บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (2) : เรื่องจริงดุจคำลวงในเอพริลฟูล [Flight]

ภาคนี้เป็นภาคการเดินทางค่ะ จากกรุงเทพไปฟุคุโอกะ คิดว่าพอเราได้ตั๋วมาแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่นด้วยดีสินะ? ก็เหลือแค่บินอย่างเดียวนี่นา……

ไม่ค่ะ ฟ้าดินไม่ใจดีกับคนดวงกุดอย่างเราขนาดนั้น

เป็นพาร์ทที่ขี้เกียจจะเขียนมาก เพราะไม่อยากนึกถึงอีก ถึงได้เสร็จช้าเนี่ย ถถถถถถ

.

.

.

มาถึงดอนเมือง กินข้าวกินอะไรเสร็จก็นั่งรอจะเช็คอิน ปกติเที่ยวบินระหว่างประเทศ จะเช็คอินได้ราว 3-4 ชั่วโมงก่อนบินใช่มั้ยคะ?

เราบินตอนตี 2 เพราะฉะนั้นห้าทุ่มก็ควรจะเปิดแล้ว

……………………….แต่เคานท์เตอร์เช็คอินยังปิดเหมือนเดิม……………………….

อืม อาจจะช้าจากนี้นิดหน่อยมั้ง สักห้าทุ่มครึ่งค่อยมาดูอีกทีแล้วกัน เดินเต๋ไต๋รอเรื่อยเปื่อย จะลงไปแลกเงินซุปเปอร์ริชก็ไม่ทัน ร้านปิดก่อนซะงั้น (จริงๆ แวะไปก่อนหน้านี้รอบนึงแล้ว แต่มีคิวพอควร ประกอบกับพ่อแม่อยู่ร้านข้าวเลยกลับไปก่อน เดี๋ยวรอนาน) ตอนแรกกะมาแลกเงินที่นี่นะ แต่คิดถูกแล้วที่แลกมาก่อน….สักพักก็ให้พ่อแม่กลับบ้านไป (ไม่ต้องมาทะเลาะกันที่นี่รำคาญ ไม่รู้จะตามมาทำไม ไม่งั้นก็ได้แลกเงินแล้ว)

จนแล้วจนรอดก็เช็คอินไม่ได้ซะทีค่ะ กระทั่งรอบบินที่ออกบินทีหลังเปิดให้เช็คอินแซงหน้าไปก่อนแล้ว เจ็ทสตาร์ที่ออกบินหลังตีสองแต่ไปฟุคุโอกะเหมือนกันก็เปิดให้เช็คอิน

เราก็ได้แต่งงว่าเกิดอะไรขึ้น….

อธิบายก่อน….จริงๆ เจ็ทสตาร์มีเส้นบินตรงจากกรุงเทพ-ฟุคุโอกะอยู่ แต่ช่วงที่เราไปนั้นไม่มีโปรค่ะ (โปรเริ่มหลังวันเราบินหรือหลังเรากลับมานี่แหละ) ราคาราว 18k….สายการบินโลว์คอสต์? ราคาเกือบ 2 หมื่น? ทำใจยากนิดนึงถ้าจะกด….

ทีนี้เจอของ China Eastern ราคาราว 15k เท่านั้น แต่ต้องทรานสิทที่เซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาทรานสิทประมาณ 2-3 ชั่วโมง (นานกว่านี้ก็มีแต่นานเกิน) แถมฟูลเซอร์วิสด้วย กระเป๋าได้ตั้งสองใบ ใบละ 23 กก. รวมระยะเวลา 8-9 ชั่วโมงทั้งขาไปขากลับก็รับได้แหละฟะ…เลยจิ้มเจ้านี้

จากนั้นพอลองเสิชๆ หาพันทิปก็เจอวีรเวรของสายการบินนี้ตรึม จนหลอนมากว่าจะโดนทิ้งมั้ย จะดีเลย์จนไปไม่ทันคอนมั้ยจนกระทั่งวันบิน แต่คนที่บินแล้วไม่เจออะไรก็มีเยอะแยะ มันคงไม่มาหวยออกกับเราหรอกน่า…

ย้อนกลับมาปัจจุบัน……ตอนนั้นนึกในใจ “ห่าน หรือตูจะโดนเข้าแล้ว” รู้ตัวค่ะว่าเป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้กฎเมอร์ฟี่ ขอแค่มีโอกาสจะเกิดความผิดพลาด ชีวิตเราสามารถพลาดได้ตลอดแบบ worst case scenario ทุกครั้ง

มองบอร์ดบอกเวลา departure ปรากฏว่าสายการบินอื่นที่เพิ่งมาจากเซี่ยงไฮ้ก็ดีเลย์ สองสายการบินเลย……..ดีเลย์มาแบบ 4-5 ชั่วโมง

………………………เกิดอะไรขึ้นที่เซี่ยงไฮ้น่ะ…………………….

นั่งรออย่างกระวนกระวายก็เปิดให้เช็คอินราวๆ 1 ชั่วโมง? ก่อนบอร์ดดิ้งรึเปล่าเช็คอินเสร็จก็ไม่รออะไร รีบพุ่งไปหน้าเกทอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ให้สติกเกอร์มาแปะ สำหรับคนทรานสิท บอกให้แปะไว้ในที่ที่มองเห็นง่ายๆ
เจ้าหน้าที่ที่เซี่ยงไฮ้จะได้รู้ว่าทรานสิท

…..แต่รอจนกระทั่งตี 1.43 มันก็ไม่ให้บอร์ด ทั้งที่เครื่องก็จอดตรงหน้าเนี่ย ไหงไม่ให้บอร์ดวะ เครื่องออก 1.55 น. นะว้อย!? รองุ่นง่านอยู่พักนึงก็ได้ขึ้นเครื่องตอนเวลาออกพอดี – -* จำไม่ได้ว่าดีเลย์ไปกี่นาที น่าจะ 20 นาทีหรือชั่วโมงนึง

…………..และหลังจากนั้นเราก็หายไปจากโลกอินเตอร์เน็ต………….

ได้นั่งแถวหน้าสุดของชั้นประหยัดค่ะ ที่นั่งแบบสามที่ติดกัน ตรงกลางเป็นฝรั่งสาวคนนึง อีกฝั่งเป็นคนไทย คุยๆ กัน ยิ้มให้กันนิดนึงก็ขอหลับเอาแรงเพราะง่วงมาก แอร์มาแจกข้าวก็กินข้าวกินอะไรไปพลาง ไม่ได้ติดใจอะไร พอเครื่องบินขึ้นได้เราก็สบายใจแล้วล่ะว่ามันคงไม่มีอะไร….

จนกระทั่งเวลาเกือบๆ 7 โมงตามเวลาจีนเครื่องบินก็จอด เราก็งัวเงียว่าถึงแล้วเหรอ เห็นเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนึงก็โล่งใจละ เดี๋ยวจากนี้มันคงค่อยๆ เคลื่อนจากรันเวย์เข้าเทอร์มินอลแล้วต่องวงมา น่าจะใช้เวลาอีกสักพัก…

แต่มันแปลกๆ………ครึ่งชั่วโมงก็แล้ว ทำไมเครื่องบินยังจอดที่เดิม ไม่มีการขยับ ตอนที่กำลังงงๆ เจ๊ฝรั่งคนข้างๆ ก็เรียกแอร์มาถาม ฟังออกไม่หมดหรอก ได้ยินประมาณ…..

เจ๊ฝรั่ง “เมื่อไหร่เครื่องจะถึงเซี่ยงไฮ้น่ะ? ฉันมีต่อเครื่อง”
แอร์ “ไม่ทราบค่ะ ตอนนี้….อากาศแย่ เ………..ย……..ต้องรอไปเรื่อยๆ”
DN “(???? ไม่ใช่ถึงแล้วเหรอ????)”

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเรานั่งแถวหน้าสุดชั้นประหยัด เลยมีจอแสดงสเตตัส ข่าวสารอะไรต่างๆ ตรงหน้าเลย และนี่คือสิ่งที่เห็นบนจอ

DN “(ฝูโจว??? FOC??? แต่เราต้องลง PVG แล้ว PVG อยู่ด้านบน…..เอ๊ะ? เอ๊ะ?)”

เราเลยถามเจ๊ฝรั่งคอนเฟิร์มอีกที ได้ความว่าที่เซี่ยงไฮ้ตอนนี้สภาพอากาศแย่ ทำให้เครื่องลงจอดไม่ได้ เลยต้องรอที่นี่ แต่ก็ไม่ได้กระวนกระวายอะไร เพราะคิดว่าเดี๋ยวคงได้ไป

แต่รอจนแล้วจนเล่า….7 โมง….8 โมง….9 โมง……ก็ยังนิ่ง เดี๋ยว ตรูมีต่อเครื่องตอน 10 โมงเวลาจีนนะ……….เสียงบนเครื่องบินประกาศบอกผู้โดยสารเป็นพักๆ ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นยังไง……..

จนกระทั่งเกือบ 10 โมงได้…….เครื่องบินก็ออกตัว เราลุ้นในใจว่าจะทันมั้ย น่าจะทันแบบฉิวเฉียด ภาพบนจอแสดงตำแหน่งเครื่องบินใกล้เซี่ยงไฮ้เรื่อยๆ แต่พอถึงเซี่ยงไฮ้แล้วกลับไม่ลงซะที! มันจะมีหน้าจอแสดงเวลาว่าอีกกี่นาทีและเหลือระยะทางอีกเท่าไหร่จึงถึงเป้าหมาย เวลาโลกจริงผ่านไปเรื่อยๆ ทว่าเวลาบนหน้าจอกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด…เห้ย มันควรจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไปสิ!? แบบนี้แปลว่าบินวนอยู่ใช่มั้ย!!!?

เครื่องบินวนอยู่พักใหญ่จนเลยเวลาที่เราต้องต่อเครื่องไปแล้ว ในใจหวังลมๆ แล้งๆ อยู่ว่า อืม มันน่าจะดีเลย์ตามๆ กันหมดแหละ หรือรอ ผดส.คนอื่นบนเครื่อง………….

กำหนดการเดิมคือถึงสนามบินปูดองตอน 7 โมง แล้วต่อเครื่องใหม่ตอน 10 โมงกว่า แต่เราถึงสนามบินปูดองตอนเกือบ 11 โมง

ดีเลย์ 3 ชั่วโมงกว่า

แต่เลยเวลาบอร์ดดิ้งมายังไม่นาน ไม่น่าเป็นไรมั้ง!? คิดงั้นก็รีบวิ่งหน้าตั้งทันที เพื่อไปเคานท์เตอร์ทรานสิท

…….อะไรวะเนี่ย…….

เดาได้ทันทีว่าอากาศแย่แบบนี้คงไม่ได้ดีเลย์ไฟลท์เราไฟลท์เดียว ผู้โดยสารสะสมที่ตกค้างมาจากไฟลท์อื่นๆ ก็คงมี จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรต่อ ตอนนั้นมี พนง.หนุ่มตี๋แว่นหล่อๆ เหมือนเพิ่งจบใหม่ (ต่อไปจะเรียกน้องตี๋) คอยวิ่งไปวิ่งมาและคุยกับผู้โดยสารคนอื่นอยู่ เราน่าจะเข้าไปถามเค้าล่ะมั้ง และรู้ว่าตัวเองตกเครื่องไปแล้ว (ไหนบอกอากาศแย่ ทำไมบินขึ้นได้ฟะ ถถถถถ) น้องตี๋บอกว่าให้ติดต่อเปลี่ยนไฟลท์ที่เคานท์เตอร์ข้างๆ (ตามภาพด้านบน) ดูเหมือนว่ามีหลายคนนั่งใช่มั้ยคะ? น่าจะแบ่งงานกันทำงานได้ไวใช่มั้ยคะ?

เปล่า….พนักงานหญิงก็บอกอย่ามาต่อแถวทางนี้ กูไม่รู้เรื่อง ให้ต่อแถวคุยกับอีตาผู้ชายซ้ายมือโน่นถ้าอยากเปลี่ยนไฟลท์ ภาษาอังกฤษแบบจีนๆ กับภาษาจีนลอยข้ามหัวไปมา มึนๆ งงๆ

พูดจริงดิ…..คนเยอะ (น่าจะ 200 คนได้) แบบนี้ ให้ต่อแถวกับพนักงานคนเดียว บ้าป่าว!!! แล้วอีกกี่ชาติจะหลุดไปจากที่นี่

ตรูไม่ได้มีเวลามาอยู่กับพวกเอ็งทั้งวันนะ ยังมีธุระอื่นต้องไปทำ!!!!

ขณะที่คือวันที่ 1 เม.ย. และแพลนวันที่ 1 เม.ย. เรามีแพลนว่าพอถึงสนามบินจะนั่งรถเข้าฮาคาตะทันที แล้วแวะซื้อซิมที่โยโดบาชิก่อน จากนั้นจึงนั่งชินคันเซ็นเข้าโคคุระ เอาของไปวางโรงแรม แล้วไปสำรวจฮอลล์ สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ

หากถามว่าแล้วทำไมเราไม่เช่าไวไฟหรือซื้อซิมที่สนามบิน เหตุผลมีดังต่อไปนี้ค่ะ

(1) เราใช้ b-mobile visitor sim แบบใช้ไม่จำกัด 14 วันของ docomo เป็นหลัก เพราะไม่เคยหักหลังเราแม้แต่รอบเดียว แถมไม่ต้องห่วงเรื่องปริมาณข้อมูลด้วย

(2) แต่มันไม่มีบริการส่งถึงสนามบินฟุคุโอกะ เลยกะว่าจะไปดูโยโดบาชิเพราะมี NTT Docomo Shop อยู่ หรือถ้าไม่มีก็ยังซื้อเจ้าอื่นได้เพราะในโยโดบาชิก็มีแน่ๆ

(3) พ็อกเก็ตไวไฟต้องมาห่วงเรื่องแบตสำรองอีก หนักอีก

และวันที่ 2 เม.ย. เป็นวันซื้อของก่อนคอนและมีนัดเจอกับโปโป้ยคุง ถ้าไม่มีเน็ตเราจะติดต่อยังไง…แต่ตรงนี้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่หากถึงญี่ปุ่น เพราะวันก่อนเดินทางเราสั่งเสียไว้ว่า

“ถ้าภายในหกโมงเย็นของวันที่ 1 เราไม่ไลน์ไปหานาย คิดไว้เลยนะว่าเราติดอยู่จีนแน่นอน() แต่จะพยายามติดต่อหา หรืออาจจะให้เมฆฟ้าติดต่อหาแทน อยู่จีนไม่รู้จะใช้เน็ต (ติดต่อโซเชียล) ได้มั้ย”

เบอร์มือถือของโป้ยคุงก็ขอไว้เรียบร้อย แค่หาตู้โทรศัพท์สาธารณะได้คือโอเค (ยังไม่ได้ขอ จำผิด) หรืออย่างแย่คือนั่งชินคันเซ็นย้อนกลับจากโคคุระไปฮาคาตะอีกรอบเพื่อซื้อซิม

ถ้าเป็นไฟลท์ตรงแล้วดีเลย์ยังพอว่า เพราะยังไงก็ไม่ได้แวะที่อื่น แต่นี่เราถูกปล่อยทิ้งกลางทาง ในสถานที่ที่เราไม่ได้อยากจะมา ไม่รู้ภาษา เงินของเขาก็ไม่มี….ขากลับยังไม่เท่าไหร่ เพราะปลายทางคือบ้านเราเอง แต่ถ้าดีเลย์ขาไป แพลนทุกอย่างสลายหมดแน่นอนแบบไม่ต้องสงสัย ถึงไปแล้วถ้าถึงดึก แล้วเรื่องที่หลับที่นอนที่จองไว้อีกล่ะ….

ทางสายการบินรับมือแย่มากค่ะ คือปล่อยผู้น้อยรับเละหมด พนักงานตัวน้อยก็ไม่รู้จะทำไง อยากช่วยผู้โดยสารก็อยาก แต่ถ้าตัดสินใจพลการ ตัวเองก็ซวย ไม่มีมาตรการสาสอะไรทั้งสิ้น ถือว่าผู้โดยสารซวยเอง

แถวก็ไม่เป็นแถว เละมาก ไม่มีคนคอยจัดแถว ไม่มีกั้นเชือกหรืออะไรให้เรียบร้อย วุ่นวายอย่างที่สุดเพราะทุกคนก็อยากไปกันไวๆ  วินาทีนั้นไม่มีแล้วค่ะคำว่าระเบียบ แย่งได้แย่ง แซงได้แซง น้องตี๋ก็วุ่นวายหัวหมุนมาก เพราะเขาพอพูดภาษาอังกฤษได้อยู่คนเดียว ดูหน้าน้องเขาแล้วอารมณ์แบบอยากตะโกนว้ากนะ แต่ก็พยายามคุมอารมณ์

ตอนที่พยายามต่อแถวอย่างอดทน ก็มีพี่ชายแว่นคนนึงมาสะกิด “น้องคนไทยใช่มั้ยครับ?” เขาคงจะเห็นจากปกพาสปอร์ต วินาทีนั้นคือดีใจมากที่เจอคนชาติเดียวกัน TToTT พวกเราสองคนยืนคุยกันสักพักก็เจอคนไทยอีกกลุ่มใหญ่ๆ ที่เขารวมตัวกันอยู่แล้ว คนไทยทุกคนในไฟลท์นั้นเลยมาอยู่ด้วยกัน รวมแล้วประมาณ 10 กว่าคน การรวมตัวต่อรองจะได้ผลมากกว่า ถามไถ่กันว่าใครจะไปไหนอะไรกันบ้าง ส่วนมากไปโตเกียว (ลงนาริตะ) บางคนไปนาโกยะ โอซาก้า มีเราไปฟุคุโอกะคนเดียว

แต่ไม่ว่าคุยกับเจ้าหน้าที่คนไหนก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะ “ไม่มีอำนาจ” ทำอะไร (แค่เปิดเคานท์เตอร์เพิ่มเปลี่ยนไฟลท์ให้ไวขึ้นก็ทำไม่ได้เหรอวะ!!!!?) เอาฉันไปดรอปทิ้งที่ไหนก็ได้ของญี่ปุ่นด่วนเลย เงินมี ให้ซื้อตั๋วใหม่ก็ยังได้

ปัญหาคือการจะเปลี่ยนไฟลท์ ต้องทำการ immigrate เข้าประเทศชั่วคราวก่อนเพื่อเข้าไปในสนามบิน แต่เมื่อต้นปี 2015 จีนเพิ่งจะยกเลิก “การงดเว้นวีซ่าให้คนไทย” เอง…..สังเกตดู ประเทศอื่นๆ ที่ยกเลิกตอนนั้นมาจากตะวันออกกลางทั้งนั้น สงสัยหมามิตร (ไม่ได้พิมพ์ผิด) จะมองว่าไทยคือแหล่งซ่อมสุมผู้ก่อการร้ายล่ะมั้ง ทางเจ้าหน้าที่เลยต้องไปประชุม+ถามคนเบืิ้องบนว่าจะเอาไงกับคนไทยกลุ่มนี้

ระหว่างนั้นก็มีการเรียกผู้โดยสารที่จะต่อเครื่องไปไฟลท์อื่นอย่างนิวยอร์ค ชิคาโก้ไปขึ้นเครื่อง (เพราะยังทัน) กลุ่มคนไทยก็ได้แต่มองคนอื่นที่หลุดพ้นไปแล้ว ช่วงๆ รอๆ วุ่นวายอยู่นี่เราก็สังเกตว่าไอ้สติกเกอร์ทรานสิทหลุดหายไปตอนไหนไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะ ก็ไม่จำเป็นแล้วนี่นา ตกเครื่องไปแล้ว เฝ้ามองญี่ปุ่นบ้าง ฝรั่งบ้างที่ได้ไปอย่างชิลๆ (เพราะเข้าจีนได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า) มีฝรั่งกลางคนคนนึงโวยวายขึ้นมาด้วย ทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ชายคนนึง (ไม่ใช่น้องตี๋คนเมื่อกี้ แต่หล่อคมไม่แพ้กัน) คุยกันประมาณ

ฝรั่ง “Let me go!!!!! (แล้วพูดต่อว่ากูต้องรีบไป)”
เจ้าหน้าที่ชาย “Every one here is also waiting too! Every one!!!”

ลูปวนไปวนมาราวๆ นี้อยู่ร่วม 5-10 นาทีได้ เด่นมากเพราะแกแหกปากดังลั่น สักพักเจ้าหน้าที่สองสามคนก็มาเชิญแกออกไปจากตรงนั้น สงสัยพาไปปรับทัศนคติ อุ๊ฟ………..

รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เลยไปถาม พนง.หญิง แต่ก็ให้พวกเราไปยืนแถวๆ ตม.ตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็หายไป….ทุกคนมองหน้าเลิ่กลั่กไม่รู้จะเอาไงดี สักพัก พนง.หญิงคนเดิมมากั้นแถวตรวจคนเข้าเมืองช่องทรานสิท แต่ยังให้คนไทยรอที่เดิมอยู่ดี แต่ไม่มีใครสนอะไรละ เนียนๆ ต่อแถวไป พอเห็นมีคนนึงรอดออกไปได้ คนที่เหลือก็ดีใจใหญ่ แต่แถวยาวเอาเรื่อง

ระหว่างต่อแถว เราก็หยิบขนมที่ซื้อจากไทยมากิน (กระเป๋าที่เอาขึ้นเครื่องเป็นช็อปปิ้งแบ็กคอน 10 ปีที่ใส่ของสัพเพเหระจำเป็นต่างๆ ค่ะ) เพราะตอนนั้นก็น่าจะเที่ยงๆ บ่ายโมงได้แล้ว ถัดจากอาหารบนเครื่องที่กินไปรอบล่าสุดประมาณตี 4? ก็ไม่ได้กินอะไรอีกเลย

……………..น้ำก็ไม่มีให้กิน……………..อาห์………….แต่เราไม่สามารถไปไหนจากตรงนี้ได้ เพราะการออกจากแถวคือเสียม้าทันที ต้องรักษาตำแหน่งไว้อย่างสุดชีวิต…..

รวมการเสียเวลาตรงนี้น่าจะราวๆ 3-4 ชั่วโมงได้…..

พอตรวจคนเข้าเมืองเราก็พยายามอธิบายให้ฟังว่าต้องเปลี่ยนไฟลท์ เค้าก็ปั๊มตราเข้าเมืองชั่วคราวให้ รอจนกลุ่มคนไทยมากันครบทุกคนแล้วก็ไปเอากระเป๋ากัน กระเป๋าทุกคนถูกตั้งเรียงไว้อย่างดี =w= (จริงๆ มันต้องเป็น check through รับอีกทีปลายทางเลย) บางคนกระเป๋าไม่ครบ ต้องหาต่อ ส่วนตัวเราพอได้กระเป๋าแล้วก็แว้บเข้าห้องน้ำ….หาน้ำฟรีกินแถวนั้น (มีก๊อกให้ดื่มอยู่) เพราะไม่มีเงินหยวนจีนค่ะ บัตรเครดิตมันก็ไม่รับ รับแค่สตาร์บัคล่ะมั้ง

มองหาศูนย์บริการของไชน่าอีสเทิร์น ถามไปถามมาเรื่อยๆ เค้าบอกให้มาโถงหมายเลข 6 เดินมากับพี่แว่นจนเจอโถงที่ว่า….(ติดเบอร์ 6 ตัวเบ้อเร่อ)

คุณพระคุณเจ้า เจอฝรั่งแขกตี๋หมวยลุงซิ้มเขมรมอญต่อแถวยาวเลยโว้ยยยยย   (ประมาณ 200 คนน่าจะถึง) แถวต้องเลื้อยทบประมาณ 3-4 ชั้น บางคนก็แม่ม กระเป๋าเยอะปานจะย้ายบ้าน เห็นแล้วปวดขมับ ที่ยืนแทบไม่มี คนก็เดินผ่านไปผ่านมา ต้องคอยหลบเป็นระยะ หิวก็หิว แทบไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า ยืนขาแข็ง วิ่งไปวิ่งมา ต่อแถวสาม 3-4 ชั่วโมงแล้วยังต้องมาต่อแถวเชี่ยนี่อีกเหรอ……

กลุ่มคนไทยที่คุยด้วยกันเมื่อกี้ บางคนได้ไปอยู่แถวหน้าๆ แล้ว เลยฝากพาสปอร์ตให้เค้าเอาไปรวมๆ กัน พอถึงเคาทน์เตอร์จะได้จัดการทีเดียว เรากับพี่แว่นต่อแถวอยู่ที่เดิม (ในใจแอบหวั่นอยู่ว่าถ้าออกจากแถวตอนนี้แล้วเกิดมีอะไรผิดพลาดจะซวย เลยต่อแถวไว้ก่อน) จะไม่ห่างจากแถวไปพร้อมกัน ต้องมีคนนึงเฝ้าที่ไว้

สักพักพี่แว่นเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไชน่าอีสเทิร์นเอาข้าวกล่องมาแจก พี่แกก็ไปรับมากินแล้วถามเราว่าเอามั้ย เราส่ายหน้าตอบว่าอยากบินเร็วๆ มากกว่า (คือกินไม่ลงนั่นเอง) มีแต่ข้าว ไม่มีน้ำ เลยไม่อยากกิน (เดินเลยจุดกินน้ำฟรีมามากแล้ว และไม่รู้แถวนี้มีอีกรึเปล่า) ณ จุดนี้ไม่อยากเดินไปเดินมา เกิดเราหายไปแล้วกลุ่มที่เค้าอยู่ข้างหน้าไปถึงเคานท์เตอร์แล้วเรียกหาเราขึ้นมาจะยิ่งเสียเวลา…..

ระหว่างต่อแถว ฝรั่งข้างหน้าก็รำคาญ ของพี่แกก็เยอะแล้ววางเกะกะมาก พอแถวเคลื่อนทีนี่กว่าจะหยิบเคลื่อนตามไปได้ – – วินาทีแย่งกันอ่ะค่ะ ปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างคนไม่ได้ เลื่อนปุ๊บต้องรีบขยับ กันคนมาเนียนแทรก ไม่มีหรอกความเป็นระเบียบ ใครดีใครได้ทั้งนั้น ซึ่งเราว่าแย่มากที่สนามบินไม่มีเจ้าหน้าที่มาคุมอะไรตรงนี้เลย กั้นเชือกกั้นแถวก็ไม่ทำ ดูเขาขาดคนมากๆ….ไม่แปลกใจ เพราะเราเองก็ไม่อยากทำงานในสนามบินที่น่าจะมีปัญหาแบบนี้ทุกวัน ประสาทเสียพอดี

ระหว่างรอก็คุยกับคนไทยคนอื่นที่ต่อคิวใกล้ๆ กันไปเรื่อย เราไม่ลืมที่จะขอ SNS ของทุกคนไว้ สักพักมีน้ำมาแจก แล้วคนที่คุยอยู่เค้าหยิบน้ำมาให้เราด้วย อยากจะขอบคุณมากๆ T-T (ปากแห้งไปหมดค่ะตอนนั้น) พอคนที่ต่อแถวอยู่ถึงเคาทน์เตอร์แล้ว เขาก็กวักมือเรียกคนไทยคนอื่นๆ ซึ่งพวกเราก็ไปพร้อมกัน

เจ้าหน้าที่ตรวจหาไฟลท์ให้ใหม่ทีละคน มีคุณพี่ผู้ชายอายุราวๆ 40 กว่าๆ คอยแปลอังกฤษสำเนียงจีนๆ ให้ฟังว่าอะไรเป็นไง…

ผลสรุปคือคนที่จะไปนาริตะไม่มีไฟลท์แล้ว เต็มหมด ต้องรอพรุ่งนี้….ที่กำลังจะออกคือโอซาก้า มีคนไปโอซาก้าอยู่ซึ่งก็โป๊ะเชะพอดี ส่วนคู่เพื่อนสาวสองคนที่คุยกับเราเมื่อกี้และหยิบน้ำมาเผื่อนั้นจะไปนาโกยะ แต่ว่าลงโอซาก้าก็ได้ ใกล้กันและมีบัตรเบ่ง JR Pass เลยไม่ห่วงค่ารถ ส่วนพี่แว่นบอกว่าจริงๆ จะไปลงนาริตะ แต่ยังไงแพลนเที่ยววันแรกของเขาก็สลายไปหมด และจะลงโอซาก้าอยู่แล้ว เลยขอไปรอบนี้ด้วย…เอาล่ะ รอดไปสามก๊ก…..

“ไหนๆ ใครนะ จะลงฟุคุโอกะ”

เรารีบยกมือทันที คนที่ถือปึกพาสปอร์ตอยู่ช่วยหาพาสปอร์ตเราออกมาให้ เราบอกเจ้าหน้าที่จีนไปว่าอยากบินให้ไวที่สุด มีรอบภายในวันนี้ก็ขอวันนี้เลย…โดนเหลือบมองด้วยหางตานิดนึง ก่อนเฮียจะพิมพ์คอมต๊อกแต๊ก แล้วเขียนอะไรสักอย่างใส่บอร์ดดิ้งพาสของเรา

ตอนแรกก็งงว่าอะไรวะ คนอื่นมาช่วยอ่านให้และบอกว่าหมายถึงไฟลท์ 531 รอบ 18.10 น.

พอได้ยินแบบนั้นเรารู้สึกเหมือนตะกายขึ้นมาจากนรกสำเร็จในที่สุด….จะได้ไปฟุคุโอกะซะที! แพลนไม่ล่มแล้ว! คือเลทยังไงก็ทันคอนแน่ๆ แหละ แต่เราจะอดเดทกับโป้ยซึ่งเราคงดาเมจมาก() เสร็จแล้วเราก็ก้มหัวขอบคุณทุกคนและลาทันที เพราะตอนนั้นมันเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว

วิ่งหน้าตั้งไปเช็คอินเสร็จอะไร นั่งรอที่เกท มีประกาศย้ายเกทอีก ฟัค ถถถถถ (แต่ดีว่าข้างๆ กันน่ะแหละ)……..แล้วก็ตามคาดครัฟ ดีเลย์อีกแล้ว……แถมเกทที่ขึ้นไม่มีงวงต่ออกจากเทอร์มินอลนะ ต้องรอบัสมารับ อีบัสนี่แม่งก็ไม่มาซะที กว่าจะได้ขึ้นนี่ทำเอานอยมาก orz

พอออกจากบัสก็ต้องขึ้นเครื่องบินเอง พอสัมผัสลมด้านนอกแล้วจะตายเอา ความสัมผัสยามลมหนาว 13 องศาปะทะแก้ม เสียวซี้ดถึงใจ (ก่อนบินเมฆฟ้าเตือนว่าให้ใส่เสื้อหนาๆ หน่อยเพราะที่โน่นยังหนาว ถึงในใจจะคิดว่าอุณหภูมิ 19-20 องศานี่ชิลๆ น่าก็เอาเสื้อไปเพิ่มด้วย ซึ่งทำถูกจริงๆ TwT ถ้าไม่ใส่แจ๊คเก็ตเผื่อมาตั้งแต่ไทยคงตายแหง ณ จุดนี้)

ขึ้นไปบอร์ด นั่งที่นั่ง 53A นั่งอยู่แป๊บนึงก็มีครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกมา เราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะมันมีสิ่งที่ต้องกังวลมากกว่า

…….แผนผังนรกรึเปล่า ช่วยบอกที…….

เหนื่อยมา 6-7 ชั่วโมงแล้ว อยากนอนพักบ้างอะไรบ้างค่ะ ถึงแค่ 2 ชั่วโมงก็เถอะ คนที่พาลูกเล็กขึ้นเครื่องบิน จิตใจทำต้วยอะไรคะ orz

คุณแม่แขกอิสลามเอาคุณลูกนั่งตัก ลูกก็มีงอแงบ้าง อีด้านหน้าก็ร้อง ด้านหลังก็ร้อง โว้ยยยยยยยยยยยยยยย มองนาฬิกา เครื่องก็ไม่ยอมออกซะที แต่หลังจากเจอเหตุการณ์เมื่อเช้ามาก็ไม่ตกใจอะไรอีก คงดีเลย์ตามฟอร์ม

ทีนี้คุณพ่อฝรั่งก็เรียกแอร์จีนมาคุยอะไรกันสักอย่าง ซึ่งเราไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่สักพักเขากลับสะกิดเรา

คุณพ่อ “นี่คุณ คืองี้นะ ผมซื้อตั๋วไว้สามที่นั่ง ของผม ภรรยาแล้วก็ลูก แต่ผมกลับได้นั่งตรงนี้” (ที่นั่ง 3 เบาะติดกัน)
DN “????? ค่ะ?????”
คุณพ่อ “ผมจ่ายเงินซื้อ 3 ที่นั่ง แต่กลับได้ 2 ที่นั่ง เมื่อกี้ผมดูที่นั่งตรง 31A มา เหมือนจะว่างนะ (โชว์ตั๋วแถว 31 สักเบอร์)
เนี่ยๆ ผมซื้อสามที่ แต่โดนออกตั๋วจับแยกแบบนี้ (หันไปพูดกับแอร์) ให้คุณคนนี้ไปนั่งตรงนั้นได้รึเปล่า”

แอร์ “ขอโทษค่ะ เหมือน 31A จะมีผู้โดยสารอยู่”
คุณพ่อ “(ทำหน้าเซ็ง) อะไรเนี่ย จ่ายเงินซื้อที่นั่งแท้ๆ ไม่เป็นไร โอเค ลืมๆ ไปเถอะ (หันมาพูดกับเรา) ขอโทษด้วยครับที่กวนใจ”
DN “…….ไม่เป็นไรค่ะ (ถ้ามาแบบไล่ตรูลงจากเครื่องนี่ไม่เอานะโว้ย)……”

โอเค ไม่มีอะไร หลับต่อ…..

…………….

………………………………………….

………………..ทำไมไม่เทคออฟซะทีล่ะคะ…………..แต่เอาเถอะ ไปถึงก่อนเที่ยงคืนก็โอเค…..

สักพักแอร์เดินมาบอกว่าที่นั่ง 31A ว่าง เรากับคุณพ่อฝรั่งมองหน้ากัน เรายอมย้ายที่นั่งแต่โดยดี ซึ่งในใจก็ขอบคุณนะคะ จะได้หนีพ้นๆ โซนเด็กนี่ซะที มาถึงที่นั่ง 31A ปุ๊บก็ช่างบังเอิญที่เป็นแถวหน้าสุดของชั้นประหยัดอีก เหมือนตอนขามา ยืดขาสบาย

ระหว่างชิลๆ รอเครื่องออก….ผู้โดยสาร 31B ข้างเราก็เรียกแอร์มาคุย…….

คุณ 31B “นี่ๆ ยังไม่ออกอีกรึไง? เวลาที่นี่ช้ากว่าญี่ปุ่นชั่วโมงนึงใช่มั้ยล่ะ”
DN “(เห้ย ภาษาญี่ปุ่น!!!!)” → ดีใจมาก ได้ยินแต่ภาษาจีนรัวๆ มาไม่รู้กี่ชั่วโมงจนหลอนสัสไปแล้ว
แอร์ “ขออภัยค่ะ”
คุณ 31B “ถ้าออกจากที่นี่ตอนนี้ (มองนาฬิกา) ก็จะถึงที่โน่นประมาณสามทุ่มครึ่ง
ฉิวเฉียดสนามบินปิดพอดีนะ จะได้บินเมื่อไหร่เนี่ย”

DN “(สนามบินปิด???? หมายความว่าไง?????)”
แอร์ “ขออภัยค่ะ ไม่ทราบจริงๆ เพราะตอนนี้สนามบินปูดองแน่นมาก ต้องต่อคิวกันเพื่อเทคออฟ”
คุณ 31B “(ถอนหายใจ) เฉียดฉิวแบบนี้ทุกที”

ตอนนั้นงงมาก อะไรคือสนามบินปิด??? ปกติสนามบินเปิด 24 ชั่วโมงไม่ใช่เหรอ??? หมายความว่าไง????

DN “ขอโทษค่ะ คือที่บอกว่าสนามบินปิดเมื่อกี้หมายความว่าไงเหรอคะ”
คุณ 31B  “อ้อ คือสนามบินฟุคุโอกะปิดตอนสี่ทุ่มน่ะ เพราะใกล้เขตชุมชน ดีไม่ดีวันนี้อาจบินไม่ได้ บินไปก็ไม่มีที่จอด”
DN “!!!!!!?? เอ๊ะ แล้วถ้าบินไม่ได้ทำไงล่ะคะนี่”
คุณ 31B  “พอถึงเวลานั้นก็จะมีเสียงประกาศขออภัยในเครื่องบอกว่าบินไม่ได้ สายการบินนี้ก็งี้แหละ ประจำ”

อย่ามาล้อเล่นน่ะเฮ้ย

ขาแข็ง ทนหิว รอมาจนถึงขั้นนี้แล้วยังจะบินไม่ได้ภายในวันนี้อีกเหรอ

ความลำบากที่ทน ฝ่าฟันมานานตั้งแต่ตุลากันยาปีที่แล้วจะเสียเปล่าที่นี่รึไง ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดเราด้วยซ้ำ

นอนวาดฝันถึงวันนี้มานานแค่ไหน วางแพลนคุยเล่นกับสหายมานานแค่ไหน
อดหลับอดนานปั่นงานมานานแค่ไหน จะมาพังเอาโค้งสุดท้ายของสุดท้ายจริงๆ เนี่ยนะ

โดยที่ตัวเองทำได้แค่มองทุกอย่างพังตรงหน้า…..ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

ตอนนี้เวลาจีน 18.30 น. ใช้เวลาบินไปฟุคุโอกะประมาณชั่วโมงครึ่ง – 2 ชม. จะถึงฟุคุโอกะตามเวลาจีน 20.30 น. ซึ่งก็คือ 21.30 น. ของญี่ปุ่น

หมายความว่า…….ถ้าไม่เทคออฟภายในทุ่มครึ่ง………………………จะไปไม่ถึงฟุคุโอกะภายในวันนี้ และต่อให้บินพรุ่งนี้ก็อาจไม่ทันซื้อของหน้าคอน ไหนจะต้องนัดเจอโปโป้ยคุงอีก แล้วแพลนเดทล่ะเห้ย!!!!

เรารออย่างกระวนกระวาย พยายามถามข้อมูลจากคุณ 31B เป็นพักๆ ไม่ได้บอกหรอกว่าคนต่างชาติ แต่เขาฟังเราพูดคงรู้แล้วล่ะ (ฮา) เราบอกว่าจะไปโคคุระ เขาก็ช่วยเช็คชินคันเซ็นให้ว่าขบวนสุดท้ายน่าจะราวๆ 5 ทุ่มกว่า

เสียงประกาศขออภัยผู้โดยสารภายในเครื่องก็ยังดังเรื่อยๆ….พร้อมกับไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ บอกแค่ว่ารันเวย์ของสนามบินปูดองแน่นมาก ตอนนี้กำลังรอเข้าคิว…..

มีอาหารมาให้กินก็กินก่อนล่ะค่ะ…..แต่กินไปโมโหไปว่าให้ไปจากที่นี่ซะที……….จนในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง

ถึงคิวเทคออฟแล้วว้อย!!!!! มองนาฬิกา…..ตอนนั้นเหมือนจะเวลาประมาณ 19.40……แบบนี้ก็จะถึงฟุคุโอกะเลยสี่ทุ่มน่ะสิ แต่ถ้าบินไปแล้วแปลว่าคงติดต่อกับสนามบินทางโน้นไว้แล้วมั้งว่าขอลงเลท….

พอบินได้แล้วก็หลับค่ะ หลับแบบกูไม่สนอะไรทั้งสิ้น….และมาถึงสนามบินแบบสี่ทุ่มพอดีเป๊ะ! พี่นักบินคงช่วยบึ่งให้ ไฟลท์สุดท้ายของสนามบินวันนั้นเลย…หลังจากนั้นความทรงจำเลือนลางมาก มันดึกแล้ว ไม่มีคนต่อคิวเท่าไหร่ การตรวจคนเข้าเมืองคงสมูทดี รีบวิ่งไปเอากระเป๋า เข็นๆ ไปจะหาซื้อซิมของซากุระโมไบล์ (หาข้อมูลมาก่อนหน้านี้แล้วว่าที่สนามบินมีขาย สำรองไว้เผื่อเกิดอุบัติเหตุแบบนี้แหละ แล้วเจือกเกิดจริง) ปรากฏบูทซากุระโมไบล์เพิ่งปิดไปตอน 21.30 น.

อ้าว แล้วกรูจะเอาเน็ตที่ไหนใช้…………………………………orz นึกขึ้นมาได้ว่ามันมีตู้ขายซิมอัตโนมัติของ So-net ในสนามบินฟุคุโอกะนี่นา (จำผิดค่ะ จริงๆ คือที่สนามบินนี้ไม่มี) ถาม พนง.ประชาสัมพันธ์ เค้าก็บอกว่ามีขายอยู่ ไปดูแล้วเป็นตู้ขายบัตรเติมเงินโทรศัพท์ กลับไปถามอีกที พนง.บอกว่าถ้าไม่มีก็คือไม่มีแล้ว ได้แต่จนปัญญา

แต่ก่อนอื่นเรารีบมองหาป้ายโทรศัพท์สาธารณะก่อน เจอตู้โทรศัพท์สาธารณะแล้วก็เอาเหรียญ 10 เยนมาหยอดโทรหาโรงแรม (จดไว้ในโน้ตมือถือเผื่อในกรณีแบบนี้ แล้วเจือกได้ใช้จริง #2) เพราะถ้าไม่โผล่ก่อนหมดวันกลัวเขาจะแคนเซิลห้อง

โรงแรม “สวัสดีค่ะ โตโยโกอินน์สาขาประตูฝั่งใต้สถานีโคคุระค่ะ”
DN “สวัสดีค่ะ (บอกชื่อตัวเอง)ที่จะเข้าเช็คอินวันนี้น่ะค่ะ คือจะโทรมาบอกว่าไฟลท์บินเกิดปัญหา
อาจจะเข้าไปถึงโรงแรมช้าหน่อย อาจถึงหลังเที่ยงคืนนะคะ”
โรงแรม “???? เดี๋ยวค่ะ ชื่ออะไรนะคะ????”
DN “(สะกดชื่อภาษาอังกฤษ)”
โรงแรม “เจ้าตัวรึเปล่าคะ?”
DN “ใช่ค่ะ”
โรงแรม “รับทราบค่ะ”

โทรคุยเสร็จ เห็นมีเครื่องโทรศัพท์อะไรสักอย่างที่เล่นเน็ตได้ พอไปด้อมๆ มองๆ พี่ยามก็เข้ามาบอกว่าจะปิดตึกแล้วครับ เลยได้แต่ก้มหัวขอโทษอ่อยๆ แล้วเปิดตาราง excel ที่ทำแพลนทัวร์รอบนี้ไว้ออกมาดู แนะนำให้ทุกคนทำนะคะ เราทำใส่กูเกิ้ลไดรฟ์ไว้ แล้วตั้งให้อ่านออฟไลน์ได้ (เผื่อในกรณีแบบนี้ แล้วเจือกได้ใช้จริง #3)

ทำง่ายๆ แค่นี้แหละ ด้านล่างมีแท็บแยกหมวด

ลากกระเป๋าลงบันไดเลื่อนไปชั้น 1 มองหาป้ายรถชัทเทิลบัส หาไม่เจอ ถามพี่ยาม รอสักพักก็ขึ้นบัสมาถึงตึกเทอร์มินอลสอง พุ่งไปรถไฟใต้ดิน Kuukou Line  พอมาถึงสถานีก็รีบพุ่งไปเครื่องขายตั๋ว เงอะๆ งะๆ กับการชาร์จเงินเข้า suica อยู่พักนึง (ไม่ได้ใช้มา 9 เดือนนี่นะ….) กดซื้อตั๋วชินคันเซ็นได้แบบไม่มีปัญหาอะไรนัก ซื้อตั๋วแบบจองที่ไปมั้ง พอได้ตั๋วมาก็มองไม่ค่อยเป็นว่าขึ้นชานชาลาไหนวะ ซึ่งไม่สนค่ะ เรามีไม้ตาย

DN “ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าขบวนนี้ขึ้นชานชาลาไหนคะ”
พนักงานในสถานี “อ้อ เบอร์ 13 ครับ” (หรืออาจจะเบอร์อื่น จำไม่ได้)

จำไว้นะคะนักเดินทางทุกคน มีปากก็ถาม เพื่อลดการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

วิ่งมารอชินคันเซ็นได้พักนึง รถก็มา พอขึ้นได้นี่รู้สึก โอย บระเจ้า กูรอดแล้ว TT__________________________TT

สภาพหลังผ่านศึก บนรถไฟชินคันเซ็นยามดึกนั้นโล่งมาก
สามารถนอนเหยียดตัวได้เลย ที่เราขึ้นยังไม่ใช่ขบวนสุดท้ายนะ

 

ถ่ายตอนก่อนรถไฟออก

พอรู้ตัวว่ารอดแน่ๆ แล้วนี่น้ำตาจะไหล……

อยากให้เรื่องในวันนี้เป็นเหตุการณ์โกหกชะมัด….

แต่ดีแล้วที่มาถึงจนได้

ดีจังที่เชื่อในฝันและไม่ยอมจนวินาทีสุดท้าย ทนสู้เพื่อให้ได้บินมาภายในวันนี้

ชินคันเซ็นใช้เวลาราวๆ 20 นาทีเท่านั้นค่ะ ไม่นานก็มาถึงโคคุระ

โรงแรมอยู่ทางออกฝั่งใต้ ทางเดียวกับปราสาทโคคุระ

 

ยังจะมีอารมณ์ถ่ายรูปนอกสถานีตอนดึก (ฮา) แต่เห็นว่าเป็นภาพที่แรร์ดี

โรงแรมใกล้มากค่ะ เดินไปไม่นาน นี่แหละจุดที่ชอบของโตโยโกอินน์ พอเข้าไปปุ๊บ พนักงานที่ฟรอนท์เหมือนจะรู้ พอเราบอกชื่อก็ทักทันทีว่าเป็นห่วงแทบแย่แน่ะ (ขอบคุณค่ะ TwT สีหน้าเค้าเป็นห่วงจริงนะ) ลากของขึ้นห้องอย่างอิดโรย (ห้องอยู่ชั้น 3) ขึ้นห้องมาได้ ต่อไวไฟ และนี่คือคำทักทายคำแรกจากคิวชู

จากนั้นก็ไลน์คุยกับโป้ย เล่าให้ฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น โป้ยถึงกับอึ้งว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ (ก่อนมาก็หลอนให้ฟังอยู่ โป้ยบอกว่าไม่เป็นไรมั้ง แต่สุดท้าย…..) หลังจากนั้นก็รีบๆ อาบน้ำ ออกมาหาแหล่งซื้อซิมแถวนี้ว่ามีมั้ย ถามโรงแรมเค้าก็บอกว่ามีแต่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า (Best Denki สาขาโคคุระ) ไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า ใจดีวงตำแหน่งให้บนใบปลิวโรงแรมอีก นั่งค้นไปค้นมาพบว่ามีบริการส่งจากเว็บโยโดบาชิ ถึงในวันเดียว คือจะถึงภายใน 2 เม.ย. แน่นอน แต่ทีนี้เราว่าไม่รู้ว่าพัสดุจะมากี่โมง แต่ก็กดสั่งไปก่อน สรุปแพลนคือพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า นั่งชินคันเซ็นเข้าไปสนามบินอีกทีเพื่อซื้อซิมซากุระโมไบล์ (เพราะเปิด 8 โมง เช้าสุด) จะได้รีบกลับมาต่อแถวซื้อของหน้าคอนก่อนวันจริง

ใบข้างบน ไม่ได้ฉีกค่ะ (ฮา) ก็ไม่ได้ใช้นี่เนอะ ทั้งที่ตามจริงต้องขึ้นไฟลท์นั้น

………………ดีจังที่มาถึงโดยปลอดภัย……………

ตั้งนาฬิกาปลุกกับมอร์นิ่งคอลของโรงแรมไว้ตอน 7 โมงแล้วผล็อยหลับไปอย่างโล่งอก

To be continued…..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s