บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (3) : วันเดทที่เฝ้ารอ [Live+Tour]

2 เม.ย. วันนี้วันซื้อของหน้าคอน…และเป็นวันที่นัดเดทกับโปโป้ยคลุงไว้ ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบ 9 เดือนจากคอน 10 ปีเมื่อปีที่แล้ว พาร์ทนี้ยาวค่ะ…..เป็นวันที่ยาวนาน แต่ไม่ปวดหัวแน่นอน

ตื่นมาประมาณ 7 โมง อาบน้ำ กินข้าวเช้าฟรีของโรงแรม เพื่อจะออกเดินทาง….เป้าหมายคือ สถานีฮาคาตะ

หลังจากแพลนเมื่อวานล่มไปไม่มีชิ้นดี เราจึงพลาดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • เทศกาลเอพริลฟูลฮาๆ ไม่ได้รู้เลยว่าชาวโลกเล่นอะไรกันบ้าง
  • ซิมไม่ได้ซื้อ
  • จะแวะซื้อแท่งไฟกับถ่านกระดุมที่ร้านเดเระนันสาขาเท็นจิน ก็ไม่ได้แวะ

แท่งไฟทีแรกจะมาซื้อที่อารุอารุซิตี้โคคุระค่ะ แต่หลังจากฟังถ่ายทอดสดของเซริซาวะ P กับชิโรซาวะ P เขาแนะนำให้ซื้อที่เดระนันเท็นจินดีกว่า (หลังกลับไทยมาโดยปลอดภัย ได้ทวิตไปขอบคุณทั้งสองท่านสำหรับข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์เรียบร้อย)

ถึงเปลืองค่ารถยังไง แต่อินเตอร์เน็ตก็จำเป็น เราเลยตั้งใจจะไปสนามบินอีกครั้งเพื่อซื้อซิมซากุระโมไบล์มาแก้ขัด เหตุผลที่ไปเพราะสนามบินเปิดไวค่ะ จะได้รีบกลับมาต่อคิวซื้อของทัน

หน้าโรงแรมตอนเช้าตรู่

สถานีโคคุระตอนเช้า

ค่าชินคันเซ็นขาเดียวระหว่างฮาคาตะ-โคคุระนั้น ถ้าเป็นที่นั่งแบบจอง ตกเที่ยวละ 3390 เยน ที่นั่งแบบไม่จองตกเที่ยวละ  2110 เยน ไปกลับก็คูณสองไปค่ะ อ้วกใช่มั้ยคะ แต่พอดีเราเจอข้อมูลนึงก่อนจะมาที่นี่

ตั๋ว Shinkansen Yokayoka Kippu แบบไปกลับระหว่างฮาคาตะกับโคคุระ ราคา 3090 เยน ขายเฉพาะตอนเสาร์-อาทิตย์ มีคนรีทวิตมาในทวิตเตอร์นั่นแหละค่ะ ประมาณว่าแนะนำผีที่จะเข้าร่วมทัวร์มิลเลียนรอบฟุคุโอกะนี้ ทีแรกเราเคยแนะนำโป้ยไว้ว่าลองใช้ตัวนี้ได้ เพราะโป้ยลังเลอยู่ว่าจะพักไหนดีระหว่างฮาคาตะ (ตามรอยโมโจะทัวร์-มีมาคิโนะอุด้ง) กับโคคุระ (ใกล้ ไม่ต้องเดินทางเหนื่อย) สุดท้ายโป้ยก็เลือกพักแถวโคคุระช่วงวันคอน

ใครเลยจะคิดว่าสุดท้ายเราต้องใช้เอง……….

เดินหา Midori no Madoguchi ในสถานีโคคุระ คุยกับพนักงานว่าอยากซื้อบัตรโยกะโยกะ ก็ได้มาสองใบแบบนี้

มีสองใบ ขาไปกับขากลับ เวลาผ่านเครื่องตรวจตั๋วก็ใส่ไปทั้งสองใบ นั่งได้เฉพาะที่นั่งแบบไม่จองนะคะ

วันธรรมดา คนเลยไม่เยอะ ได้นั่งสบายๆ แม้ไม่จอง….ฉิวเดียวก็มาถึงฮาคาตะน่าจะราวๆ  8 โมงกว่าได้มั้ง? ก็ตระเวนถ่ายรูปไปเรื่อย เพราะยังเช้าอยู่ จากตรงนี้ไปสนามบินไม่ได้นานอยู่แล้ว ทำธุระที่อยากทำที่นี่ให้เสร็จทีเดียว

เส้นอะไรไม่รู้

บังป้ายชื่อสถานีหมด ติดอีเสาประดับไฟเนี่ย ถถถถ มันเป็นเทศกาลทิวลิปอะไรสักอย่าง

เลยข้ามถนนมาถ่ายอีกฝั่ง

ทำไมเราถึงถ่ายหน้าสถานีฮาคาตะไว้ จะเฉลยต่อไป….พิกัดถัดมาคือ…….ที่นี่ค่ะ

ท่ารถบัส สถานีฮาคาตะ ที่นี่มีสถานที่ที่เราอยากมาสองแห่ง

สถานที่แรกคือร้าน 牧のうどん (Maki no Udon) ร้านอุด้งเจ้าดังขึ้นชื่อของฟุคุโอกะ………ทว่ามาคิโนะอุด้งไม่มีสาขาในคิตะคิวชู (คือไม่มีในแถบโคคุระ ซึ่งเป็นสถานที่จัดคอนมิลเลียนสามรอบฟุคุโอกะนั่นแล) แต่ละสาขาล้วนไปยากมากจากสถานี JR  ถ้าไม่มีรถส่วนตัวคือลำบาก พอดีว่าช่วงต้นเดือน มี.ค. มีสาขาใหม่มาเปิดที่ท่ารถบัสฮาคาตะนี้พอดี เราแพลนไว้ว่าจะมากินตอนขากลับในวันที่ 6 เม.ย.ก่อนไปสนามบิน เพราะยังไงก็ต้องแวะฮาคาตะอยู่แล้ว (ไม่กินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เพราะแพลนดั้งเดิมจะมาถึงที่นี่ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ คนน่าจะเยอะ) สาขานี้เดินทางมาง่าย เลยมีข่าวคนเต็มร้านตั้งแต่วันแรก คนแวะมากินกันเยอะมากค่ะ

จริงๆ ความพิเศษของร้านนี้ไม่ได้มีแค่นี้นะ สำหรับคนที่ตาม TrySail ด้วยจะรู้กันว่านี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏในแผ่นโมโจะทัวร์ (เลื่อนลงไปดูท้ายๆ เอนทรี่ ได้มาจนป่านนี้ยังไม่แกะดูเลย) ที่เป็นแผ่นแถมของ DJCD โทระฮาโม และมาถึงถิ่นทั้งที มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ตามรอยล่ะคะ (ฮา)

อีกสถานที่คือ………..

Namco Park ชั้น 7 ที่ท่ารถบัสฮาคาตะ ในนี้มีข้อความที่เรย์จามะเคยเขียนทิ้งไว้ตอนมาคอน 8 ปีรอบฟุคุโอกะ และโปสเตอร์ที่มีลายเซ็นของผู้ร่วมรีลีสอีเวนท์ LTP02

พอเข้าท่ารถ พยายามหาทางขึ้นไปชั้น 7….ที่นี่มีลิฟท์กับบันไดเลื่อนหลายจุดมาก ซึ่งลิฟท์ที่จะขึ้นไปชั้น 7 จะเปิด 9 โมงครึ่ง เราเลยไปชั้นใต้ดินก่อนเพื่อไปสำรวจร้านมาคิโนะอุด้ง….เจอร้านขายของก็ซื้อลูกอมชุ่มคอ 2 แพ็ค (ไว้แจก P ที่จะเจอกัน) เดินวนเรื่อยๆ จนเจอ…….

ร้านยังไม่เปิดค่ะ 555555555555555555 เปิด 10 โมง แต่ได้ยินเสียงล้างถ้วยชาม เสียงคนคุยกันดังมาจากข้างใน ไม่ได้หิวอะไรเพราะกินข้าวเช้ามาแล้ว

โฮ่….เป็นแบบซื้อตั๋วจากหน้าร้านสินะ เหมือนร้านที่เคยกินแถวนาคาโนะตอนคอน 10 ปี

เตร็ดเตร่จนเกือบๆ 9 โมงครึ่ง เห็นว่าน่าจะขึ้นไปชั้น 7 ได้แล้ว เลยเดินไปที่ลิฟท์ขึ้นชั้น 7

ผ่าง!!! ภาพที่เห็นตอนออกจากลิฟท์ค่ะ ชั้นนี้ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรนัก

เดินไปสักพักจะเจอเอง ในเวลาไม่นาน

บอร์ดอวยพรวันเกิดไอดอลที่เกิดเดือนมีนาคม

เขียนมั่ง

ใกล้ๆ กันจะมีเกสต์บุ๊คด้วย ทิ้งข้อความไว้ซะหน่อย เขียนคันจิไม่เป็นค่ะ ไม่ต้องอ่าน เขิล

ลายเซ็นเรย์จามะ

โปสเตอร์เดินทางมาไกลมาก จากอาคิบะมาถึงฮาคาตะ

โปสเตอร์มูฟวี่มาส พร้อมลายเซ็นสด

รูปอื่นๆ ดูในอัลบั้มค่ะ https://www.flickr.com/photos/112374766@N05/albums/72157666919279202/with/25783250004/ รูปของจริงไซส์ใหญ่นะคะ ซูมดูได้

หลังจากนั้นไม่รู้อะไรดลใจ เหมือนตอนที่เดินกลับสถานี JR เราจะเจอป้ายโฆษณาอะไรเข้าล่ะมั้ง และเห็นว่าโยโดบาชิฮาคาตะเปิดตอน 9.30 น.

อ้าว! ทีแรกนึกว่าเปิด 11 โมงนะนั่นถึงจะไปซื้อที่สนามบิน ตอนนั้นดีใจมากที่ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว เลยพุ่งไปโยโดบาชิชั้นล่างสุดเพื่อหาซื้อซิม เข้าไปด้านหน้าสุดจะเจอตะแกรงแขวนซิมเรียงเป็นตับเลย แต่ไม่เจอบีโมไบล์ที่อยากได้ เปิดดูสกรีนช็อตที่เซฟจากโรงแรมตอนหาข้อมูลโยโดบาชิฮาคาตะเมื่อคืน…..เอ บีโมไบล์ ศูนย์อยู่ตรงประตูตะวันตก???? แล้วตรงไหนละว้อย???? เดินมั่วไปมั่วมา เจอบูท docomo…….คงจะใช่ล่ะมั้ง เข้าไปถามพนักงาน เขาทำหน้างงนิดนึง (คือรู้ตัวค่ะว่าออกเสียงแย่) เลยเอาสกรีนช็อตที่เซฟไว้ให้เขาดูเลย (ทุกคนควรทำนะคะ เซฟรูปไว้ในมือถือ) พนักงานหาๆ สักพักบอกว่าไม่มีแบบที่เป็น nano sim เลยซื้ออันที่ใช้ข้อมูลได้ 1 GB แบบ 7 วันมาแก้ขัดไปพลางๆ มั้ง (นึกไม่ออกละว่ารุ่นไหน แต่ docomo เหมือนกัน เจแปนพรีเพดซิมอะไรสักอย่างที่ใช้ LTE ได้)

จริงๆ เมื่อคืนตอนจิ้มสั่งซิมจากเว็บโยโดบาชิ เราเลือกมารับของที่นี่ (โยโดบาชิ ฮาคาตะ) นะ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ออเดอร์โดนแคนเซิล เลยให้ไปลงโรงแรมแทน………..สงสัยที่เราสั่งคือชิ้นสุดท้ายพอดีรึเปล่า lol เอาเถอะแค่แก้ขัด โดนไป 1800 เยน….แล้วไปชั้น 3 แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อถ่านกระดุม Maxell มาเพิ่ม 2 ก้อน โคตรแพง TwT มีถ่าน Suncom เหลือจากคราวคอนสิบหรือ SSA ไม่รู้ 10 ก้อน (บังเอิญคุ้ยเจอ) เลยซื้อเพิ่มเอาใช้กับแท่งไฟ 2 แท่ง…สั่งถ่านซันคอมมาลงอมาซอนก็ไม่ทัน….แพลนพังที ไปหมดเลย

ซื้อเสร็จก็ต้องเซ็ตซิม…..เบื่อ docomo นะ ว่าทำให้ทันใส่ปุ๊บใช้ปั๊บไม่ได้รึไง ต้องมาวุ่นวายหาไวไฟโหลดโปรไฟล์มาลงเครื่องก่อนเนี่ย โว้ยยยยยยย

และเราได้ซาบซึ้งกับความเทพของประเทศเกาะนี้ตรงในสถานีฮาตาตะมีไวไฟฟรีให้ใช้ค่ะ ไวมากด้วย ลงทะเบียนแป๊บเดียวก็เล่นได้แล้ว โหลดโปรไฟล์มาลง เน็ตยังไม่ติดทันที ต้องปิดเครื่องก่อนรอบนึงล่ะมั้ง พอเล่นเน็ตได้แล้วก็รีบไปขึ้นชินคันเซ็นกลับทันที….

นี่ล่ะค่ะสาเหตุที่ถ่ายภาพหน้าสถานีฮาคาตะ แฮ่ เพราะฉากหลังคือสถานีฮาคาตะ (แต่ฮอลล์อยู่คิตะคิวชูนะครัฟ)

เมื่อคืนตอนใช้ไวไฟโรงแรมคุยกับโป้ยคุง เราขอเบอร์ไว้แล้ว และบอกเขาไว้ก่อนว่าจะไปซื้อซิมสนามบิน โป้ยก็น่ารัก อาสาว่าถ้ามีอะไรอยากซื้อบอกได้นะ เลยฝากชามอุด้ง แก้วมัก พวงกุญแจอะครีลิกใหญ่เบิ้มไป พอนั่งอะไรเรียบร้อยก็ทักไลน์ไป

DN “ใช้เน็ตได้ละ เดี๋ยวจะกลับไปต่อแถวซื้อของ ฝากซื้อแพม 2 เล่มได้มั้ย” (มีคนฝากซื้อ รวมของตัวเองด้วยต้องซื้อ 5 เล่ม แต่เค้าจำกัดซื้อได้คนละ 3 ชิ้น ขี้เกียจต่อ 2 รอบ)
โป้ย “ตังค์ไม่พอ พอแถวหมดแล้วก็ซื้อสบายแหละแพม”
DN “โอเค งั้นเอาแค่เท่าที่ขอเมื่อคืนก็ได้ ตอนนี้อยู่สถานีโคคุระละ”
โป้ย “อีก 2 ชั่วโมง——“ (ตอนนั้น 11 โมง และเวลาเปิดให้ซื้อของคือบ่ายโมง)
DN “(ถึงท่าขึ้นรถบัสสถานีโคคุระ) รถบัสขึ้นสาย 38 หรือ 45 ก็ได้ใช่ป่ะ”

ท่ารถสถานีโคคุระ ถ้าจำไม่ผิดมี 7 ป้ายค่ะ ตอนนั้นเหมือนจะวิ่งวนดูอยู่ว่ารถที่ไปโซเลย์ฮอลล์จอดป้ายไหนบ้าง บางป้ายมีหลายสายจอด บางป้ายมีสายเดียว

รถบัสที่ให้บริการในแถบคิวชูแถวนี้บริหารโดยนิชิเท็ตสึกรุ๊ป ขึ้นรถจากตรงกลาง ใช้ IC Card ได้คือถูกใจมาก สบายดี รถบัสครอบคลุมการเดินทางในโคคุระส่วนใหญ่เลยล่ะค่ะ ทีนี้โซเลย์ฮอลล์เป็นสถานที่แปลกๆ คือไกลทั้งจากสถานีโคคุระและนิชิโคคุระ – – เดินทีนี่ไม่ถึงขั้นขาลาก แต่ก็นาน ดังนั้นนั่งบัสเอาสบายกว่า

DN “บ้าน่า รสบัสรอบต่อไปตอน 11.38” (ตอนนั้น 11.16)
โป้ย “เดินเอาไวกว่ามั้ง แล้วข้าวกลางวันเอาไง?”
DN “รสบัสมีสาย 27 อีกแฮะ / ซื้อของเสร็จแล้วค่อยไปกินมื้อกลางวันกัน”
โป้ย “อาหารไทย?”
DN “อันนั้นมื้อเย็น กลางวันกินอะไรก็ได้”
โป้ย “งั้นไปสึเกะซังอุด้งกัน!”

คิตะคิวชูไม่มีมาคิโนะอุด้งก็จริง แต่มีร้านนึงที่เป็นร้านขึ้นชื่อของคิตะคิวชูอยู่ นั่นคือสึเกะซังอุด้งค่ะ ซึ่งเราเองอยากกินอยู่แล้ว เพราะฟังรายการถ่ายทอดสดของเซริซาวะ P กับชิโรซาวะ P แล้วเขาแนะนำมา

แต่ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าจริงๆ โป้ยคุงมีเหตุผลมากกว่านั้น…..

DN “ก็ดีนะ มีสาขาที่อุโอมาจิใช่ป่ะ จำได้แค่ว่าอยู่ใกล้ๆ แถวนี้”
โป้ย “ใช่ๆ เดินไปจากฮอลล์ จะเจอปราสาทโคคุระกับซากุระ สวยมากเลย”
DN “ดีจัง มีแววจะได้เดทสินะะะะะะะะะะะ”

คุยสักพักก็ขึ้นรถ เจอซากุระก็แอบกรี๊ด (สารขัณฑ์ตื่นซากุระ) จริงๆ หลังจากมองเมืองจนทั่วแล้ว ที่นี่ไม่มีบรรยากาศบ้านนอกเลยนะคะ เจริญมากแต่ไม่วุ่นวาย ณ ตอนนั้นเราคงหลงรักโคคุระไปแล้วล่ะ ใช้เวลานั่งรถประมาณ 15 นาทีจากสถานีโคคุระจึงมาถึง………..

ลงจากรถบัสปุบ สิ่งที่แทงตาอย่างแรกคือแถวรอซื้อของ ถถถ เห็นแต่ไกล ถึงกับหลุดขำ (ป้ายลงอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม) เลยได้ถ่ายรูปก่อนข้ามถนน

พอต่อแถว มีดิวนูคนนึงมาต่อแถวยืนข้างๆ รวบรวมความกล้าสักพักก่อนจะชวนคุย คุยได้เรื่อยๆ เลย เธอชื่อคาโอริซัง ให้นามบัตรกับเพรทซ์ไป (เธอไม่ได้เอานามบัตรมา) คุยเรื่องแพลนเราจะไปเที่ยวเกาะแมวด้วย เธอบอกว่าเป็นคนฟุคุโอกะแท้ๆ แต่ไม่เคยไปแฮะ ไว้โกลเด้นวีคค่อยไป ฯลฯ

ทีนี้เจอคนคนนึงที่น่าจะเป็นคนรู้จัก เลยทักเขาไปว่าแต่งตัวงี้ๆ ใช่มั้ย ปรากฏว่าใช่อีก อย่างฮา บอกไปว่าถ้าซื้อของเสร็จยังไง แลกนามบัตรกันนะ

คนน้อยแท้ๆ แต่แถวขยับค่อนข้างช้าค่ะ รอจนผ่านไปชั่วโมงนึงแล้วก็ไม่ไปไหน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แดดไม่ใช่ไม่ร้อนนะ ร้อน ถึงอากาศจะหนาวประมาณ 15 องศาก็เถอะ

ก็ประมาณนี้ล่ะนะ

อ้อใช่ลืมบอกไป….(น่าจะทุกคอนเสิร์ตมั้ง?) จะมีฟอร์มให้กรอกว่าจะซื้ออะไรบ้าง อย่างละกี่ชิ้น แล้วให้เรารวมเงินให้เสร็จก่อนล่วงหน้า เพื่อว่าเวลาคิดเงินจะได้รวดเร็ว สามารถดาวน์โหลดจากเว็บลาลาบิทแล้วกรอกล่วงหน้าไปก่อนได้หรือกรอกตอนต่อแถวค่ะ จะมีสต๊าฟคอยตะโกนถามอยู่

ถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อยรอแถวเคลื่อน พอสักบ่ายสองแถวเริ่มเคลื่อนไวขึ้น จนเวลาประมาณ 14.15 น. โป้ยคุงไลน์มาบอกว่าซื้อของเสร็จแล้วนะ ตอนนั้นเรายังอยู่หน้าทางเข้าอยู่เลยบอกให้ไปทำอย่างอื่นฆ่าเวลาก่อนละกัน มีแววจะได้ซื้อตอน 3 โมง แถมเราต้องซื้อซีดีต่ออีก สักพักโป้ยที่ไปเดินเล่นซุปเปอร์แถวนั้นอยู่บอกโอเค งั้นเจอกันสามโมง ก่อนหน้านั้นเราก็บอกไปก่อนแล้วว่าแต่งตัวอะไรยังไง ถ้าติดต่อกันไม่ได้ก็เจอกันที่ป้ายรถเมล์หน้าฮอลล์…

ตอนยืนนี่คิดนะ…..เมื่อวานขาแข็งมา 8-9 ชม. แล้ววันนี้ยังต้องมายืนต่อ ตูไปฆ่าใครมารึไงเมื่อชาติปางก่อน….

รอแล้วรอเล่าในที่สุด!!!!!!!!!!!!

เข้ามาในฮอลล์แล้วกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พ้นแดดพ้นลมซะที ในฮอลล์เปิดเพลงจาก Solo Collection Vol.3 (ซีดีหน้าคอนรอบนี้) ประกอบด้วยค่ะ ดีจังที่ยังไม่มีของหมด แต่ไม่นานนัก….

สต๊าฟ “แท่งไฟของคุณทานากะ โคโตฮะหมดแล้วครับ”

ฟังแล้วรู้สึกชอบแฮะ…..สต๊าฟไม่ได้มองว่าเป็น “แค่ตัวละคร” แต่เรียกแบบให้เกียรติเหมือนเป็นคนคนนึง ปลื้มจัง พอเข้ามาในๆ ถึงเห็นว่าแก้วมักหมดแล้ว (ขอบคุณโป้ยมากจริงๆ….) ส่วนชามอุด้งยังเหลือพอควร

โป้ยคุงไลน์บ่นมาเป็นพักๆ ว่าหิว เราบอกว่าซื้อของเสร็จขอเอาของไปเก็บโรงแรมก่อนนะค่อยไป แต่นางงอแง บอกไปทั้งงี้แหละ หิว…..โอเค =w=

ถึงคิวเรา ปรากฏว่าเหมือนจะเขียนเลขสินค้าผิด รวมเงินผิดไปนิดนึง แต่ไม่เป็นปัญหามากนัก ซื้อสำเร็จด้วยดี (ซื้ออะไรบ้างรอดูตอนท้าย) เสร็จแล้วหอบของออกมาจัดที่โต๊ะหน้าฮอลล์

อ้อใช่ค่ะ คอนไอมาสไม่มีถุงให้เวลาซื้อของ ต้องเตรียมถุงมาเองหรือซื้อช็อปปิ้งแบ็กตอนซื้อของ ราคาถูกมากค่ะ 500 เยนเอง แต่ทนโคตร ย่ามคอน 10 นี่ใส่ลุยมาเจ็ดย่านน้ำ ใส่ของหนักๆ มาก็เยอะ ยังไม่ขาด แถมจุของได้มหาศาล ขอแนะนำว่าใครมีโอกาสไป จงซื้อ มันคือสินค้า MVP ที่ยังไงก็คุ้มเงินแน่นอน

ตอนนั้นเริ่มเห็นสต๊าฟเอากล่องใส่ของขวัญให้สาวๆ ออกมาวางแล้ว เลยถามว่าหย่อนได้เลยเหรอ สต๊าฟบอกหย่อนได้เลย…..เสียดายไม่ได้พกมาด้วยตอนนั้น จะได้จัดการให้จบๆ ไป

ออกจากฮอลล์มาอีกทีก็เข้าไปซื้อซีดี โล่งค่ะ ไร้คน (คนละแถว เลยต้องออกแล้วเข้าใหม่)….นี่แหละคือข้อดีของสถานที่สเกลเล็กๆ….มีคนฝากซื้อมาหลายคน เราเลยจัดใส่ในแพลน (ไฟล์บนกูเกิ้ลด็อคที่ลงไว้ในตอน 2) ไว้แล้วว่าแต่ละรอบจะซื้อแผ่นไหนยังไงบ้างเพื่อเอาถุงพิเศษที่แจกเฉพาะหน้า คอนเมื่อซื้อครบทุก 7000 เยน…..ประเด็นคือแถวมันโล่งไง ไม่มีใครมาต่อแล้ว เลยต่อรองกับแคชเชียร์ว่างั้นขอซื้อทีเดียวเลยได้มั้ย ไม่ต้องวนต่อแถวใหม่ ก็ได้ข้อสรุปว่าซื้อรวดเลยนั่นแหละ แล้วแยกบิลเอา เพื่อให้ได้ถุง 4 ใบ

คือ มันคงวุ่นวายไปหน่อย…..ซื้อไปซื้อมา………มีรอบนึงทำไมมันขาด…… ด้วยความรีบและหิว คิดว่าตัวเองคงคิดมาผิดแต่แรก เลยหยิบแผ่นที่ตัวเองยังไม่มี นั่นคือ 765PRO LIVE THE@TER COLLECTION Vol.1 (นอกนั้นมีหมดแล้วอ่ะค่ะ……) คิดเงินอะไรเสร็จเรียบร้อย ถุงครบ เราออกมายืนตรงป้ายรถเมล์แล้วโทรไลน์เรียกโป้ยให้มาหา….โป้ยคุงมาหาในเวลาไม่นาน คือเราก็เพิ่งเจอเขาครั้งที่สองอ่ะนะ แต่รู้สึกทำไมหน้าไม่เหมือนคราวที่เจอตอนคอนสิบ ถถถถถถ (ผมยาวขึ้น? สงสัยอยู่แต่ก็ไม่ได้ถาม) ใส่หน้ากากมาเพราะแพ้ละอองดอกไม้

นั่งรถบัสจากหน้าฮอลล์ไปสึเกะซังอุด้งกับโป้ย บอกให้นำทางเลย เพราะเมื่อวานเจอเคราะห์กรรม จึงไม่ได้สำรวจอะไรแถวนี้ทั้งสิ้น()

ถ่ายสักหน่อย ป้ายสุดท้ายที่ยังไม่ได้ถ่าย เจอหน้าทางออกช่องซื้อซีดีพอดี

นั่งรถบัสมาที่อุโอมาจิ ให้โป้ยนำทางไปร้านสึเกะซังอุด้ง (โป้ย – ผมก็เพิ่งเคยมาที่นี่นะครัฟ…….)

DN “เออ จะบอกว่าเราไม่รู้ว่ะว่าโซบะ ราเม็ง อุด้งต่างกันยังไง”
โป้ย “ห่ะ….?”
DN “เส้นเหมือนกันหมดนิ? อันไหนก็แป้งเหมือนกันนิ?”
โป้ย “…….(ทำหน้าแบบเหนือความคาดหมาย) คือมันก็ใช่”
DN “ต่างกันยังไง อธิบายหน่อย”
โป้ย “(พยายามอธิบายอยู่ แม้จะไม่ละเอียดฉะฉานเท่า K ซังเมื่อคราวคอนสิบ แต่ก็พยายาม)”
DN “(ทำหน้างงว่าตกลงมันต่างกันยังไงวะ)”
โป้ย “เส้นอุด้งมันจะเหนียวๆ นุ่มๆ ส่วนเส้นราเม็งจะบางๆ กว่า” (พูดมากกว่านี้ แต่จำได้แค่นี้)
DN “อ้อ….”
โป้ย “ลองกินเทียบกันดู เดี๋ยวก็รู้เอง”

เข้าไปเปิดดูเมนู ตะลึงมาก….คือทำไมมันถูกกว่าโตเกียวและปริมณฑลไปหมดเลยวะ ทุกชามไม่ถึง 800 เยน (นึกถึงตอนกินราเม็งที่ร้านในลานเคยาคิที่ SSA….ชามละ 800 เยน….) ไม่รู้จะกินอะไร จดๆ จ้องๆ อยู่นาน

โป้ย “เนี่ย โมโจะแนะนำคาชิวะ (เนื้อไก่) อยู่”
DN “ห่ะ?”
โป้ย “บนบล็อกไง”

….อ้อ นี่สินะเหตุผล มิน่าทำไมอยู่ๆ ถึงอยากจะดั้นด้นมากินร้านนี้….

มิน่าถึงโน้มน้าวจังว่าซากุระข้างทางสวยงั้นงี้….(ให้เดินมากินด้วยกัน) คือ  1 เม.ย. ตรูผจญเวรกรรมอยู่ค่ะ เลยไม่รู้ว่าสามสาวมิวเรเค้าอัพบล็อกอะไรกัน()

โป้ย “(เรียก พนง.) เอาคาชิวะที่นึงครับ ดาร์คนีออนซังเอาอะไร?”
DN “(มองเมนูแล้วก็รู้สึกว่าน่าอร่อยดี) เอาแบบนายแล้วกัน”

สั่งเสร็จ ระหว่างรอก็เจอคนรู้จักที่พูดถึงข้างบน ชื่อยาโบเท็นซัง เจอตอน SSA ค่ะ ตอนคอน 10 ปีก็เหมือนจะเห็นเขาแว้บๆ มารอบนี้ก็เจออีก ไม่ได้นัดแต่เจอกันทุกรอบ ปรากฏตัวทุกที่ทุกคอน (ฮา) ตอนซื้อของมันวุ่นๆ วายๆ ว่าจะไปทักทาย แลกนามบัตรใหม่เลยไม่ได้แลก มาเจอกันในร้านอุด้งอีก ถถถถถ เลยเข้าไปทักทาย พูดคุย แลกนามบัตรพอเป็นพิธี

รสชาติเหรอคะ…..ขออภัย…….อร่อยมาก อร่อยเหรี้ยๆ อร่อยจนอยากก้มลงกราบอะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกช้างได้มากินร้านนี้ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานด้วยแล้วยิ่งอยากร้องไห้….ร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมันคืออะไรกัน….

โป้ย “ที่โน่นไม่ได้ใช้ตะเกียบกินข้าวกันรึไง?”
DN “อ่า…อื้ม………ว่าแต่มองออกง่ายขนาดนั้นเชียวว่าเราใช้ตะเกียบไม่เก่ง -_-“
โป้ย “ก็นะ งกๆ เงิ่นๆ ชัดเจนซะขนาดนี้”
DN “……..”

กราบขออภัยคนไทยที่ใช้ตะเกียบคล่องทุกคนด้วย……

จากนั้นก็รับของที่เราฝากโป้ยคุงซื้อไว้และจ่ายเงิน พวงกุญแจกับแก้วมักเซริกะก็ขายต่อโปโป้ยคุงไป จำไม่ได้ว่าสั่งของหวานเพิ่มเติมอะไรอีกรึเปล่า เราเสนอตัวเลี้ยงโป้ยเอง

ได้ข่าวว่าคืนนั้นกามิพี นาคากาวะซังกับเอย์จิพีก็ไปแวะกินที่นี่ (เหมือนจะไม่ใช่ครั้งเดียวด้วย เพราะวันต่อๆ มาก็มีคนรายงานว่าเจอคนใหญ่คนโตไปกินร้านนี้)

แต่ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเชื่อถือได้แค่ไหน อยากทวิตอะไรก็ทวิตได้อยู่แล้ว

กินเสร็จก็เดินกลับ (จากตรงนี้ไปใกล้สถานีโคคุระ) แยกย้ายเอาของไปเก็บโรงแรม แล้วนัดว่าจะมาเจอกันหน้าร้านอิซากายะแถวนั้น

ก่อนออกจากโรงแรม เราหยิบถุงของฝากที่จะเอาไปให้ร้านดอกไม้ที่สั่งทำดอกไม้รอบนี้ด้วย ไปเจอโป้ยคุงที่จุดนัดพบ แล้วบอกว่าอยากไปร้านนี้ก่อน แล้วแวะไปฮอลล์อีกทีเพราะจะซื้อแพมที่ยังไม่ครบ แล้วค่อยไปเดทกันที่ปราสาทโคคุระ

โป้ยคุงน่ารักมาก ไม่บ่นอะไรสักคำ ถามตลอดว่าใส่หน้ากากแบบนี้แล้วฟังยากมั้ย เพราะปกติตอนไม่ใส่หน้ากากก็มีคนบอกว่าเขาพูดฟังยากอยู่แล้ว (เรา – “อ้อ ก็พอฟังออก แต่สกิลการฟังเรากากอยู่แล้วล่ะ ไม่เกี่ยวกับนายหรอก”) ถามว่ายังเดินไหวมั้ยอะไรมั้ย (เรา – “ไม่ต้องห่วง เมื่อวานเจอมาหนักกว่านี้เยอะ ตอนนี้ตูมั่นใจว่าตูแกร่งกว่าใครแล้ว สามารถล้มไททันได้ด้วยมือเปล่า ถ้ามันไม่แย่กว่าเมื่อวานก็จิ๊บๆ”) แต่พอไปถึงปรากฏร้านดอกไม้ปิด =w=……………..จะว่าปิดก็ไม่ใช่เพราะวันนี้ร้านเพิ่งเอาดอกไม้ไปส่ง แล้วส่งเมลมาให้เราตอนกำลังเมาท์กับคาโอริซังอยู่เลย

….มีป้ายแปะหน้าร้านเฉยๆ ว่าไม่อยู่ แต่ร้านไม่ได้ปิด….เราเลยตัดใจว่ามาพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน (ยังมีเวลาอีกตั้ง 3-4 วัน) ตอนเดินจากร้านไปฮอลล์นี่ก็ไกลเอาเรื่อง แอบเหนื่อย >_<

มาถึงฮอลล์ประมาณ 5 โมงเย็น (เลิกขายของตอน 6 โมงเย็น) ซื้อแพมเสร็จ เราก็ชวนโป้ยคุงขึ้นไปดูโอเอ็นพาเนลที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของฮอลล์ ต้องเข้าด้านหลังรั้วที่กั้นสำหรับคนซื้อของ เห็นป้ายรั้วที่มีผ้าไอดอลมาสเตอร์ด้านบนแล้วใช่มั้ยคะ ทางเข้าอยู่หลังรั้วนั้นแล….

มีบันไดเลื่อนให้ขึ้นด้วย หรูจริงๆ ฮอลล์นี้ พอขึ้นมาก็เจอเรียงเป็นแถบค่ะ คนโล่ง ไม่มีใครเลย เราเข้าไปไล่ถ่ายรูปมาหมด ดูได้ในอัลบั้มนี้ https://www.flickr.com/photos/112374766@N05/albums/72157666919279202/with/26322386301/

ลายเซ็นของผู้แสดงจะเขียนเพิ่มทุกรอบที่แสดงและเขียนตอนวันคอน ของเท็นจังจึงยังมีแค่ของรอบเซ็นได
ของคนอื่นที่แสดงแค่รอบนี้อย่างปิรามิซัง อัตสึฮิเมะซัง เด็นจัง ทาเนะซังก็ไม่มีลายเซ็นเหมือนกัน ต้องรอวันจริงเลย

ชื่อตัวเองบนพาเนลชิโฮะ ของคนที่มารอบนี้ลงไปสามคนคือ
ชิโฮะ คานะ ยูริโกะ

 

มีสแตนด์จากบริษัทต่างๆ 5 อันค่ะ เพราะสถานที่เล็กมาก รอบนี้แฟนๆ เลยส่งได้แต่กระเช้าดอกไม้……….เห้ย!!! สแตนด์จากกรี!!!! (ตะลึง)

…………โอเค เสร็จธุระ ลุย!!! เดทปราสาทโคคุระ……….เดินอีกครัฟทั่น เดินมาทั้งวันชักเหนื่อย เลยแวะพักสวนสาธารณะกลางทางกันพักนึง พลางคุยโน่นนี่เรื่อยเปื่อย เราขอตั๋วโป้ยคุงมาก่อนเพื่อว่าพรุ่งนี้จะได้ต่างคนต่างไปทำอะไรที่อยากทำ ไม่ต้องเกาะติดกันตลอด (เราเองก็เกรงใจเขา จะให้มาเกาะติดกับเราตลอดก็ใช่ที่) แต่ตรงนี้อยากดรอปคิกนิดนึง มาทวงเงินค่าตั๋ว (จ่ายแล้วโว้ย ฝากเพื่อนโอนให้ไปแล้วไง)

รูปนี้ถ่ายตอนนั่งคุยกับโป้ยที่สวนสาธารณะ (แต่ไม่ได้ลงตอนนั้นทันที) เจ้านี่คือสินค้าที่รู้สึกว่า………ทำไมตูถึงซื้อมาฟะ

DN “ตื่นเต้นคอนพรุ่งนี้แหะ ถ้า KisS มานี่กรี๊ดจริงๆ นะ ยัคไคจริงนะ”
โป้ย “จะกรี๊ดก็กรี๊ดไปเหอะ แต่ขออย่างเดียว ตอนโมโจะออกมาอย่าสติแตกพอ ช่วยเงียบๆ”
DN “โอเคๆ จะทำตามที่ขอwwwwww”

พักเสร็จแล้วก็ไปปราสาทโคคุระกันค่ะ มีคนมาโชว์การแสดงกายกรรม? ไม่เชิงกายกรรม แต่เขาโยนอะไรสักอย่างขึ้นไปสูงมากแล้วรับได้ คือโชว์แสดงอะไรที่มันเกินมนุษย์ๆ ผาดโผน ราวๆ นั้น

มีคนปูเสื่อนั่งกินโน่นกินนี่กันใต้ต้นซากุระ

DN “ซากุระบานเต็มไปหมดเลย สวยเนอะ”
โป้ย “อืม”
DN “ไม่ได้หวังว่าจะมาดูซากุระแท้ๆ แต่บังเอิญโคตรที่มาเจอตอนบานเต็มที่พอดี ครั้งแรกเลย”
โป้ย “อืม”
DN “ดีจัง ดีจังที่มาถึงได้โดยปลอดภัย TT_________TT”
โป้ย “อืมwww”

คนเยอะ เยอะมาก มีแต่คน ไม่มีที่เดิน

 

แผงลอยเต็มไปหมด แต่ไม่ได้ซื้อค่ะ คนมาดูดอกไม้กันเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เจอแต่คน

เราบอกโป้ยว่าที่นี่มีศาลเจ้าด้วยนะ ชื่อว่าศาลเจ้ายาซากะ เจอป้ายบอกทางอยู่ แต่พอเดินมาถึง ปรากฏว่า……

มาไม่ทันค่ะ ปิดซะก่อน หมดกัน แพลนเดทตรู กะจะมาขอพรจากเหล่าเทพเจ้าพร้อมกับหนุ่มน้อย…………………..orz โถ………………….

ภาพจากมุมสูงก็สวยดี

เหตุผลที่ไม่ได้ซื้อของกินจากแผงลอย เพราะพวกเรายังมีเป้าหมายเดทอีกที่ หลังจากเห็นว่าศาลเจ้าปิดแล้วก็เลยชวนไปร้านดีกว่า

DN “กินข้าวเย็นกันยัง?”
โป้ย “อื้อ ร้านปิดกี่โมง”
DN “เช็คในเน็ต เหมือนจะห้าทุ่ม แต่เราไม่รั้งนายไว้ดึกหรอกน่า ไปกันดีกว่า”
โป้ย “โอเค”
DN “ร้านนี้นะ (ให้ดูแมป) นำทางหน่อยwwwww”

ตระหง่าน

เดินผ่าน Riverwalk เราเลยบอกโป้ยเรื่องสะพาน 10 แห่งที่มีประวัติทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดนึงในโคคุระได้เหมือนกัน สะพานที่ข้ามแม่น้ำมุราซากิในโคคุระเหนือนั้นจะเรียงกันเป็นตับเยอะมาก และแต่ละสะพานมีธีมของตัวเองด้วย เช่น ลม น้ำ ไฟ เสียง ฯลฯ ตอนที่ไปก็ได้ข้ามสะพานนกน้ำกับสะพานดวงจันทร์ค่ะ เพราะเป็นโซนที่เดินบ่อย

พวกเราเดินมาถึงสถานีโคคุระ ด้วยความที่ขี้เกียจจะเดินแล้ว เลยบอกโป้ยว่าจากตรงนี้ขึ้นรถโมโนเรลนะ ขึ้นกันครั้งแรกทั้งคู่เลย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ โมโนเรลของสถานีโคคุระหน้าตาประมาณนี้ สภาพข้างในนั่งแล้วนึกถึง BTS บ้านเรา ขึ้นสถานีเดียวก็ลงค่ะ เพราะร้านไม่ไกลมาก อยู่สถานี Heiwadoori (แยกเฮย์วะ)

ร้านที่พวกเรามากินมื้อเย็นกันคือร้านอาหารไทยร้านเดียวในโคคุระเหนือ ชื่อร้าน モジョタイ อยู่ชั้่นสองของตึก 坪根ビル เราเคยชวนโป้ยจะไปกินข้าวด้วยมานานแล้ว ตั้งแต่คอนสิบปี แต่ตอนโน้นต่างคนต่างไม่มีเวลา ตอนนี้ได้จังหวะพอดีแล้วก็ถือโอกาสขอบคุณไปในตัว เราเลยจะขอเลี้ยงอาหารไทยเอง หาข้อมูลมาเยอะมาก (ฮา) ยังมีอีกร้านนึง แต่อยู่แถวโมจิโค ไกลไปหน่อย ไม่อยากลากไปไหนไกลก่อนวันคอน เท่าที่อ่านคะแนนรีวิวแล้ว คนญี่ปุ่นหลายคนบอกว่าร้านนี้อร่อย ได้แต่หวังว่าโป้ยคุงที่มีรสนิยมค่อนข้างเรื่องมาก (เผ็ดไม่เอา ทุเรียนทอดบอกไม่อร่อย ชอบหวานๆ) น่าจะถูกใจบ้าง

เข้าไปสั่ง ต่างคนต่างดูเมนู……ลำบากใจกันคนละแบบ ทางคุณโปโป้ยไม่รู้จักอาหารไทย ไม่รู้จะกินอะไร รูปตัวอย่างก็มีแต่แดงเถือกๆ จะเผ็ดมากมั้ยก็ไม่รู้ ส่วนเราเกิดความสงสัยในใจว่าทำไมกรูจะต้องมากินอาหารไทยถึงต่างแดน แถมเมนูมันเขียนว่าอะไรวะ อ่านยากชิบ (ฮา)

DN “เลือกให้เอาป่าว?”
โป้ย “อืม (ยื่นเมนูมาให้)”
DN “(เอ อันไหนที่น่าจะไม่เผ็ดแล้วกินง่ายๆ วะ อยากแนะนำต้มยำกุ้งให้อยู่หรอก
แต่ถ้ากินของเผ็ดที่กระเพาะไม่คุ้น เกิดพรุ่งนี้มันท้องเสียล่ะแย่เลย อาหารรสไม่จัดน่าจะดีกว่า)”
โป้ย “………”
DN “เอาอันนี้ละกัน (เรียก พนง.) ขอโทษค่ะ สั่งอาหารหน่อย อยากได้เมนูนี้แบบเผ็ดน้อยๆ น่ะค่ะ
เพราะว่าเขา (ชี้โป้ย) เพิ่งกินอาหารไทยครั้งแรก แล้วก็ไม่ค่อยชอบเผ็ด”
พนง. “อ๋อ เรื่องนั้น……งั้นเดี๋ยวเรียกเจ้าของร้านมานะคะ….”

เจ้าของร้านก็มาปรับทัศนคติ —- เอ๊ย อธิบายให้โป้ยฟังสักพักว่ามันไม่เผ็ดหรอก เพราะทางร้านปรับให้ถูกปากคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว เราก็นั่งมองเลือกๆ ว่าจะกินอะไรดี คือราคามันก็แพงอยู่ไง อาหารไทยที่เคยกินราคาไม่ถึงร้อย มาจ่ายจานละ 2-300 บาทก็คิดหนัก……ไม่รู้จะกินอะไร เลยสั่งข้าวมันไก่มาจานนึง

DN “เออ เพลงที่เปิดอยู่ในร้านเนี่ย เพลงภาษาไทยล่ะ”
โป้ย “รู้จักเหรอ?”
DN “ไม่wwww แต่ฟังรู้ว่าภาษาไทย”

เป็นเพลงหมอลำค่ะ ไม่รู้คุณเจ้าของร้านไปหามาจากไหน เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นนะ อาจจะมาเมืองไทยประจำล่ะมั้ง

เมนูของโป้ยมาก่อน นายคนนี้ก่อนจะกินอะไรถ่ายรูปเก็บไว้ตลอดนะ (ฮา) แต่ไม่ค่อยทวิตเท่าไหร่ คงเก็บไว้ดูเอง ของเราตามมาในอีกไม่นาน ตอนแรกๆ โป้ยก็เขี่ยๆ อยู่ เหมือนไม่รู้ว่าจะกินยังไง

อยากรู้สินะคะว่าเราสั่งอะไรให้? …..คนไทยทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ในวันที่ทุกคนไม่รู้ว่าจะกินอะไร คุณเข้าร้านไป คุณสั่งอะไรคะ?

ใช่………เมนูนั้น

.

.

.

.

.

รูปนี้ขอเจ้าตัวมาทีหลัง มาดูดีๆ อีกทีไหนวะกะเพรา (เข้าใจแหละว่าหาวัตุดิบไม่ได้)

กะเพราไข่ดาวของพวกเรา

 

ไฟในร้านมันสลัวๆ หน่อย มองอะไรไม่ค่อยเห็นนัก แต่เรามองไปก็เห็นแดงๆ เขียวๆ เลยรีบเตือน

DN “เห้ย เดี๋ยวๆๆๆๆ อย่ากินไอ้แดงๆ นั่นนะ มันเผ็ด”
โป้ย “?????”
DN “เขาเรียกอะไรนะ….เอ่อ (กดหาในดิก)……”
โป้ย “กินไปแล้วอ่ะ”
DN “ไหนบอกกินเผ็ดไม่ได้ไง!? แล้วไม่เป็นไรเหรอ เออ เจอละ อันนั้นมัน 唐辛子 (โทการาชิ – พริกชี้ฟ้า)”
โป้ย “ไม่เป็นไรหรอก ก็อันนี้มันปาปุริกะ (パプリカ – paprika พริกหยวก)”
DN “…………”

ต่างคนต่างก้มหน้ากินของตัวเองต่อไป เราแอบสังเกตปฏิกิริยาโปโป้ยคลุงตลอด ตอนแรกๆ เขี่ยๆ อยู่นะ แต่พอตักเข้าปากไปไม่กี่คำ นางก็เริ่มซัดโฮกอย่างเอร็ดอร่อย (ชนิดฟังเสียงตอนซัดก็รู้อ่ะว่าอร่อย) ส่วนข้าวมันไก่ที่เราสั่งมา รสชาติต่างจากกินที่ไทยค่ะ ข้าวรสชาติไม่ต่างกันแต่จะไม่มัน ไก่ไม่มัน โดยรวมแล้วปรุงเปรี้ยวๆ หน่อย น้ำจิ้มไม่มี ซุปไม่มีให้ =w= โป้ยถามว่าเป็นไง…เราบอกว่าปกติดี แต่สำหรับคนไทยแล้วมันจืดไปนิด

คนญี่ปุ่นโต๊ะข้างๆ สั่งต้มยำกุ้งมากินด้วย (ใส่หม้อดินเผามาเลย) ซดกันซู้ดๆ กลิ่นมะนาวช่างหอมหวน

เสร็จของคาว ต่อด้วยของหวาน โป้ยถามว่าไอ้ “กล้วยในนมมะพร้าว” มันคืออะไร……..เรานึกอยู่พักนึงก็……..

DN “อ๋อ คงอันนี้มั้ง (เสิร์ชหารูปในกูเกิ้ลแล้วเอาให้ดู)”

กล้วยบวดชีนั่นเอง…..

โป้ย “รสท่าจะหวานจัด”
DN “คนที่ชอบแล้วบอกว่าอร่อยก็มีนะ แต่เราไม่ชอบเท่าไหร่”
โป้ย “…..หืม…….”

สุดท้ายโป้ยเลือกสั่งไอติมรสมะพร้าว (เดาเอาว่าน่าจะเป็นรสกะทิ) เราเลือกเมนูอะไรสักอย่างที่มีชื่อ タピオカ  tapioca ตอนสั่งนี่ไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไร มารู้ตอนเขียนบล็อกเนี่ยว่ามันคือสาคู 5555555 น่าจะเป็นสลิ่มที่มีแต่สาคูล่ะมั้งที่กินไป…ระหว่างที่กินของหวาน โป้ยบอกว่าไอติมที่ตัวเองสั่งมารสชาติเหมือนอันนินโดฟุเลย รวมของสองคนหมดไปเกือบๆ 2500 เยน นับว่าไม่แพงเท่าไหร่มั้ง ถ้าเป็นโตเกียวอาจจะ 3000 เยนได้ มื้อนี้ก็เลี้ยงอีก เป็นความตั้งใจแต่แรกแล้วที่จะเลี้ยง

พอออกมานอกร้าน เราแกล้งแย็บถามว่าเป็นไง อาหารไทยครั้งแรก….โป้ยตอบเสียงอ่อยๆ ว่าอร่อยกว่าที่คิดเยอะ ก่อนหน้านี้เคยมีประสบการณ์กินอาหารเวียดนามมาก่อน แต่ไม่ถูกปากอย่างแรงและเผ็ดมาก เลยคิดว่าอาหารไทยคงเหมือนกัน (คือจริงๆ ที่เอ็งกินไปมันก็ไม่เชิงอาหารไทยหรอก ถถถถถ แต่ดีแล้วที่ถูกปาก)

หลังจากนั้นก็ไปอารุอารุซิตี้กัน เห็นอยู่ใกล้ๆ สถานีโคคุระ เพราะเรามีหนังสือที่อยากได้และจะหาซื้อแท่งไฟก่อน โป้ยพาเดินไป นึกว่าจะไกล เดินจากสะพานลอยด้านหลังสถานีโคคุระไปแป๊บเดียวเอง =w=

ที่นี่เป็นตึกรวมร้านรวงสายซับคัลเจอร์มากมาย อาทิเช่น มาจิอาโซบิคาเฟ่ อนิเมท เกมเมอร์ มันดาราเคะ ราชินบัง เมลอนบุ๊คส์ ฯลฯ ชั้น 5 กับชั้น 6 เป็น Kitakyuushuu Manga Museum และชั้น 5 มีพื้นที่สำหรับจัดโชว์อีเวนท์ด้วย

มาจิอาโซบิคาเฟ่ ข้างในมีสินค้าไอมาสขาย และมีคาเฟ่
แต่เพิ่งกินกันมา+ขายแพง เลยไม่ได้กิน

 

มุมไอมาสในอนิเมท

ซื้อแท่งไฟเคมีในอนิเมท เสียดายที่ไม่มี UW (ความสว่างเจิดจ้า แต่อยู่ได้ 4-5 นาที) เจอแต่ไดเซนโคว อาร์ค (大閃光 arc อยู่ได้ราว 15 นาทีแต่สว่างน้อยกว่า) เราหยิบสีขาวมา 10 อัน โป้ยบอกว่าตัวเองก็จะซื้อเหมือนกันแล้วหยิบสีชมพู 5 อัน มีการแซวเราด้วยว่า โห กะลุยเต็มที่เลยนี่นา (ฮา แหงสิ) จากนั้นก็เดินหาหนังสือที่อยากซื้อ อนิเมท เกมเมอร์ไม่มีเลย ไปได้ที่เมลอนบุ๊คส์นี่แหละ ใช้วิธีเดิมค่ะ คือเอารูปปกให้พนักงานดู ไม่หาเอง (เหอๆ) จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับโรงแรม

พอกลับมาถึงห้อง ซิมบีโมไบล์ที่สั่งไว้เมื่อคืนส่งมาถึงเรียบร้อย และมีเรื่องประทับใจอย่างนึงเกิดขึ้น คือมี P สองคนตามทวิตเรามาจากโน้ตที่เขียนไว้ที่สถานีฮาคาตะเมื่อเช้า O_O

เอพริลP กับฟราโยเมะP (คาดว่าย่อมาจาก ฟรานเดิล วะ โอเระ โนะ โยเมะ) ก็นัดเขาไปว่าพรุ่งนี้ (วันคอน) มาแลกนามบัตรกัน คือมั่นใจมากว่ายังไงเขาก็ต้องมาคอน 5555

ความเสียหาย…..ถุงดำนั่นเป็นของแถมเมื่อซื้อซีดีครบทุก 7000 เยน แล้วได้มา 4 ใบ() แพมเล่มละ 2500 เยน….
พอๆ ไม่ต้องคิดเงินแล้ว (คนอื่นฝากมาก็เยอะอยู่นะ ไม่ใช่ของตัวเองคนเดียว เหอๆๆๆๆ)

 

เอาไปซักมาเสร็จเรียบร้อย เพื่อใส่วันรุ่งขึ้น

 

อาวุธเตรียมรบ ถถถถถถถถ

จำไม่ได้ว่านั่งซักผ้า จัดของ เล่นเน็ตหรือทำอะไรต่อรึเปล่า เข้านอนตอนเกือบๆ ตีหนึ่ง…….ถือว่าไวละ

อา พอเช้ามาก็วันจริงแล้วเหรอ เรื่องจริงดิ……ดีจังเลยนะที่ผ่านนรกเมื่อวานมาได้ วันนี้มีความสุข สนุก เต็มอิ่มได้จนแทบลืมเรื่องเมื่อวานหมด….

พรุ่งนี้…………พรุ่งนี้แล้ว…………..

To be continued

Advertisements

2 thoughts on “บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (3) : วันเดทที่เฝ้ารอ [Live+Tour]

  1. อารมณ์คนละแบบกับตอนที่แล้วเลยทีเดียว
    แถมตอนนี้ยังได้ไปเดทกับหนุ่มน้อยอีก (เผา)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s