ว่าด้วยเรื่องของ “คนข้างใน” – นักพากย์ไอมาส

ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าเทรนด์การขายนักพากย์นั้นต่างจากสมัยก่อนมาก เมื่อก่อนนักพากย์ไม่จำเป็นต้องเน้นลุค ไม่จำเป็นต้องออกมาเบื้องหน้าเพราะเป็นงานที่ใช้แค่เสียง แต่ปัจจุบันนั้นกลับกันเลย การขายแบบไอดอลหรืออาร์ทิสต์กลายเป็นเรื่องปกติ นักพากย์กลายเป็นมัลติทาเลนท์ที่ต้องทำจับฉ่ายได้ทุกอย่าง ผู้บริโภคบางส่วนยังเลือกเสพผลงานจากนักพากย์อีก เรียกได้ว่านักพากย์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากแค่คนเบื่้องหลังก็แทบจะเป็นดารากลายๆ ไปแล้วในยุคนี้

แต่ว่าผลงานบางเรื่องก็เป็นแบบนั้นมานานแล้วก่อนจะเกิดเทรนด์แบบปัจจุบัน….และไอดอลมาสเตอร์คือหนึ่งในผลงานทเหล่านั้นที่เน้นการขายสไตล์แบบให้นักพากย์ออกมาเบื้องหน้ามาตลอด

ถึงอย่างนั้นก็ตาม เรารู้สึกว่าความเชื่อมโยงของนักพากย์กับไอมาสคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ น่าสนใจ ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าผลงานอื่นๆ และนี่คือเหตุผลนึงที่ทำให้เหล่า P ติดหนึบหลุมนี้ไม่ไปไหนซะที

แม้ไม่รู้จักพวกเธอ คุณก็สามารถเป็นโปรดิวเซอร์ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้จักคนพากย์เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้จักไว้หน่อยล่ะก็จะทำให้รู้สึกสนุกไปกับโลกไอมาสได้อีกเยอะเลยล่ะ!

ไอดอลและผู้ให้เสียงไอดอลเหล่านั้น

ตัวละครสองมิติไร้ชีวิต และแน่นอนว่าจำเป็นต้องใช้เสียงจากมนุษย์จริงๆ เพื่อทำให้ตัวละครพวกนั้นมีชีวิตขึ้นมา อนิเมหรือเกมส่วนใหญ่ก็แค่พากย์แล้วจบไป แต่ที่ไอมาสไม่ใช่อย่างนั้นเพราะว่ามาจากแนวเกมเองนั่นแหละ

มันคงจะดีนะหากไอดอลที่เราโปรดิวซ์อยู่ในจอออกมานอกจอได้…ไอดอลต้องร้องต้องเต้น….แต่จะทำยังไงล่ะ ในเมื่อไอดอลพวกนั้นไม่ได้มีตัวตนในโลกจริง? → ก็ให้เจ้าของเสียงมาร้องไง → แล้วเต้นล่ะ → ฝึกเอาสิ!

เราเองก็ไม่รู้ว่าเริ่มแรกทางบันแหนมคิดแต่แรกถึงขั้นว่าจะจัดคอนเสิร์ตรึเปล่า….คาดว่าคงไม่คิด เพราะเท่าที่รู้มาคือตอนออดิชั่นนักพากย์ไอมาสรุ่นอาเขต ไม่ได้มีการสอบร้องเพลงเลย ดังนั้นรุ่นแรกๆ จึงลำบากมากกับการฝึกร้องฝึกเต้น (รวมทั้งทีมเพลงสมัยนั้นก็เช่นกัน)….มาเริ่มให้ร้องเพลงตอนออดิชั่นด้วยก็ตอนแคสต์อักกี้ (คุณฮาเซกาวะ อาคิโกะ นักพากย์ของโฮชิอิ มิกิ)

สมัยนี้อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อ 9-10 ปีก่อนมันไม่ปกติค่ะ (ฮา) กับการให้นักพากย์มาออกอีเวนท์ ร้องเต้นเบื้องหน้าแบบนี้ แถมไม่ใช่ครั้งสองครั้งด้วย ในยุคที่นักพากย์ทำงานไม่ต่างจากไอดอลแบบยุคนี้ ในยุคที่เกมไอดอลเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองและนักพากย์ออกมาเบื้องหน้าแบบยุคนี้ ไอมาสอาจไม่ได้ดูพิเศษอะไรนัก…

อย่าเพิ่งคิดเช่นนั้น….หากอยากรู้ ลองอ่านต่อไปสิว่านักพากย์ไอมาสแปลกแยกจากผลงานอื่นยังไง

 

อัตราซิงโคร 765%

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไอมาสคือ……..ชอบทำให้แฟนสับสนระหว่างข้างนอกกับข้างใน

งงล่ะสิ

ตอนแรกที่ยังไม่ได้ตามไอมาสก็ไม่รู้หรอก แต่พอตามแล้วถึงรู้ว่าเหตุผลที่เรื่องนี้มันแปลกแยกจากผลงานอื่นก็เพราะเอาองค์ประกอบจากคนพากย์ไปใส่ในไอดอลน่ะสิ และไม่ได้ทำแบบครั้งสองครั้ง แต่ทำเป็นธรรมเนียมตั้งแต่แรกจนปัจจุบันก็ยังทำอยู่

ยกตัวอย่างหลายๆ เคสเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้อ่านดีกว่า แล้วจะอึ้งว่าทำไมทีมงานนี้มันบ้าพลังกันจัง

 

1. ลายเซ็นของไอดอลแต่ละคน

ไม่ว่าจะตามการ์ด อนิเม หนังสือไกด์ต่างๆ คือลายมือของคนพากย์มาเขียนเองจริงๆ ที่สังเกตง่ายคือลายมือของมิงกอส (คุณอิมาอิ อาซามิ) ค่ะ ลองเทียบลายเซ็นจิฮายะกับลายมือมิงกอสได้

ลายมือกับลายเซ็นจิฮายะจากเว็บเกมไอมาสภาค XBOX

ข้อความจากมิงกอสบนเว็บมูฟวี่มาส ยุคหลังๆ ที่เซ็นจะมี C.K เพิ่มเข้ามาด้วย

ไม่ใช่แค่ภาคหลักนะคะ แต่เป็นแบบนี้ทุกภาค อดีตไดเร็คเตอร์อิชิฮาระ (ไดเร็ค 1) จะให้นักพากย์เป็นคนคิดลายเซ็นเองแล้วเขียนเองทั้งหมด ลายมือไอดอลที่ปรากฏตามกระดานทั้งในเกมและอนิเมต่างเป็นลายมือคนพากย์ทั้งนั้น

อันนี้เป็นลายเซ็นของคุณสึดะ มินามิที่เซ็นไว้บนดาวที่แปะบนบอร์ดของคอนเสิร์ตซินเดอเรลล่าสาม กับที่มิโฮะเขียนในอนิเม

ตรงคำว่า mata กับชื่ออุซึกิ ตัวหนังสือมาพิมพ์เดียวกันเป๊ะๆ

ทันซาคุในเกมมิลเลียนไลฟ์จากอีเวนท์ทานาบาตะปี 2015

มีประกาศในเกมเลยว่าคนพากย์เขียนเอง

 

2. เซ็ตติ้ง ลักษณะนิสัย คุณสมบัติของไอดอลเอามาจากนักพากย์

นักพากย์ของ 765AS หลายคนพูดเหมือนๆ กันว่าตอนออดิชั่นโดนซักประวัติส่วนตัวด้วย และก็นำเซ็ตติ้งเหล่านั้นไปใส่ในไอดอลจริงๆ เช่น อักกี้กับมิกิ อักกี้มีพี่สาวและชอบข้าวปั้นเหมือนกัน ทีมงานก็เอาข้อมูลพวกนี้ไปเป็นเซ็ตติ้งของมิกิ แม้กระทั่งเสียงหาว “อาฟุ” ก็เอามาจากเสียงหาวของอักกี้

อุซึกิที่แรกๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ หลังๆ ก็โดนใส่เซ็ตติ้งห้องรก อ่านคันจิไม่คล่อง ชอบกินเมลอนแฮมสดแบบฮัชชี่

โมกามิ ชิซึกะที่เริ่มแรกเปิดตัวมาแบบคูลบิวตี้ก็กลายเป็นตัวละคร pity มากขึ้นทุกวันนับตั้งแต่มีมิลิราจิ….

โดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นทั้งข้อดีและเสียค่ะ ข้อดีคือฝั่งแฟนจะสนุกกับการค้นหาอะไรพวกนี้ ช่วงที่ค้นหาความเชื่อมโยงกัน มันต้องเกิดความผูกพันหรือหลงรักตัวไอดอลสองมิติกับคนพากย์สามมิติบ้างล่ะ ตัวนักพากย์เองก็เกิดความผูกพันกับตัวละครมากขึ้นด้วย เพราะเหมือนเป็น “ร่างแยกร่างหนึ่งของตัวเอง” ไงล่ะคะ เมื่อความรักความผูกพันเพิ่ม เวลาที่ต้องสวมบทบาทตัวละครนั้นก็จะเข้าถึงและเข้าใจได้มากกว่าเดิมแน่นอน เป็นผลดีต่อตัวงานด้วย

ส่วนข้อเสียจะเกิดขึ้นถ้าเล่นมากเกินไป เอะอะไรก็เอานิสัยคนพากย์ไปใส่หมด ถ้าสมมุติรินเป็นจูนิเบียว หรือมิราอิเป็นสาวฟุ ชิโฮะเป็นนางมาร S ก็ดูจะดันทุรังเกินไป…แถมจะเจอกระแสตีกลับอีก ตรงนี้ทีมงานไอมาสยังรักษาสมดุลได้ดีอยู่ (แต่แอบล้ำเส้นมาหลายทีแล้วเหมือนกันนะ อย่างทวินเทลจิฮายะนั่น…)

 

3. การเอาโลกจริงมาใส่โลกในเกม/อนิเม การเอาโลกในเกม/อนิเมไปใส่โลกจริง

ยกตัวอย่างไม่หวัดไม่ไหวเลย บล็อกนี้ก็เขียนมาหลายครั้งแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็นคอสตูมของไอดอล (ทั้งในเกมกับโลกจริง) , Tokimeki Escalate, Real ENJOY H@RMONY ฯลฯ คำพูด ท่าทาง เหตุการณ์ที่ตัวนักพากย์ทำในโลกจริงได้ไปปรากฏในโลกสองมิติ เช่น

คำพูดของยูริโกะ ดัดแปลงมาจากที่มิคคุเขียนไว้บนบล็อก (ในคอนนี่พูดด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจ) มิคคุเหมือนจะรู้ด้วย พูดถึงตอนมาเป็นเกสต์ในไอมาสสตูดิโอรอบสองอยู่

ชัดๆ หลายอัน โดยเฉพาะท่าถือไมค์ของโคจิมะที่เอานิ้วก้อยสอดใต้ไมค์

 

ไม่ใช่แค่เอาโลกสามมิติใส่สองมิติ ตัวนักพากย์เองก็พยายามจะเข้าใกล้ตัวละครเช่นกัน ยกตัวอย่าง ความพิถีพิถันของชุดคอนเสิร์ตที่ตัวนักพากย์เองอยากสื่อเอกลักษณ์ของตัวละครออกมาให้มากที่สุด เช่น รุรุเคี้ยนไม่ผูกโบหรือเน็คไทแบบคนอื่นเพราะอยากเน้นความเป็นแกลของมิกะ เรย์จามะที่สรรหาพร็อพขนมหวานมาประดับชุดเอง และเนลอาร์ทของสาวๆ ทุกบ้านที่จัดเต็มซะทุกคอน

หรือการพยายามทำท่าตามตัวละคร เช่น โคจิมะขอถือปอมปอมตามการ์ด SR สึบาสะใบแรกๆ (แล้วมันก็ย้อนกลับไปเป็นการ์ดชื่อเพลงในเกมอีกที)  โมโจะเปลี่ยนท่าเต้นเพลงอมปุเป็นแบบในเกม OFA และเปียวน์คิจิกับโคจิมะก็ทำบ้างเหมือนกันในคอนมิลเลียนสาม

 

มุมมองที่ P (แฟนในคอนเทนต์ไอมาส) มองนักพากย์ค่อนข้างต่างจากทั่วไปหรือคอนเทนต์อื่น

เชื่อว่าทุกคนเป็นกันแน่นอน….เวลาที่ฟังเพลงไอมาส เคยคิดมั้ยคะว่าอยากเห็นไอดอลเต้นเพลงนี้จัง ถ้าไอดอลเต้นมันจะออกมาเป็นยังไง หรือในยุคที่เกมโซเชียลเฟื่องแบบนี้ก็มีหลายเสียงบอกว่าอยากให้ทำเป็น CG บ้าง เพราะอยากเห็นท่าเต้น ถึงอย่างนั้นก็เป็นแค่ 2 มิติ….จริงหรือไม่

สิ่งที่ทำให้สามารถฟินได้มากยิ่งขึ้นคือ “คอนเสิร์ตของไอมาส” คอนไอมาสหรือคอนเสิร์ตอะไรก็ตามที่อิงคอนเทนต์ จะไม่เหมือนกับคอนเสิร์ต/อีเวนท์ส่วนตัวของเจ้าตัว เพราะพวกเธอต้องสวมบทบาทเป็นไอดอลที่ตนรับบทและขึ้นมายืนบนเวทีแทน จากเหตุผลข้างต้นนี้เอง เรามีความรู้สักว่าไอมาส P ชอบนักพากย์ในฐานะที่ “พากย์ไอดอลที่ตนชอบ” แต่ไม่ได้ใส่ใจไปถึงมุม personal ของเจ้าตัว จะตามเชียร์ก็ตามแค่ในไอมาสแต่ไม่ถึงงานส่วนตัว…คนแตกไลน์ก็มีนะ แต่โดยภาพรวมแล้วเรารู้สึกว่ายังเป็นสัดส่วนน้อยกว่าคนที่ไม่แตกไลน์

เอางี้ ถามคนอ่านเลยดีกว่า….แต่ละคนเข้ามาทางไอมาสกันยังไงคะ? ส่วนมากจะเป็นเพลงหรือรู้สึกถูกใจไอดอลใช่หรือไม่? พอสนไอดอลแล้วถึงจะเริ่มสนใจนักพากย์อีกที คนที่ตามนักพากย์มาถึงไอมาสน่าจะน้อยมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่ถึง 1%  สรุปง่ายๆ คือธรรมชาติของคนที่มาเป็นไอมาส P จะไม่ใช่โอตาคุนักพากย์ หรือที่เรียกกันว่า 声豚 เพราะไอมาสพีได้สัมผัสสาวๆ ในฐานะ “ตัวแทน” ไอดอลของตน จึงรู้สึกใกล้เคียงกับที่รู้สึกต่อไอดอล 2 มิติ…..อยากให้กำลังใจแค่เพราะอยากให้ เพราะอยากให้ไปถึงฝั่งฝัน อยากเห็นพัฒนาการ ฯลฯ ต่อให้นักพากย์ไอมาสแต่งงานก็จะไม่มีไอมาสพีคนไหนออกมาโวยวาย หักแผ่นอะไรงี้แน่ๆ มีแต่ดีใจแทนที่ขายออก (กร๊าก) อย่างเช่นบ้านหลัก อาจเพราะอายุอานามเยอะแล้วด้วยก็ได้ และที่ผ่านมานักพากย์ไอมาสไม่ค่อยมีทำงานไลน์ “ไอดอลเซย์ยู” (หมายถึง นักพากย์ที่ทำงานสายไอดอล เช่น ร้องเพลง เต้น ถ่ายรูปลงนิตยสาร) เลยไม่ค่อยมีแฟนแปลกๆ มาเกาะ….แต่หลังจากมีมิลเลียนกับไซด์เอ็มมาแล้วจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน (มิลเลียนมีคุณไซโต้ ยูกะแต่งงานไปแล้วแต่ไม่ใช่ไอดอลเซย์ยู เลยไม่มีอะไร) คิดว่าไม่น่ามีอะไรอย่างที่กังวลหรอก

(ต่อไปนี้เป็นมุมมองเข้าข้างพวกพ้องตัวเองนิดนึง) เพราะความสัมพันธ์ระหว่างแฟนไอมาสกับนีกพากย์ไอมาสมันถอดแบบมาเป๊ะจากโปรดิวเซอร์กับไอดอลในเกมนี่แหละ เลยทำให้เป็นจุดพิเศษเฉพาะตัวไม่เหมือนเรื่องอื่น ส่วนมาก (ส่วนมากนะ ไม่ทุกคน) เชียร์ด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์จริงๆ  ไม่ได้หวังว่าต้องเด่นดังหรืออยากให้สาวๆ จำได้ แถมตามอย่างเหนียวแน่นด้วย (ตราบเท่าที่ไอมาสยังอยู่น่ะแหละ) ต่างจากกระแสด้านนอกที่ผลัดคนที่ชอบกันไวเหลือเกิน เชียร์แป๊บๆ ไม่นานก็ไปหาคนใหม่แล้ว……เรียกว่ายังไงล่ะ มองแบบพ่อมองลูกสาว อยากให้ได้ดิบได้ดีอะไรมากกว่า ประมาณนั้น 😀

 

หรือนี่จะเป็นแผนด้านจิตวิทยาเชิงเครื่องจักรนิรันดร์…………?

อย่างที่ทราบกัน นักพากย์ไอมาสโดยมากจะคัดจากเด็กใหม่ใสกิ๊ง หรือถ้ามีงานแล้วก็ยังไม่ใช่ระดับเยอะนัก และแทบทุกคนจะสเต็ปอัพกันขึ้นมาได้เพราะไอมาสทั้งนั้นเลย ส่วนตัวนะคะ ย้ำว่าความคิดเราคนเดียวนะคะ…เราว่ามันคือแผนการ it’s a conspiracy….

  • ใช้นักพากย์ใหม่เพื่อที่จะได้สวมบทบาท “ไอดอลหน้าใหม่” ได้อย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ  แรกๆ อาจยังกระท่อนกระแท่นบ้างก็ไม่เป็นไร แล้วให้เติบโตไปพร้อมกับตัวละคร….การทำแบบนี้จะทำให้แฟนๆ รู้สึกกับตัวนักพากย์เหมือนกับที่รู้สึกต่อไอดอลในเกม พวกเธอไม่ได้เก่งมาแต่แรก (โอเค คนเทพแต่แรกก็มี) ต้องผ่านการฝึกซ้อม ใช้ความพยายามมากมายทั้งที่พวกเรารู้และอาจไม่รู้ เหมือนกับที่เราคอยจับสาวๆ เข้าเลซซันในเกม พอพัฒนาขึ้นแต่ละทีก็ปลื้มอกปลิ้มใจ ดีอกดีใจ….เป็นการโยงโลกในเกมเข้ากับโลกจริงน่ากลัวมาก ตัวอย่างเคสนี้ที่โคตรชัดคือ คุณนาคามุระ เอริโกะ (อามามิ ฮารุกะ) , คุณโยชิมุระ ฮารุกะ (โจกาซากิ มิกะ)
  • แม้นักพากย์ได้ชื่อว่านักแสดง ก็ไม่ใช่ว่าจะจับคาแร็คเตอร์ได้ทันทีแต่แรก หากใครได้อ่านบทสัมภาษณ์นักพากย์เวลาพูดถึงเบื้องหลังการอัดเสียงอนิเมแต่ละเรื่องอยู่ประจำล่ะก็ คงเห็นคำพูดทำนองนี้บ่อย…ไอมาสก็เช่นกันค่ะ เริ่มแรกทุกคนลองผิดลองถูกไปพร้อมสต๊าฟ วันดีคืนดีก็โดนเอานิสัยตัวเองไปใส่ แถมไอมาสเป็นคอนเทนต์ยาว ต่างจากตัวละครอนิเมที่เจอกันซีซั่นเดียวสองซีซั่น พออยู่กันนานๆ ทำให้เริ่มมีความผูกพัน ความรักกับตัวละครนั้นๆ….เมื่อเข้าใจตัวละคร+มีความรักต่อตัวละครเพิ่มขึ้น อารมณ์พวกนี้ก็จะสื่อผ่านมาทางการแสดงด้วย งานอัพเกรดขึ้นจากเดิมอีก…
  • ถ้าสองข้อข้างบนคือแผนที่อดีตไดเร็ค 1 เล็งไว้แต่แรกนี่โคตรน่ากลัว แต่ถ้าแค่บังเอิญเป็นของมันเองแบบนี้คงต้องเรียกปาฏิหาริย์
  • ต่อเนื่องจากหัวข้อก่อน ว่าด้วยประเด็นที่ “ไอมาสเป็นคอนเทนต์ค่อนข้างพิเศษ” นักพากย์ฝั่งซินเดอเรลล่ากับมิลเลียนหลายคนจึงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมพวก P ถึงต้อนรับพวกเธออย่างอบอุ่นแบบไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ อย่างเซ็กกี้ (คุณโอเซกิ เอริ – ซาทาเกะ มินาโกะจากมิลเลียนไลฟ์) พูดไว้ในคอมเมนทารี่ของคอนสองว่า ก่อนขึ้นเวทีแรกๆ นั้นก็กังวลว่าโปรดิวเซอร์จะยอมรับมั้ย ตัวเองสมควรยืนอยู่ที่นี่จริงเหรอ เพราะงานหลักของตัวเองไม่ใช่สายพากย์อนิเมหรือเกม (ที่เกี่ยวข้องกับโอตาคุเยอะๆ แบบนักพากย์ส่วนใหญ่ในไอมาส) หนักไปทางงาน narration  ละครเวทีอะไรงี้มากกว่า (อีกคนก็คุณคิริทานิ โจโจที่เป็นสาย narration) พอเจอการต้อนรับอบอุ่นแบบไม่เคยเจอจากที่ไหน พวกเธอจึงรู้สึกพิเศษกับคอนเทนต์นี้ (คุณคอนโด ยูอิกับคุณกาฮาระ ยูถึงขั้นเขียนบนบล้อกเลยแหละว่า “ไอมาสมีลักษณะเฉพาะตัวมากกว่าคอนเทนต์อื่น” ) และพยายามสื่อ บอกอะไรหลายๆ อย่างถึงเหล่า P จะขอยกตัวอย่างน่ารักๆ มา

 

(1) แว่นประดับสแตนด์ดอกไม้ริทสึโกะในคอนเสิร์ต 8 ปีหาย

เหตุการณ์พร็อพตกแต่งสแตนด์หายนั้นเป็นเรื่องที่เรียกว่าปกติค่ะ อันนี้อยู่ในเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ด้วย เห็นตั้งแต่เจ้าของสแตนด์โวยวายจนกระทั่งจุดจบ….สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่หยิบแว่นไปแบบไม่บอกกล่าว อ่านเฉลยได้ในนี้

>> หลังจากโวยวายอยู่สักพัก คามิอัพบล้อก และพบว่าคนเอาแว่นไปคือเจ้าตัวเอง เงิบไปตามๆ กัน คดีนี้ตำนานมาก 5555555555555

(2) ยุนก๊อง

มักเอาพร็อพประดับสแตนด์กลับบ้านเสมอ แทบทุกงาน ฟินแทนคนส่งสแตนด์ฮะ ของคอนมิลเลียนสามก้หอบกลับมาถ่ายรูปลงทวิตด้วย ดอกไม้ที่เอากลับมาไม่ได้ก็ดึงๆ บางดอกมาแล้วทำดอกไม้แห้งเก็บไว้ น่ารัก….คนที่ส่งสแตนด์ให้บ่อยๆ ให้กำลังใจทางทวิตเตอร์บ่อยๆ ยุนก๊องคุยด้วย+เรียกชื่อหมดเลย (อิจฉา)

(3) คุณไซโต้ ยูกะ

คุณมินาโตะ ซึบารุ P ผู้โด่งดัง เคยวาดภาพประดับสแตนด์ให้ในรีลีสอีเวนท์ พอยูกะซังประกาศแต่งงานก็วาดภาพอวยพรให้แล้วปาใส่ทวิตเตอร์ เจ้าตัวจำได้ว่าคือคนที่วาดประดับสแตนด์ให้ (ฟินตายสิคระ)

(4) คุณมาโกะ

ดูสิคะ ดูความน่ารัก โอย ฟินแทน

(5) ฮารามี่

มหานางฟ้า เทพี แม่พระเหนือบุคคลทั้งมวล ฮารามี่จะเอาของขวัญและจดหมายที่ได้มาวางเรียง ถ่ายรูปลงบนบล็อก “ทุกครั้ง” หลังอีเวนท์ อยากรู้ว่าจดหมายส่งถึงหรือไม่ เช็คได้ที่บล็อกฮารามี่

ยังมีอีกหลายคนที่ถ่ายรูปมาอวดแบบนี้ ให้รู้ว่าของที่เราส่งนั้นไปถึคงจริงๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะถ่ายรูปมาอวดอะไรแบบนี้ได้นะ ติดข้อจำกัดว่าทางต้นสังกัดห้ามบ้างอะไรบ้าง (คือถ้าลงไม่หมด อาจมีบางคนสงสัย อ้าว แล้วของตูล่ะ? เป็นปัญหาอีก ต้นสังกัดเลยเลือกใช้วิธีตัดไฟแต่ต้นลมไปเลย ไม่ต้องลง)

ส่วนตัวได้สัมผัสอะไรแบบนี้มาหลายครั้ง เมื่อรู้ว่ากำลังใจ แรงเชียร์ที่เราส่งไปมันถึงนะ เจ้าตัวรับรู้นะ และดีใจกับมันมาก ทางคนส่งก็ดีใจตามไปด้วย เล่นดีใจซะขนาดนั้นใครจะไม่อยากเชียร์ต่อ…….และนี่ล่ะค่ะคือเครื่องจักรนิรันดร์ที่เราพูดถึง ตัวนักพากย์กับแฟนเป็นเชื้อเพลิงให้กันและกันไม่จบสิ้นอย่างนี้ และเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้คอนเทนต์อันนึงมีอายุอยู่ยืนยาวได้ต่อไป

 

แนวโน้มที่เปลี่ยนไปของคนข้างในและการแตกไลน์

ย้อนกลับไปอ่านด้านบน เกริ่นแล้วใช่มั้ยว่าวงการนักพากย์ตอนนี้ไม่เหมือนตอนไอมาสเพิ่งเกิดใหม่ๆ นักพากย์เริ่มเปลี่ยนไปในแนวทางของ “มัลติทาเลนท์” (ต้องทำให้ได้แม่มทุกอย่าง) มากขึ้น กลุ่มแฟนของไอมาสก็สงบเสงี่ยมกันมากขึ้นเพราะอายุเพิ่มตามคอนเทนต์ แต่การเกิดขึ้นมาของไลน์รุ่นน้องทำให้มีนักพากย์รุ่นใหม่เข้ามา และกลุ่มแฟนที่เข้ามาพร้อมกับนักพากย์รุ่นใหม่พวกนั้นด้วย ความแตกต่างที่ชัดๆ

  • นักพากย์บ้านหลักส่วนมากจะไม่ค่อยมีงานอื่นหวือหวานอกจากไอมาส
  • นักพากย์บ้านหลักไม่มีไลน์อื่นให้แตกเท่าไหร่ นอกจากงานพากย์แบบปกติ ยกเว้นมิงกอส ฮารามี่ขอไม่นับละกันเพราะเพิ่งเดบิวท์ศิลปินช่วง 3-4 ปีนี่เอง มีบ้างแต่ไม่เยอะ
  • มิลเลียนที่อุดมด้วยไอดอลเซย์ยูนั้น ความอันตรายในการแตกไลน์เข้าขั้นร้ายแรง ระยะหลังนี้เห็นไอมาส P ที่กลายเป็นเซย์ยูบุตะเยอะขึ้นเพราะมิลเลียนนี่แหละ()
  • ไลน์ต่างๆ ได้แก่ งานพากย์ผลงานอื่น งานเพลงส่วนตัว (ซีดี+คอนเสิร์ต) วิทยุ (อัดเสียงนอกสถานที่) กราเวียร์นิตยสาร (บางรายอาจมีโฟโต้บุ๊คหรือรวมเล่มคอลัมน์ออกมาอีก ตามมาด้วยงานแจกลายเซ็นหรืองานมอบของ (วาตาชิไค)) รายการละครเวที ฯลฯ บ้านหลักอย่างมากก็ไม่เกินอันที่สาม…..แต่พวกนักพากย์รุ่นใหม่มีตั้งแต่หลังข้อสามไปอย่างถี่….
  • ฉะนั้นไม่ว่าจะไปอีเวนท์ของนักพากย์คนใด จะเจอไอมาส P เต็มไปหมดแทบทุกงาน เดิมทีก็เป็นแหล่งรวมของสารพัดคนที่มีความชอบหลากหลายอยู่แล้ว ปัจจุบันนักพากย์ไอมาสมีเยอะมากกกกกกกกกกก ชอบคนโน้น ลงหลุมคนนี้ ไปแม่มทุกอีเวนท์
  • มีนักพากย์ใหม่เข้ามา แฟนใหม่ก็เข้ามามากขึ้นตาม วัยรุ่นหรือเด็กๆ ที่ยังคะนองก็ไม่ค่อยรู้มารยาทของคนเก่าๆ ที่อยู่มานาน ระยะหลังเลยเห็นคนบ่นพวกป่วน (ยัคไค) มากขึ้น เพราะพวกที่เข้ามาเอาการปฏิบัติตัวจากสถานที่อื่นมาใช้ในสถานที่ของไอมาส (บางพฤติกรรมที่ทำที่อื่นได้ พอมาทำในที่ของไอมาสก็โดนมองว่าป่วนนะ จริงๆ จะงานไหนมันก็ป่วน แต่เค้าไม่เขม่นแรงแบบไอมาส)
  • เวลาตามงานของไอมาสเกิร์ลนอกไอมาส เราอาจได้เห็นมุมอื่นที่ไม่เห็นในไอมาสนะคะ ยกตัวอย่างคุณอามามิยะ() ละกัน เวลาอยู่ข้างนอกเธอเป็๋นมารร้าย, S ตัวแม่, ลุงหื่นหัวงู……อยู่กับมิลเลียนก็มีบ้างแต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจน ถ้าตามแค่มิลเลียนคงจะคิดว่าเธอคูลบิวตี้ (หรือควรปล่อยให้คิดแบบนั้นต่อไปเนี่ย? กลับไปขีดฆ่าทิ้งแป๊บ)….หรืออย่างมิคคุ….เวลาอยู่กับ StylipS เต้นหนัก+ยากกว่าของมิลเลียนเยอะ มิลเลียนนี่จิ๊บๆ ค่ะ ถถถถถ (ถ้าเทียบความยากท่าเต้นนี่มิลเลียนจัดว่าเข้าขั้นเลเวลสูงของไอมาสแท้ๆ นะ)

ฟังมืออาชีพด้านนี้พูดดีกว่าค่ะ….น่าจะเคลียร์กว่า (ฮา)

แต่สิ่งนึงที่อยากให้ทุกคนเตรียมใจไว้หากจะแตกไลน์….คือจงระลึกเสมอว่าแม้พวกเธอเป็นนักพากย์ไอมาส แต่ไอมาสไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเธอ ฉะนั้นเวลาไปสถานที่ที่เป็นงานส่วนตัวหรืองานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไอมาส ก็ไม่ต้องหอบไอมาสเข้าไป มันเสียมารยาท เคยเจอจำพวกที่ไปคอนเสิร์ตของนักพากย์ไอมาสท่านนึง แล้วบ่นๆ ว่าทำไมไม่ร้องเพลงไอมาส….ไม่น่ารักเลย เพลงไอมาสอยากฟังตอนไหนก็ฟังได้นี่นาเวลาอยู่กับไอมาส บางสิ่งบางอย่างที่เป็นวัฒนธรรมของไอมาสก็ทิ้งไว้กับไอมาสบ้างก็ได้ (เพราะที่อื่นนอกไอมาส เค้าปล่อยผีกันมากกว่านะ) และใครที่ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยของไอมาส ไปงานนอกไอมาสก็ต้องทำใจเผื่อนิดนึง…

ย้อนกลับไปพูดถึงกลุ่มแฟนใหม่บ้าง….เห็นความเห็นของ P รุ่นพี่ที่อยู่กันมาตั้งแต่ยุคอาเขตที่น่าสนใจดี

เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมไม่มีการบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตครบรอบ 2 ปีกับ 3 ปีของไอมาส? แล้ว “เหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดอุบัติเหตุกับอุปกรณ์ในคอนเสิร์ต” ที่ทางออฟฟิชเชียลเขียนย้ำในกฎแท่งไฟทุกครั้งนั่นเกิดขึ้นจริงหรือ?

เป็นการเดาของเราเองล้วนๆ…จากคำพูดบอกใบ้นัยๆ ของพวก P รุ่นพี่…สมัยก่อนกลุ่มแฟนไอมาสก็เหมือนปัจจุบันแหละ มีพวกป่วนเกินเหตุ ยัคไคเหมือนกัน (ฮา) ยัคไคกันจนเกิดอุบัติเหตุกับอุปกรณ์ ทำให้บันทึกการแสดงคอนเสิร์ตรอบ 2 ปีกับ 3 ปีลงแผ่นไม่ได้ (ท่าทางจะเละเทะจริง) แต่พอทุกคนโตขึ้นก็เรียบร้อยกันไปเอง…ดังนั้นผ่านไปอีก 4-5 ปี….มิลเลียน P ที่เค้าเหยียดกันนักหนาว่ายัคไคเยอะก็อาจจะสงบลงได้เหมือนกัน (อย่าว่าแต่มิลเลียน หลังเดเระอนิ ฝั่งซินก็มียัคไคเยอะเหมือนกันล่ะว้า)  สงบลงเพราะอายุมากขึ้นบ้าง หรืออาจจะเบื่อแล้วไปยัคไคต่อที่อื่นบ้าง แต่เข้าใจความรู้สึกที่อยากยัคไคนะ เพราะเราก็อยากไปโบกโฟโต้บุ๊คคุณอามามิยะรุ่นติดตั้งแท่งไฟสีน้ำเงิน 10 เล่มกลางคอนเจ้าตัวเหมือนกัน ถ้ามีงานแจกลายเซ๋็นหรือวาตาชิไคก็อยากไปกรี๊ดใส่หน้า บอกความในใจแล้ววิ่งหนีจากไปแบบงามๆ

.

.

.

จำได้ว่าตอนอนิมาสฉายใหม่ๆ มีกระทู้ใน 2ch ตั้งมาประมาณว่า ถ้าตัวละครนี้เปลี่ยนเป็นนักพากย์คนนี้ๆ แทนล่ะ…..ปรากฏว่าเละสิครั่บ() นั่นแหละค่ะ ผูกพัน รู้สึกว่าแยกกันไม่ได้ถึงขั้นนั้นเลย….

เอนทรี่นี้ใช้เวลาเขียนนานมากนะ เป็นเดือน แต่พอดูแล้วทำไมมันอ่านแป๊บเดียวจบ….

Advertisements

5 thoughts on “ว่าด้วยเรื่องของ “คนข้างใน” – นักพากย์ไอมาส

  1. อันนี้ของผมเอง ผมรู้จักไอมาสครั้งแรกเลย จากคลิปในยูทูปที่ขึ้นมาแบบ random อยู่ข้างๆตอนที่เปิดคลิปดูนั่นแหละ กดเข้าไปดูเป็นคลิปที่ตัดต่อเอาอีเว้นในเกมภาคแรกของมิกิมาใส่ ช่วง P ถูกรถชนนั่นแหละ BGM เป็นเพลง やさしい両手 แล้วฉาก live เป็นมิกิดูโอกะจิฮายะ (ตอนนี้คลิปคงปลิวไปแล้วเพราะหาไม่เจอ) ดูๆไป เห้ย เจ๋งว่ะ เพลงเพราะด้วย เกมไรวะ ไอดอลมาสเตอร์ แล้วก็เลยเปิดดูคลิปไอมาสมาเรื่อย จนอนิเมภาค live 4 u มาเท่านั้นแหละ ลงหลุมนี้ไปครึ่งตัวละ แต่ยังไม่ได้รู้จักกับตัวเซย์ยูเลยซักนิด
    ที่เริ่มมารู้จักกับตัวเซย์ยู ก็หลังจากเริ่มเก็บเวลโอตาคุมาได้ซักพัก ไปอ่านรีวิวอนิเมใหม่คนนั้นคนนี้พากย์อะไร เคยพากย์อะไรมาบ้าง เห็นปุ๊บ เห้ย คนนี้พากย์ตัวที่เราชอบนี่หว่า แล้วก็เริ่มแตกไลน์ ตามดูอนิเมเพราะนักพากย์คนนั้นพากย์ คนนี้พากย์
    พออนิมาสฉาย ก็มีคนโพสรูปจากบล็อกของเซย์ยูมาเทียบกับในอนิเมบ้าง พอเห็นแล้วก็แบบ เห้ย ใช่เลยว่ะ เหมือนกันเกินไปแล้ว lol
    ส่วนตัวผมอาจจะไม่ติดตามเซย์ยูว่าเป็นอะไรไปทำอะไรบ้าง เพราะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่ก็รู้ได้เลยว่าตัวไอดอลกับคนพากย์เนี่ยผูกพันกันมากขนาดไหน แล้วทำไมเหล่า P ถึงได้ผูกพันกับตัวไอดอลขนาดนั้น ส่วนหลุมไอมาสนี่เหรอ สร้างบ้านอยู่ในหลุมนี่เลยแล้วกัน XD

  2. อ่านนานค่ะ…………… อ่านไปยิ้มไป ตามลิ้งค์ไปยิ้มตอนป้าฉกแว่น
    อ่านแล้วคิดตาม ชอบที่อ้อนวิเคราะห์อะไรแบบนี้ ชอบเครื่องจักรนิรันดร์
    สำหรับเรา ไอดอลกะเซยูมาพร้อมๆกันละมั้ง… เพราะตอนชอบคาเอเดะแล้วมารู้ว่าใครพากย์ ก็ทำให้มองไอดอลกะคนในปนๆกันนิดนึง ตอนอ้อนมาขุดหลุมคนในให้ช่วงนั้นก็ดีใจมากเลย เพราะง่อย หาคอนเทนต์เสพเองไม่ออก () ตอนนั้นคนคุยหายากเนอะ นอกจากอ้อนก็ไม่มีใครเลย

    ตอนนี้ก็มีแค่อ้อน มิก เฮียโฮอยู่ดี ที่จะคุยบ้านหลักได้แซบๆ 55555555555555555

  3. ชอบบทความครับ เขียนออกมาอ่านได้เข้าใจง่ายเห็นภาพตามได้เลย
    ตัวผมเพิ่งติดตามได้ประมาณ 3-4 ปี แต่มันเป็นเรื่องที่ทำให้ชีวิตปลี่บยเลยจริงๆ เพราะผมป่วยหนักจนหมดกำลังใจในชีวิตไปแล้ว บอกตามตรงว่าเบื่อมากอยู่ไปวันๆ เซ็งกับทุกช่วงเวลาในชีวิตมาก ก็เลยดูอนิเมะซื้อเกมไอมาสแล้วก็ซื้อเกมมาเล่นโดยที่ไม่ได้สนใจคาดหวังว่าจะเป็นยังไงอะไรทั้งนั้น ต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นจุดที่ทำให้ไม่อยากยอมแพ้ให้โรคร้าย ไม่อยากตัดใจเรื่องการใช้ชีวิตต่อไป เพราะความพยายามหลังจากเจอปัญหามากมายตามเนื้อเรื่องของสาวๆ ที่พยายามฝ่่าฟันอุปสรรคจนมาถึงจุดที่ตัวเองฝันกันไว้ได้ ช่วยเป็นแรงผลักดันให้ผมยังอยู่ต่อมาได้ถึงทุกวันนี้ ถึงอาการป่วยจะรักษาให้หายไม่ได้ก็ตาม แต่ผมก็สามารถใช้ชีวิตทุกวันได้อย่างมีความสุขแล้ว
    AK_NRS.P

  4. “จำได้ว่าตอนอนิมาสฉายใหม่ๆ มีกระทู้ใน 2ch ตั้งมาประมาณว่า ถ้าตัวละครนี้เปลี่ยนเป็นนักพากย์คนนี้ๆ แทนล่ะ…..ปรากฏว่าเละสิครั่บ() นั่นแหละค่ะ ผูกพัน รู้สึกว่าแยกกันไม่ได้ถึงขั้นนั้นเลย….”

    อันนี้นึกออกครับ ตอนนั้นมีเอามาแปลคุยกันในบอร์ดไทยด้วย จำได้ว่าคนที่ตั้งกระทู้บอกว่านักพากย์ของอนิมาสไม่ดัง ไม่รู้จักเลย เลยลิสต์รายชื่อนักพากย์ดังๆในตอนนั้นที่น่าจะเหมาะกว่ามา ไม่แปลกใจที่จะโดนPไอมาสด่า เพราะรู้สึกว่าเสร่อมาก555

    • สะเหร่อจริงค่ะ แบบว่า อะไรมาไง 55555 ไม่รู้เรื่องแล้วมาปากดี อารมณ์นั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s