายนี้ พอเจอปุ๊บก็เลี้ยวซ้ายเข้ามาด้านหน้าโลด

เจอแว้ววววววว ร้านมอนจายะ

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 7  https://www.youtube.com/watch?v=Sci150iqUUo

แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนร้านนะคะ เพราะดูบรรยากาศแล้วไม่น่าต่างจากเนโกะมารุคาเฟ่มากนัก ไม่อยากหาเรื่อง เหอๆ ถ้าไม่ติดว่ากินมาจากยานากะกินซ่าแล้วและต้องไปต่อก็อาจจะไปลอง ไว้รอบหน้าละกัน

หน้าตึกที่ตั้งร้าน

ดีใจมาก ร้านนี้ไม่หลงทางนาน วิธีไปคือลงสถานี JR อุเอโนะ ออกประตูฮิโรโคจิ แล้วเดินเข้าไปในตรอกด้านขวามือของตึกยามาชิโรยะ เคลียร์เควสอย่างรวดเร็วก็กลับเข้าสถานีอุเอโนะ เพื่อไปต่อที่สถานีอิจิกายะ….เดินทางนานใช้ได้เลยค่ะ ต่อหลายต่ออยู่ ขึ้นสายยามาโนเตะไปลงสถานีโตเกียว แล้วขึ้นสายจูโอจากโตเกียวอีกที ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงได้ในการเดินทาง

พอลงปุ๊บก็อื้อหืออ้าหากับสิ่งที่มองเห็นไกลๆ จากบนสถานี

โว้ว ตึกโสหนี้!!!! ตึกโสหนี้คือเป้าหมายของเราเหมือนกัน เมื่อมองต่ำจากตึกโสหนี้อิจิกายะลงมาหน่อย จะเจอกับ

สถานที่ตกปลา ที่นี่คืออะไรขอเก็บไว้ก่อน เอาเป็นว่ามิชชั่นเคลียร์อย่างรวดเร็ว ทำเอาโดดตัวลอย

หาที่นั่งกินฟุคุเนี้ยนแล้ว (ฟุคุเนี้ยนไม่ควรดองนะคะ ควรกินตั้งแต่ทำเสร็จใหม่ๆ นิ่มหมดเลยอ่ะ ไม่กรอบ T-T) ก็รีบออกจากสถานีไปตึกโสหนี้ที่เห็นเบื้องหน้าทันที ปรากฏว่าตึกโสหนี้ที่เราหาอยู่ไม่ใช่ตึกนี้ นี่มันตึกโสหนี้อิจิกายะ! ฮ่วย!

เจอตึกชื่อ DNP หรือมันจะเพรียกหาเราอยู่

เลยเปิดแผนที่เช็คว่าตกลงเป้าหมายอยู่ไหนกันแน่ สรุปว่าต้องเดินย้อนไปยังทิศที่ตรงข้ามกับตึกโสหนี้อิจิกายะ เราเดินไปเรื่อยๆ ตามแผนที่……..

บังเอิญเจอตึกนี้ รู้สึกมันแปลกและสวยดีเลยถ่ายรูปมา……ใกล้หกโมงเย็นแล้วเรอะตอนนั้น เดินมาจนเจอตึกรวมร้านอาหาร GEMS อิจิกายะ

เพิ่งมาเห็นตอนเขียนบล็อกว่ามีธงไทยด้วย มันคือร้านนี้ค่ะ http://r.gnavi.co.jp/cby6jacw0000/  มีทั้งสต๊าฟคนไทยกับสต๊าฟญี่ปุ่น ไว้เดี๋ยวพาโปโป้ยคุงมาเลี้ยงที่นี่ดีมั้ยหว่า (แต่แอบไกลอยู่นะ สถานีอิจิกายะก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านมาบ่อย) เมื่อมาถึงสี่แยกนี้และเลี้ยวขวาจะพบกับ…………

โอ้ ตึกอะไรน่ะ ใหญ่จังเลย

โสหนี้มิวสิค!

นี่แหละค่ะคือ 1 ในเป้าหมายที่จะมา จริงๆ มันไม่ได้ปรากฏในรายการฮิโตริซัมเมอร์เลย แต่ตอนเช็คที่ตั้งของเป้าหมายก็ค้นพบว่าตึกโสหนี้อยู่ใกล้กันพอดี ไหนๆ แล้วเลยแวะมาซะหน่อย คุณ อมมย ก็มาทำงานตึกนี้แหละ (เพราะที่อยู่ของมิวสิคเรย์นมันที่อยู่ของตึกนี้) ถ้านอนหน้าตึกจะได้เจอคุณ อมมย. มั้ยคะ()

กลับออกมาตรงสี่แยกที่ตั้งตึก GEMS อีกครั้ง ถ้าอ้างอิงจากรูปคือรอบนี้เดินลึกตรงเข้าไปในรูป เดินหน้าเพื่อไปหาเป้าหมายของจริง ตรงไปเรื่อยๆ จะเจอตึกนี้

เอ๊ะ มองด้านล่างแล้วเห็นป้ายอะไรมั้ย เข้าไปดูใกล้ๆ ซิ

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 3  https://www.youtube.com/watch?v=14nMePeVWrw

เช่นเคย ถ่ายแค่ป้ายค่ะ ไม่ขึ้นไปข้างบน 5555 จริงๆ ก่อนจะถ่ายรูปป้ายหน้าร้านนี้ เรามองเห็นร้านลอว์สันอีกฝั่งถนนซะก่อน เลยไปแวะแล้วพบว่ามันมีแต่ยากิโซบะกับสติกเกอร์แต่ไร้สมุดโน้ต พอกลับออกมาแล้วถึงถ่ายรูปแล้วเดินกลับ ตอนขากลับเจอร้านลอว์สันสาขา 千代田四番町 Chiyoda Yonbanchou และเป็นเหตุการณ์ซื้อสมุดโน้ตแถมยากิโซบะ (?) ในบันทึกภาค 1 นั่นเอง

บ้าหอบฟางกลับมาถึงสถานีอิจิกายะ…..ยังจำสถานที่ตกปลาที่เราเห็นพร้อมตึกโสหนี้อิจิกายะได้มั้ยคะ นั่นคืออีกเป้าหมายอีกแห่งในทัวร์ฮิโตริซัมเมอร์….

ตึกสีน้ำตาลหน้าต่างเหลืองด้านหลังคือตึกโสหนี้อิจิกายะนั่นเอง ในภาพนี้เห็นตึก DNP ด้วย

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 1  https://www.youtube.com/watch?v=2i_f7WQwCT4

เดินไปไม่ยากเลยค่ะ อยู่ใต้สะพานนอกสถานี และเช่นเคย ไปถ่ายแค่ป้ายหน้าร้านอย่างเดียว เห็นมั้ยป้ายเดียวกัน…………

……..แน่เรอะ? เวลาแค่ปีเดียวมันโทรมได้ถึงขนาดนี้เลยแฮะ พื้นสีส้มๆ ลอกไปเกือบหมดแล้ว

สรุปเส้นทางหน่อยนึง

(1) การเดินทางไปศูนย์ตกปลาอิจิกายะ – ออกจากสถานี JR อิจิกายะ ข้ามถนนไปสะพานอีกฝั่งก็ถึงเลย
(2) การเดินทางไปร้าน Y-Style – ออกจากสถานี JR อิจิกายะ หันขวาจะเจอร้าน Uniqlo กับธนาคาร Mizuho เดินตรงไปทางนั้นเรื่อยๆ จนเจอตึก GEMS อิจิกายะก็ไปตามที่เขียนเล่าไว้ด้านบนค่ะ (สามารถแวะดูตึกโสหนี้มิวสิคได้)

ตอนแรกว่าจะนั่งรถกลับไปชินจูกุเพื่อไปยังสถานที่ที่ต้องตามรอยที่สุดท้ายในโซน JR ให้มันจบๆ วันนี้ไปเลย แต่หวั่นไหวเมื่อเห็นชื่อสถานีนาคาโนะ (ฮา) เลยแวะนาคาโนะบรอดเวย์ต่อตามที่เขียนเล่าไปในภาค 1 ค่ะ พอนั่งรถไฟย้อนจากนาคาโนะกลับชินจูกุก็ถึงสถานีชินจูกุประมาณสองทุ่มได้แล้ว….ทุกคนเริ่มสงสัยอะไรบ้างรึยังคะ…………

คนอ่าน “…………(ไม่เหนื่อยเหรอฟะ)…………”

เหนื่อยดิคะ หมดแรงจะเดินแล้ว ของยังเยอะอีก orz

ถ้าลองอ่านบันทึกภาค 1 ผนวกกับอันนี้ด้วยจะเห็นว่าชีพจรลงเท้าไม่หยุดมาร่วม 6-7 ชั่วโมง ตอนนั่งเครื่องบินก็นอนไม่เต็มที่อีก สภาพตอนลงชินจูกุนี่คือตายไปแล้ว แต่สำนึกในใจมันสั่งว่านี่คือภารกิจ ต้องทำให้สำเร็จ เลยกัดฟันให้จบๆ ไหนๆ ก็ที่สุดท้ายแล้ว…..ตอนค้นข้อมูลค่อนข้างหนักใจเลยค่ะ เพราะสถานที่หาไม่ยาก แต่เดินจากสถานีเกือบ 10 นาที…..ในสภาพนี้น่ะเรอะ……….เอาเถอะ คิดไปก็ไม่ได้อะไร ขึ้นสายยามาโนเตะต่อรถจากชินจูกุไปลงสถานีทาคาดาโนะบาบะ

ออกตรงประตูวาเซดะ….มองนาฬิกา ตายๆ สองทุ่มนิดๆ แล้วเรอะ…..บอก พนง.โรงแรมไว้ว่าจะกลับตอนทุ่มสองทุ่มแท้ๆ ไม่งั้นเค้าจะแอบเย้ยเราในใจว่าเมื่อกลางวันแค่สำออยอยากขึ้นห้องน่ะสิ เมื่อออกมาทางประตูวาเซดะแล้ว หันซ้ายและเดินตรงไปอย่างเดียว….

เดินนานมากจนถ่ายรูปเล่นข้างทาง

ร้านยาโยอิเคนในตำนานร้านนั้น….แต่สาขาทาคาสึกิที่ผีชอบไปถล่มกันอยู่โอซาก้านะ

เจอร้านอาหารไทยด้วย

.

.

.

เดินขาลากจนเห็นตึกใหญ่อยู่ข้างหน้า พอข้ามถนนไปจะเจอกับป้ายนี้

ศูนย์กีฬา Citizen Plaza….กว่าจะเดินมาถึง ลองดูเวลาจากนาฬิาในสถานีเทียบกับนาฬิกาหน้าศูนย์สิ เดิน 8 นาทีพร่องส์() ไหนในเว็บบอกเดิน 8 นาทีถึงไง เดินหรือจ้ำวะน่ะ (จริงๆ เราอาจช้าเองด้วยค่ะ มีหยุดถ่ายรูปอีก)

เข้าไปแล้วมันเงียบมากกกกกกกกกกกกกกก คงเพราะเป็นวันธรรมดาและช่วงกลางคืน ตอนก่อนมาที่นี่ก็หวาดเสียวอยู่ จะเช็คเวลาปิดก็หาไม่เจอ กลัวมาถึงตอนปิดแล้วเลยรีบทำเวลาน่าดู ไม่ให้ดึกมาก โชคดีที่ยังไม่ปิด เดินขึ้นมาชั้น 3 แบบซากๆ  (ชั้น 2 เป็นชั้นทางเดินเชื่อมตึก) ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นโบวลิ่ง มีคนเล่นอยู่บ้าง แต่เราไม่กล้าเข้าไปข้างใน เลยซื้อไอติมจากตู้กดที่อยู่ด้านนอกฟลอร์แล้วนั่งกินบนโต๊ะแถวนั้น ตอนนั่งก็พยายามถ่ายซูมเข้าไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 2  https://www.youtube.com/watch?v=iHfdenXMJmo

ส่วนอันนี้คือไอติมที่กดออกมากิน จำไม่ได้ละว่ากี่เยน ไม่น่าถึง 200 เยนมั้ง อร่อยดี

สักวันนึงอยากลองกินให้ครบทุกรสในซีรีส์จัง

สรุปวิธีเดินทางไป Citizen Plaza คือลงสถานี JR ทาคาดาโนะบาบะ ออกประตูวาเซดะ แล้วเดินซ้ายตลอดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเจอเอง ตึกใหญ่มาก

เสร็จภารกิจก็กลับ กะว่าแวะสึทายะก่อนค่อยกลับโรงแรม แล้วสึทายะมันต้องเดินจากสถานีไปอีกฝั่งนึง ทิศตรงข้ามกับซิตี้เซ็นพลาซ่าเลย

ร้านนี้มัน…..ร้านโปรดของฮารามี่

เหมือนจะหลงทางอยู่พักนึงกว่าจะเจอสึทายะ งงทิศนิดหน่อย บางทีกูเกิ้ลแมปในไอโฟนก็ทำให้หลงหนักนะ ที่แวะมาเพราะจะดูว่ามีหนังสือที่ต้องการมั้ย ประกอบกับได้ยินข่าวนี้ก่อนมาพอดี

(สรุปย่อๆ คือจะมีเสียงตามสายในร้านสึทายะของเท็นแนะนำเรดิโอซีดี A/Z เวอร์ชั่นเฉพาะเช่าร้านสึทายะ เปิดในร้านตั้งแต่ 4 ก.ค.-17 ก.ค.)

เข้าไปปุ๊บเป็นร้านเช่าล้วนๆ ไม่มีขายเลย (หรือเค้าแยกกันเพราะเคยเจอร้านสึทายะที่มีโซนขายหนังสือด้วยอ่ะ) แถมไม่เห็นมีเสียงตามสายอะไร ไม่รู้ ง่วง ช่างมันละ กลับ ขึ้นยามาโนะเตะกลับก็ไวดี อยู่ห่างจากอิเคบุคุโระไม่มาก เรื่องราวหลังจากนี้เขียนไว้ในบันทึกภาค 1 หมดแล้วค่ะ เป็นทริปที่ใช้โทคุไนพาสได้คุ้มกระจายแบบ JR มีสิทธิ์ขาดทุน

 

21 ก.ค.

ก่อนนอนก็เตรียมสืบไว้แต่เนิ่นๆ เลยว่าสถานีไหนมีล็อกเกอร์ว่างๆ ให้เข้าไปใช้บริการได้บ้าง ถ้าเป็นสถานีใหญ่ๆ มักจะเต็ม เลยเลี่ยงพวกสถานีใหญ่อย่างโตเกียว อุเอโนะไว้ก่อน เช็คว่าสถานีนิชินิปโปริมีล็อกเกอร์ไหนยัดกระเป๋าเดินทางได้มั้ย….จดพิกัดเสร็จปุ๊บก็นอน

ในใจคิด…..โอ๊ย ชิลๆ เพราะไปเกือบหมดทุกที่ตั้งแต่วันแรก เก็บตกที่ยานากะกินซ่าไม่กี่ร้านกับอีกสองที่ที่อาซาคุสะก็หมดแล้ว ยานากะกินซ่าเพิ่งไปมา ไม่หลงหรอก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

ทว่าโทษของการปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขทันทีนั้นร้ายแรงจริงๆ…….แก้อะไรน่ะเหรอ? อ่านไปเดี๋ยวรู้เอง

.

.

.

กินข้าวเสร็จ เช็คเอาท์จากโรงแรม หอบกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดขึ้นรถจากอิเคบุคุโระไปลงนิชินิปโปริเพื่อฝากกระเป๋า ตอนแรกก็อ้าว มาตามสถานที่ที่จดไว้แล้วนะ ไหงล้อกเกอร์ใหญ่สุดมันยัดกระเป๋าไม่ได้วะ ไหนบอกมีช่องใส่ suitcase พยายามอยู่หลายนาทีก็ตัดใจ….เอาวะ หอบมันไปอาซาคุสะทั้งอย่างนี้ก็ได้ ตอนกำลังจะเดินไปขึ้นรถไฟก็เจอล็อกเกอร์พอดี (ซะงั้น) เพราะเท่าที่สืบมาคือมันมีล็อกเกอร์แถวๆ ตู้ถ่ายรูปในสถานี แล้วไอ้ตู้ถ่ายรูปที่ว่าดันมี 2 จุด (ตอนแรกดันไปอีกจุดนึงที่มันไม่มีช่องใส่ suitcase) ดีใจดี๊ด๊าว่าไม่ต้องหอบกระเป๋าไปอาซาคุสะแล้ว แต่………

ตู้นี้รับแต่เงินสด…..อ่ะ โอเคไม่เป็นไร ดูสติกเกอร์ที่แปะตู้ รับแค่เหรียญ 100 เยน (ค่าเช่าตู้ 600 เยน)…..เวรละ เหรียญร้อยเยนไม่พอ แต่ไม่กล้าไปไกลๆ กลัวคนมาแย่งตู้ ทำไงดี……

เหลียวซ้ายแลขวาพบว่ามีตู้กดน้ำอยู่ในบริเวฯใกล้เคียง ก็กดซื้อน้ำเอาเศษเหรียญไปหยอด (อนาถแท้) น้ำพวกนี้ก็เอาไว้กินกลางทาง ฝากกระเป๋าเรียบร้อยปุ๊บ วิ่งไปขึ้นยามาโนเตะ ลงที่อากิบะแล้วขึ้นสาย Chuo-Sobu ไปลงสถานีอาซาคุสะบาชิ เป้าหมายของวันนี้คือสองสถานที่ที่หลุดออกมาจากเส้นทางที่ใช้ JR เดินทางได้ค่ะ (อย่างน้อยก็เท่าที่เราค้นข้อมูลไว้ก่อนคือไม่ได้)

ถึงสถานีอาซาคุสะบาชิแล้วก็เปลี่ยนสายจาก JR ลงไปใต้ดินเพื่อต่อ Tokyo Metro เส้นอาซาคุสะเพื่อไปสถานีโอชิอาเกะ….เป้าหมายของเราคือร้าน Ganso Shokuhin Sample สาขาอาซาคุสะ ลงรถไฟใต้ดินแล้วก็เปิดแมปไอโฟนดูเลย เดินมาจนถึงหน้าร้านเจอหน้าร้านหน้าตาแบบนี้ http://www.ganso-sample.com/shop/soramachi/

DN “(????? หมายความว่าไง ก็มาถูกนี่นา โลโก้ร้านก็ใช่ตามที่เคยเห็น แต่ทำไมหน้าร้านมันผิดกันลิบลับอย่างนี้
ที่เคยเห็นเหมือนมันตั้งริมถนน เอ๊ะ? เอ๊ะ?)”

รีบเปิดเช็คเว็บร้านทันทีว่ามีสาขาไหนบ้างจากหน้านี้ http://www.ganso-sample.com/shop/ ปรากฏว่าร้านที่สถานีโอชิอาเกะนี้คือสาขาโซระมาจิ พูดง่ายๆ คือสาขาโตเกียวสกายทรีนั่นเอง…..เห้ย จะไปอาซาคุสะไหงมาโผล่ที่นี่! เมื่อดูภาพถ่ายแล้วก็พบว่าสาขาที่เราจะไปจริงๆ คือ 合羽橋ショールーム โชว์รูมคัปปะบาชิต่างหาก ฟาดฟันกับเน็ตอืดๆ เปิดดูวิธีเดินทางไปร้าน….พบว่าต้องนั่งรถไฟใต้ดินย้อนกลับไปสถานี Tokyo Metro อาซาคุสะ แล้วต่อสายกินซ่าไปลงสถานีทาวาระมาจิ

โผล่ขึ้นมาข้างบนตอน 10.42 นาที อาาาาาาาาาาาาา กว่าจะมาถึงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ว่าแล้วก็เดินไปตามเส้นทางที่แมปไอโฟนบอก เลี้ยวซ้ายเดินไปตามถนนเลยค่ะ

เดินมาจนถึงแยกนี้ แยกคิคุยะบาชิ

ถึงแยกนี้ปุ๊บ หันมองขวาค่ะ จะเจอแลนด์มาร์คอย่างนึงซึ่งเชื่อว่าไม่หลงแน่นอน

แผนที่มันบอกให้เดินเข้าไปในนี้ ดูเส้นทางแล้วยังอีกไกลมากกว่าจะถึงจุดหมาย ในเว็บร้านเองยังบอกว่าใช้เวลาเดินตั้ง 12 นาที….ดีนะที่ไม่บ้าหอบฟางและดีที่ตรงนี้เป็นย่านตึกแถวที่มีร้านต่างๆ เลยมีกันสาดเป็นร่มเงาให้เดินหลบได้ ร้านที่ขายในย่านนี้เป็นพวกเครื่องครัวเยอะมาก ช้อนส้อม ทัพพี จาน ชาม แก้ว ฯลฯ และร้านที่เราจะไปก็…..ออกแนวๆ นี้แหละ…..

หลังจากเดินลิ้นห้อยอยู่เกือบ 20 นาที….ในที่สุด! ในที่สุด!

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 5  https://www.youtube.com/watch?v=6Bb7h5qdq8A
ตอน 6 https://www.youtube.com/watch?v=YdZbidU-s-8

ร้านไม่ได้มีเน็คไทยักษ์หน้าร้านแต่อย่างใด เซ็นเซอร์เงาตัวเองเฉยๆ ค่ะ มันสะท้อน กรี๊ดดดดดด ถึงได้พยายามยืนถ่ายเฉียงๆ เพื่อไม่ให้เงาตัวเองสะท้อนไง ยังไม่วาย 555555

หน้าร้านมีของพวกนี้วางเป็นเครื่องหมายด้วย ร้านนี้ขายของกินจำลอง….ของกินปลอมที่เอาไว้ประดับตกแต่งนั่นเองค่ะ ไม่ได้ถ่ายภาพในร้านมา (ดูบรรยากาศแล้วไม่กล้าขอ ดูในรายการเอาแล้วกัน) ลองส่องๆ ทางขึ้นชั้น 2 มีป้ายแปะไว้ว่าสามารถเรียนรู้การทำของกินจำลองได้เหมือนกันแบบในรายการ แต่ดูบรรยากาศแล้วคงไม่ได้เปิดให้สำหรับคนคนเดียวขึ้นไปทำได้แน่ๆ เหมือนเป็นคอร์สที่ต้องจองมากกว่า (กลับมาสืบที่ไทยก็ตามนั้น เปิดเป็นเวลาและสอนเป็นกลุ่ม ต้องจองล่วงหน้า) เข้าร้านไปแล้ว ไอ้ครั้นจะไม่ซื้ออะไรเลยก็น่าเกลียด เลยซื้ออันนี้ติดมือมา

600 กว่าเยนล่ะมั้ง จำไม่ได้ว่าให้พี่ ล ไปหรือเก็บไว้เอง ไว้จะขุดอีกที…..เหตุผลที่หลงทางไปอีกสาขาเพราะว่าตอนดูรายการเราฟังแค่ว่าร้านอยู่อาซาคุสะ (แต่ไม่ได้สนใจฟังว่าคัปปะบาชิ) พอเอาชื่อร้าน+อาซาคุสะไปเสิร์ชกับกูเกิ้ลแมป มันดันขึ้นตำแหน่งร้านที่โซระมาจิมาแทน -____-”

หลังเสร็จภารกิจที่นี่แล้วก็ออกตามหาอีกที่ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน เปิดแผนที่ไอโฟนแล้วเดินตามเส้นมาเรื่อยๆ เดินไม่ยากค่ะ ย้อนกลับไปทางที่เข้ามาแหละ จากนั้นเข้าไปอีกแยกนึง

เจอป้ายหน้าตาประมาณนี้นะคะ

นิชิอาซาคุสะซอย 2……………..เป้าหมายของเราอยู่ที่ 25-11 นิชิอาซาคุสะซอย 2…..แปลว่ามันต้องอยู่ในซอยนี้แน่ๆ เดินเข้าไปเลย!…………………

……………………….แต่หลงอยู่ครึ่งชั่วโมง วนไปวนมาในทางวงกตก็ไม่เจอร้านที่ว่านั่นซะที มาถึงจุดที่มาร์คบนแมปแล้วไม่เห็นเจอ แถมเน็ตดันมาพังตอนนี้ด้วย เปิดไม่ติด orz รู้สึกชีวิตจบสิ้นมาก เดินหลงกี่รอบๆ ก็วนมาที่เดิม…..เดินจนแทบเป็นลม ดันเจอบล็อค 25 โดยบังเอิญซะงั้น() เราเลยรีบเดินหาเลขที่ 11…..3 แล้ว….5…8…………11 น่าจะแถวนี้………….

DN “(??? เอ๊ะ? ใช่แน่เหรอวะ คงไม่ใช่แบบเมื่อกี้อีกนะที่ป้ายหน้าร้านเหมือนกันแต่เป็นคนละสาขา
ที่เราเคยเห็นในรายการมัน………..)”

DN “(……….ดูใหญ่กว่านี้เยอะมากๆ…..)”

แถมหน้าร้านไม่เหมือนกันเลย ในรายการเป็นกระจกหมดดูไฮโซสุดๆ แต่ของจริงที่ไปเห็นมามันไม่ใช่ ถถถถถถถถถถถ กะจะเปิดดูคลิปในยูตูบเช็คให้รู้แล้วรู้รอด แต่แหมเน็ต………โพสต์ลงเฟซบุ๊ค เมฆฟ้ามาช่วยคอนเฟิร์มให้ว่าใช่ น่าจะใช่แหละเพราะมันไม่มีสาขาอื่นแล้ว ที่อยู่ก็น่าจะถูก ชื่อยังชื่อเอโดมาจิเหมือนกัน คิดว่าจริงๆ เราคงมาถึงแต่แรกแล้ว แต่พลาดไม่ได้มองเพราะคิดว่าร้านใหญ่ ไม่นึกว่ามันจะต๊อกต๋อยกว่าที่เห็นในรายการนัก

นึกสงสัย ลองเช็คดูและมารู้ความจริงหลังกลับไทยว่าร้านนี้เพิ่งย้ายสถานที่เมื่อเดือน มี.ค.2015 ที่ผ่านมา เพราะงั้นที่ที่เราไปมาไม่ใช่ที่เดียวกับที่เท็นเคยไป อ๊ากกกกกกกกกก

ตอนที่ปรากฏในโอฮิโตริซัมเมอร์

ตอน 8  https://www.youtube.com/watch?v=YOgLgUpXQ0Y ตอนนี้ดีงามมาก ดูแล้วระวังตาย

.

.

.

สรุปวิธีเดินทาง

(1) ไปร้าน Ganso Shokuhin Sample ได้โดยขึ้น Tokyo Metro ลงที่สถานีทาวาระมาจิ เมื่อถึงแยกคิคุยะบาชิจะเจอพ่อครัวยักษ์บนตึก เดินเข้าไปในแยกที่มีพ่อครัวบนตึกนั้นเรื่อยๆ จะเจอร้านเอง สำหรับการเดินทางด้วยวิธีอื่นดูได้จากเว็บร้าน http://www.ganso-sample.com/en/shop/kappabashi/access.html

(2) ไปร้าน Kimono Rental Kan (ปัจจุบัน) ได้โดยวิธีเดียวกับไปร้าน Ganso Shokuhin Sample แต่เลี้ยวเข้าไปในแยกคัปปะบาชิก่อนถึงร้านโชคุฮินแซมเปิ้ล (จะมีป้ายคัปปะบอกเป็นสัญลักษณ์เลย) หากเลี้ยวเข้าไปจากฝั่งตึก Union ก็เดินเข้าไปหาโตเกียวสกายทรีเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ขวามือ แต่ถ้าเข้ามาจากสถานีอาซาคุสะสึคุบะเอ็กซ์เพรส ร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือนะคะ (เปิดดูสตรีทวิวจะเข้าใจง่ายมาก)

(3) ไปร้าน Kimono Rental Kan (เก่า) ลงที่สถานี Tokyo Metro อาซาคุสะ จากตรงนี้จะเดินไปหรือขึ้นรถบัสก็ได้

  • กรณีเดิน – เดินไปเกือบกิโลนึงเลย ไม่แนะนำอย่างแรง อาจหลงได้
  • กรณีขึ้นรถบัส – ออกจากสถานีอาซาคุสะทางออก 6 ข้ามฝั่งไปร้านมิสเตอร์โดนัท เดินไปนิดนึงจะเจอป้ายรถบัส แต่ยังไม่ใช่ป้ายนี้ ไปอีกป้ายนึง อยู่ในสถานที่ตามภาพ

ขึ้นสาย 草64 ที่ไปอิเคบุคุโระทางออกฝั่งตะวันออก นั่งไป 3 ป้าย

ลงป้าย 浅草警察署前 (หน้าสถานีตำรวจอาซาคุสะ)

ชื่อป้ายบอกหน้าสถานีตำรวจ แต่ลงหน้าตึกอิโต้เอ็น (ฮา สถานีตำรวจอยู่อีกฝั่ง)
จากตึกอิโต้เอ็นตรงนี้ หันขวาเดินไปทางตึก madras

เดินไปเรื่อยๆ จะเจอหน้าร้านเก่า ถ่ายจากสตรีทวิว (คลิกดูรูปใหญ่ได้)

มีจักรยานข้างๆ เหมือนกัน แถมหน้าร้านกว้างกว่าด้วย TvT ส่วนนี่คือแผนที่จากร้านเก่ามาร้านใหม่ ภาพนี้เป็นสตรีทวิวจากเดือน เม.ย.2015 ไม่รู้ป่านนี้ป้ายยังอยู่มั้ยนะ

.

.

.

ย้อนกลับมาปัจจุบัน หมดภารกิจซะที ฮึ่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เดินหลงตุปัดตุเป๋ไม่รู้ไปออกตรงไหนละ รู้สึกจะหาทางออกมาจากแยกคัปปะบาชิจนมาโผล่ทางออก (ทางเข้าอีกฝั่ง) ของคัปปะบาชิ

ป้ายคัปปะบาชิที่เราเดินเข้ามาก็หน้าตาแบบนี้ แต่คัปปะอยู่ขวามือแทน จะมาร้านเช่ากิโมโนก็มองหาป้ายหน้าตาแบบนี้เป็นแลนด์มาร์คไว้แล้วกัน

ส่องแผนที่จะเดินไปสถานีรถไฟฟ้าเพื่อเก็บตกที่ยานากะกินซ่าก่อนกลับ เดินมาถึงจุดที่มาร์คไว้แต่กลับหาไม่เจอ เจอป้ายรถบัสแทน ด้วยความสนใจเลยลองดูตารางรถบัสซะหน่อย

DN “(เอ๊ะ สาย 草63 ไปลงหน้าสถานีนิชินิปโปริด้วยนี่นา….ขึ้นซะหน่อยละกัน ขี้เกียจจะเดินละ)”

ดูตารางว่าสาย 草63 คันต่อไปจะมาเมื่อไหร่แล้วนั่งรอ…….อยากทราบผลการลองขึ้นบัสครั้งแรกมั้ยคะ

ตำหนิตัวเองมากๆ ที่ไม่ได้จ่ายเงิน นึกว่าจ่ายตอนลง ตอนขึ้นเลยไม่ได้จ่าย…….orz ดีค่ะ กรรมสนองไป ลงที่ป้าย 大関横丁 โอเซกิโยโคโจแทนซะงั้น เลยรอขึ้นรถสายเดิมที่นั่น ไม่วายลงผิดป้ายอีก! เส้นทางรถมันจะไล่จากนิชิปนิปโปริซอย 1 – ซอย 5 – หน้าสถานี JR นิชินิปโปริ ไม่รู้มึนอีท่าไหนไปลงซอย 5 ก่อน เดินอานเลยกว่าจะถึงสถานีรถไฟ หลงอะไรนักหนา….

แถมเล็กน้อย

เคยพูดไว้นานแล้วและพูดมาตลอดว่า “เวลาเดินทางไม่ค่อยชอบเดินทางตามแผนนะ อยากไปอารมณ์แบบว่าถึงที่ไหนก็ลงนั่น หลงไปหลงมาอาจจะได้เจออะไรใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงก็ได้”

.

.

.

ความแตกต่างระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริงมันช่างแทงลึกจี๊ดเจ็บไปถึงขั้วหัวใจ…..เงินค่ารถบัส ค่ารถไฟ………ละลายเป็นน้ำในวันนี้ จริงๆ ถ้าเราเดินเลยป้ายรถบัสที่อาซาคุสะไปอีกนิดจะถึงสถานีอาซาคุสะของรถไฟฟ้าสึคุบะเอ็กซ์เพรสแล้ว orz และไม่ต้องหลงบ้าบอขนาดนี้

ถ้าใครลองดูแผนที่จะพบว่าจุดที่เราลง ถ้าเดินเอามันจะใกล้สถานีนิชินิปโปริมากกว่า แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนค่ะ ไปโผล่นิปโปริ (อัจฉริยะด้านการหลงทางจริงๆ) พอถึงสถานีรถไฟได้ก็สาบานว่าจะไม่นั่งบัสมั่วตั้วแล้ว ต้องศึกษาทางให้ดีกว่านี้…………ขึ้นรถไปนิชินิปโปริทันที…….พอถึงสถานีนิชินิปโปริ เราก็รู้สึกขัดๆ…..

DN “(เอ๊ะ ไปยานากะกินซ่าต้องออกทางตะวันตกก็ถูกแล้วนี่ ไหงดันเป็นไอ้ป้ายบอกทางเดิมๆ ที่ทำเราหลงแบบวันแรก…..)”

DN “………..”

ลองหยิบโพยออกมาดู ตรงที่จดวิธีเดินทางไปยานากะกินซ่าไว้ ยังเป็นแบบผิดๆ ตามที่เราจดมาจากกูเกิ้ลแมปเหมือนเดิม จริงๆ จำได้ว่าต้องออกทางออกฝั่งตะวันตก แต่ดูเหมือนเราจะสับสนนิชินิปโปริกับนิปโปริเพราะความง่วงและเหนื่อยล้า………………

ไหนลองใจเย็นๆ จัดระเบียบความคิดก่อนซิ…..

ตอนนี้อยู่นิชินิปโปริ→จะไปยานากะกินซ่า ลงนิปโปริแล้วออกประตูตะวันตกจะไปง่ายกว่าและใกล้มาก→แปลว่าต้องขึ้นรถจากที่นี่ไปนิปโปริ→แต่ฝากกระเป๋าไว้ที่นิชินิปโปริ→แปลว่าเสร็จเควสต์จากยานากะกินซ่าแล้วต้องย้อนกลับมานิชินิปโปริอีกรอบ→เอากระเป๋าแล้วต้องกลับไปขึ้นสกายไลเนอร์ที่นิปโปริเพื่อไปสนามบินนาริตะ→สรุปเส้นทางคือ นิชิ-นิปโป-(เที่ยวยานากะ)-นิชิ-นิปโป-นาริตะ

เอากระเป๋าฝากที่นิปโปริแต่แรกก็จบแล้วรึเปล่า….
ไม่ต้องละลายค่ารถไฟ…..

ถ้าสามารถตีเข่าใส่หน้าตัวเองได้ก็คงจะทำเลย ณ บัดนั้น โง่! ทำไมเบลอโง่ๆ อย่างนี้…..เอาเถอะ เวลาใกล้หมดทุกที

กลับมาที่นี่อีกครั้ง รอบนี้เข้าทางเดียวกับเท็นแล้ว (ฮา) พวกคุณเห็นแดดนั่นมั้ยคะ….ว่าแล้วก็ไปเก็บตกร้านที่พลาดไปทันที

ร้านนุโนะฟูเซ็นที่ปิดไปเมื่อเรามาวันที่ 16 วันนี้เปิดแล้ว โฮวววววว แค่มองๆ จับๆ ของหน้าร้าน ไม่ได้เข้าไปข้างในค่ะ เพราะรู้ว่าต้องคับแคบแน่ ของที่ขายเห็นแล้วอยากซื้อมากกกกกนะ แต่ต้องประหยัด ตัดใจแล้วรีบถ่ายรูปให้เสร็จ ไปร้านต่อไป……

ร้านยาคิคารินโทที่วันนี้เปิดแว้ว โฮวววววววววว เข้าไปก็มีให้ชิมฟรีเหมือนกันเลยค่ะ มี 3 รสให้ชิมคือรสชาเขียว (ตอนแรกป้าแกก็พูดญี่ปุ่นปกติว่า maccha แต่ตอนที่เราถามว่าชิมได้จริงเหรอ ป้าแกคงจับสำเนียงเราได้ว่าเป็นต่างชาติเหมือนป้าร้านมันเทศจอนมาเกะ แกเลยบอกว่ากรีนทีๆ ต่อท้ายมาด้วย) รสมันเทศ (ป้าแกอธิบายต่อท้ายว่าสวีทโปเตโต้ คือรู้แหละ ได้แต่พยักหน้าตามยิ้มๆ) และรสน้ำตาลทรายแดง

เข้าใจแล้วทำไมคุณ อมมย เธอหยิบชิมรัวๆ คืออร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดีงามมาก อร่อยมาก น้ำตาจะไหล กรุบๆ กรอบๆ ไอ้ความรู้สึกตอนขบลงไปเนี่ยมันไม่นิ่ม ไม่แข็ง ไม่หนืด ไม่เหนียว โฮยยยยย โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อยากเหมาหมดร้าน แต่ท่องไว้ในใจว่าตอนนี้เรามาซื้อของฝาก ซื้อให้พี่ ล สองห่อ รสชาเขียวกับมันเทศล่ะมั้ง (จำไม่ได้ละ) ไม่มีงบซื้อมาก ห่อละ 540 เยนแน่ะ TvT (ลองตีเป็นเงินไทยสิคะ ห่อแค่นี้ร้อยกว่าบาทนี่มันเทียบเท่าทุเรียนทอดบ้านเราเลยนะ) เดินออกจากร้านไปรอบนึงแล้วตัดใจไม่ได้ ย้อนกลับมาอีกที ป้ากับผู้หญิงอีกคน (ลูกสาวมั้ง?) มองยิ้มๆ เราเลยบอกไปว่าเมื่อกี้ของฝากค่ะ รอบนี้มาซื้อให้ตัวเอง ฮา) ซื้อ 3 รสเลยกับขนมมิซึโยคังน้ำตาลทรายแดง (เหมือนวุ้นกึ่งๆ เยลลี่แต่ไม่เด้งดึ๋ง)

อันนี้ส่วนของตัวเอง ตอนที่ชิมรู้สึกถูกใจรสมันเทศที่สุด แต่หลังจากกลับไทยมากินอย่างสงบๆ แล้วพบว่ารสชาเขียวกลมกล่อมสุด ไม่หวานไม่จืดเกินไป รสมันเทศค่อนข้างหวาน รสน้ำตาลทรายแดงหวานกลางๆ แต่มีรสขมนิดๆ มาช่วยถ่วง ให้ความรู้สึกเข้ม!……………สรุปคืออร่อยหมดค่ะ สั่งซื้อทางเว็บได้ด้วย เกิน 6480 เยนส่งฟรี ไว้มีเงินจะสั่งยาคิคารินโทมากินสักหมื่นเยน โฮฮฮฮฮฮฮ อร่อยเทพ (กินทีนึงล้มละลายเลย) ดูบนเว็บเหมือนรสชาเขียวกับมันเทศเป็นสินค้าตามฤดูล่ะมั้ง? อาจจะเฉพาะหน้าร้อน

ตามไปเก็บร้านสุดท้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

(รูปข้างบนขออนุญาตคุณพี่เจ้าของร้านถ่ายมาแล้วนะคะ)

ร้าน Niku no Satou ขายพวกเนื้อๆ ทั้งหลาย วันแรกเขาก็เปิดแต่ยัดไม่ไหวแล้ว (กระเพาะไม่หลุมดำเท่าคนในรายการค่ะ ยอมแพ้จริงๆ) ปรี่เข้าไปสั่งเมนูเดียวกันเลยนั่นคือ…..

ยานากะเมนจิ (mince)….อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ มีส่วนผสมของเนื้อวากิวด้วย น้ำตาไหลพรากๆ

กินเสร็จก็ดี๊ด๊าลิงโลด……เพราะอะไรน่ะหรือ…..

สำเร็จจนได้….Mission completed แล้ว

(ถ้าไม่นับร้านเช่ากิโมโน)

ถึงไม่ได้เข้าไปข้างในหมดทุกที่ แต่เราก็ไปเยือนครบทุกที่ในรายการโอฮิโตริซัมเมอร์ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ จากตอนแรกคิดว่าจะล่มแล้วนะเนี่ยเพราะวันแรกพะอืดพะอมจะอ้วกหลายที แต่ด้วยความบ้า มันเลยเอาชนะอาการคลื่นไส้ได้เฉย รู้สึกปลื้มตัวเองมากเพราะนี่เป็นการไปญีปุ่่นครั้งที่ 2 ในชีวิตแถมมีแต่ที่ที่ไม่เคยไปทั้งนั้น รู้สึกภูมิใจแต่คงไม่อวดลูกหลานเพราะมันไร้สาระเกินไป

เมื่อภารกิจสำเร็จก็ย้อนกลับไปนิชินิปโปริเพื่อเอากระเป๋า เดินๆ ดูรอบนอกสถานีมันมีล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าเต็มเลย แบบที่ใช้บัตร IC ได้ก็มี -_-” แต่ก่อนเอากระเป๋าเดินทางไปนิปโปริก็หาอะไรกินก่อน

แถวนั้นเจอแต่พวกอิซากายะหรือไม่ก็แพงๆ อยากกินพวกอาหารจานเดียวราคาพอประมาณมากกว่า เจอร้านราเม็งโทรมๆ ที่นึง คนน้อยดี เอาวะ กินร้านนี้ก็ได้ มองป้ายที่แปะบนผนังเก่าๆ ลอกๆ…มีน้อยกว่าที่คิด เห็นชื่อเมนูนึงจากสนใจดี

DN “สั่งราเม็งค่ะ”
ป้า “จ้า”
DN “เอาอันนี้…..เท็น…ริทสึ? เม็ง?”
ป้า “อ้อ เท็นชินเม็ง”
DN  “มันเป็นยังไงอ่ะคะ”
ป้า “(อธิบายส่วนประกอบซึ่งจำไม่ได้แล้ว) มีไข่ฟองใหญ่ๆ โปะหน้า”
DN  “อืม เอาอันนั้นก็ได้ค่ะ”

津 กับ 律 คันจิคล้ายกันมากเลย อ่านผิดแบบน่าขายขี้หน้า ส่วนตัว จขบ.ถนัดการอ่านแบบอ่านจับความหมายค่ะ อย่ามาถามว่าอ่านออกเสียงยังไง จำไม่ค่อยได้หรอก

แอบถ่ายระหว่างนั่งรอ ร้านนี้สูบบุหรี่ได้ด้วยเลยมีที่เขี่ยบุหรี่วางบนเคานท์เตอร์ แถมมีกลิ่นบุหรี่ตุๆ – –

ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่า 800 เยน ใหญ่มาก ถ่ายให้ดูเทียบกับมือ

อร่อยมั้ย? ไม่สักนิดเดียว เค็มก็เค็ม ยัดแค่ให้ท้องไม่ว่างเท่านั้น เรากินเพื่ออยู่ T.T กินเสร็จก็ไปเอากระเป๋าแล้วไปนิปโปริ….เรื่องราวหลังจากนี้คือบันทึกแสวงบุญภาคจบค่ะ

.

.

.

เป็นช่วงเวลาตะลอนทัวร์ 2 วันที่สมบุกสมบัน อึดถึก ทรหดมาก ที่น่าแปลกใจคือเป็นทริปที่สปาร์ต้าขนาดนี้แต่กลับมาก็สบายดี ไม่มีป่วยเลย จบด้วยความทรงจำดีๆ กับประสบการณ์ตามรอยครั้งแรกค่ะ มีโอกาสอาจจะตามรอยอีก….เป้าหมายคือตามรอยสถานที่ในโฟโต้บุ๊คและคงไปหน้าร้อนซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เท็นไปถ่ายมาเหมือนกัน XD

หวังว่าคนที่อยากตามรอยบ้างคงเอาข้อมูลไปใช้ได้นะคะ เชื่อว่าถ้าไปตามตัวแดงหนาๆ รับรองไม่หลงแน่นอน ขอให้โชคดีกับการตามรอยโอฮิโตริซัมเมอร์ค่ะ!

Advertisements

3 thoughts on “บันทึกการแสวงบุญ 10 ปีไอมาส : THE IDOLM@STER M@STERS OF IDOL WORLD!! 2015 Side Story : หน้าร้อนโดดเดี่ยวของข้าพเจ้า

  1. เหนื่อยขนาดไหนคะเนี่ย………..ตามรอบเท็นขนาดนี้………..//เห็นเเล้วเป็นเลาคงขาลากไปเเล้ว….

    • กลับมานอนตายค่ะ เช้าวันที่ 17 ไปซื้อของต่อ ยืนขาแข็ง 4 ชั่วโมง…..ใช้งานขาหนักหน่วงติดกันชนิดที่ไม่อยากใช้ขาอีกแล้ว….

  2. Pingback: บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (9) : ทิ้งท้ายก่อนปรับสมดุล [Tour] | คุยเรื่องไอมาสขอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s