บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (9) : ทิ้งท้ายก่อนปรับสมดุล [Tour]

6 เม.ย.

ได้เวลากลับแล้วเหรอ ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่อยากกลับเลย คิตะคิวชู คิตะคิวชู ฮือออออออออออออออออออออออ

อาบน้ำเสร็จ ตรวจสอบของว่าไม่ลืมอะไรแล้ว จากนั้นจึงเช็คเอาท์ เราพูดกับพนักงานที่ฟรอนท์เหมือนกับสาขาอิเคบุคุโระคิตากุจิ 1 เมื่อตอนคอน 10 ปี 「大変お世話になりました」 (ขอบคุณมากที่ช่วยดูแล อะไรราวนั้น) ปฏิกิริยาคล้ายกันเลย คือ พนง.ดูอึ้งๆ ตะลึงแล้วยิ้มรับแบบดีใจ….ตกลงคำนี้ควรพูดหรือไม่ควรพูดน่ะ…..กลับมาถาม K ซัง เขาบอกพูดได้ไม่เป็นไร ที่ พนง.ตกใจอาจจะเพราะแปลกใจ ไม่คิดว่าต่างด้าวจะรู้จักคำที่ถูกที่ถูกโอกาสแบบนี้

ลากกระเป๋ามาซื้อชินคันเซ็น เช็คๆ เงินแล้วทริปนี้เงินเหลือเยอะกว่าที่คิดมาก เลยลองสักทีแล้วกัน

ชินคันเซ็นแบบกรีนครัฟ….ราคา 4150 เยน ความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้ต่างอะไรกับที่นั่งธรรมดา (จริงๆ ต่างนะคะ กว้างกว่า) และไม่ช่วยให้ถึงเร็วขึ้นแต่อย่างใด อาจเพราะเรานั่งแค่ 15-20 นาทีด้วยก็ได้

มาถึงฮาคาตะก็มองแผนที่ มองป้ายหาล็อกเกอร์เก็บกระเป๋า เจอล็อกเกอร์ว่างสำหรับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในเวลาไม่นาน ลองเป็นโตเกียวเรอะ เหอะๆๆๆๆ….

ดรอปกระเป๋าทิ้งเสร็จก็ไปทำธุระติดต้าง

อยากได้สักอัน แต่เราไม่ใช้อายมาสค์เนี่ยสิ

เดินผ่านศูนย์แนะนำนักท่องเที่ยวของ JR คิวชู มีแผ่นพับภาษาอังกฤษ จีนสองแบบ เกาหลี….นึกในใจว่าถ้าอยากทำภาษาไทยบ้างมาจ้างหนูได้นะเคอะ

รูปปั้นหน้าสถานี

ว่าแล้วก็ไปท่าปล่อยรถบัสเลย ไม่กินข้าวเช้าจากโรงแรมเพราะจะมากินมาคิโนะอุด้ง จริงๆ ตอนมาเมื่อวันที่ 2 เม.ย. เรายังไม่รู้นะคะว่าร้านเปิด 10 โมง มาเห็นเอาวันนี้ (ฮา) ร้านยังปิดอยู่ แล้ว 9.30 น. พอดี เลยไปชั้น 7 ก่อน แวะไป “ที่นั่น” ก่อนกลับ….

เปลี่ยนเป็นอวยพรไอดอลที่เกิดเดือนเมษายนแทนแล้ว และแน่นอนเราก็เขียนใบใหม่แปะไป

จากนั้นก็มานั่งโต๊ะทำงานเพื่อจะเขียนข้อความลงเกสต์บุ๊ค กลับเจออีกเล่มที่เหมือนจะหลุดรอดตาเราไปเมื่อวันที่ 2

สมุดวาดรูป เข้าเล่มที่ 6 แล้ว

คุณ and more เคยเห็นภาพบนทวิตเตอร์อยู่ ไม่คิดว่าจะมาด้วย
หรืออาจจะบ้านอยู่ที่นี่แล้วดูไลฟ์วิว? เพราะลงชื่อไว้ว่ามาวาดวันที่ 3 แต่ถ้าจะเดินทางจากโซเลย์ฮอลล์มาถึงที่นี่
มันจะทันท่ารถบัสปิดรึ???? (นั่งชินคันเซ็นมาก็ทันอยู่) ไหนจะฝนตกอีก

เบลซซซซซซซซซซอัพ TT-TT

ฝากข้อความไว้อีกหน

ดูทุกอย่างไปหมดแล้วก็ลงมาชั้นใต้ดินค่ะ ได้เวลามาคิโนะอุด้งเปิดพอดี เมนูที่สั่งมีตามนี้

ชิเมจิอุด้ง ข้าวคาชิวะ และ +70 เยนเพื่อเพิ่มเป็นอุด้งไซส์พิเศษ (ตามโมโจะเลย)….ทั้งหมดไม่ถึงพันเยน!!!!! (รักคิวชูค่ะ) เมนูทั้งหมดนี้มีเขียนถึงบนบล็อกโมโจะเช่นกัน และเห็ดชิเมจิก็คืออุด้งที่โมโจะกินเป็น default (เครื่องอุด้งที่โมโจะกินประจำคือเห็ดชิเมจิ สาหร่ายโอโบโระ ของชุบแป้งทอด)

ความนิ่มของเส้น เอาแบบปกติไป รอสักพักนึง พนง.เสิร์ฟก็ยกถาดมาเสิร์ฟ พอเห็นของบนถาด คำแรกที่เราอุทานในใจคือ

DN “(ล้อตูเล่นใช่มั้ย……..?)”

ซ้ำรอยอิจิรันเลย ถถถถ ชามใหญ่เวอร์ มีกาน้ำซุปให้เผื่อเติมอีก (สาบานว่าราคาไม่ถึงพันเยน) ชามใหญ่มากขนาดจุ่มหน้าลงไปได้สบาย เทียบกับเท็นชินเม็งที่เคยกินท้ายเอนทรี่นี้แล้ว คุ้มกว่าเยอะมาก แถมอร่อยกว่าล้านเท่า แพงกว่าแค่ 30 เยนเท่านั้น

ใส่หอมพอเป็นพิธี

แต่คงไม่ทำตามอย่างคุณอาซากุระ

พยายามกินอยู่นาน ไหนจะมีข้าวอีก orz แต่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ ออกจากร้านมาแบบอืดๆ…เตรียมไปเป้าหมายต่อไป….

ที่ท่ารถบัสฮาคาตะแห่งนี้จะมีท่าปล่อยรถอยู่ 2 จุดคือ ชั้น 1 กับ 3 โดยชั้น 1 เป็นรถบัสที่วิ่งในฟุคุโอกะ ส่วนชั้น 3 เป็นท่าปล่อยบัสทางไกล พวกวิ่งข้ามจังหวัดอะไรงี้….ทำไมเราถึงรู้? เพราะเดินหลงไปชั้น 3 ก่อนไง()

ลงมาชั้น 1 มีป้ายเรียงเป็นตับ ขี้เกียจส่องเอง ถาม พนง.เลย

DN “ขอโทษค่ะ ฟุคุโอกะทาวเวอร์ขึ้นป้ายเบอร์ไหนคะ?” (พูดญี่ปุ่น)
ลุง พนง. “Six”
DN “……………ขอบคุณค่ะ” (พูดญี่ปุ่น)

ช่างเป็นบทสนทนาที่โคตร surreal…….ทำไมอ้าปากพูดปุ๊บเค้ารู้กันหมดตั้งแต่คำแรกเลยฟะว่าต่างชาติ โฮววววว ต้องฝึกออกเสียงจริงจัง แต่จริงๆ ลุงแกอาจติดนิสัยก็ได้นะ น่าจะรับมือกับคนต่างชาติอยู่ประจำ พอเห็นต่างชาติเลยพูดภาษาอังกฤษอัตโนมัติ แม้ว่าต่างชาติจะพูดญี่ปุ่นใส่ก็ตาม

เซอร์เรียลอีกอย่างคือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมงานสแตนด์ดอกไม้พอดี เลยเอาสไคป์โทรหาร้านดอกไม้เพื่อนัดแนะว่าจะเอาพาเนลไปให้ที่ร้านอะไรยังไง (ใช้สไคป์เพราะว่าซิมบีโมไบล์รองรับแค่ Data ค่ะ ไม่ร้องรับการใช้งานโทรศัพท์ โทรเข้าได้แต่โทรออกไม่ได้) ช่วงรอรถบัสมา 20 นาทีก็คุยกับร้านดอกไม้น่ะแหละ TT.TT รู้สึกเป็นมนุษย์บ้างาน นี่ขนาดมาเที่ยวนะ….

นั่งรถบัสราว 25 นาทีก็มาถึง….ฟุคุโอกะทาวเวอร์ ซึ่งแน่นอน มีในช่วงควิซ สถานที่สุดอะฮ้างในฟุคุโอกะ XD หากใครฟังดราม่าพาร์ทของ LTD04 (ไม่ต้องฟังก็ได้) จะรู้ว่าหอคอยนี้สูง 234 เมตร สูงเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น

ไปทางเข้ากันโลด

 

หอคอยฟุคุโอกะจะเปิดไฟประดับตามฤดูกาลค่ะ
ช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ก็จะเปิดไฟธีม “ซากุระ” ซึ่งเสียดายที่อยู่ดูไม่ได้

ซื้อตั๋วที่นี่

ราคา 800 เยน แพงเอาเรื่อง แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ยอมจ่ายค่ะ ไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่ บอกเอาใบเดียว คุณพี่ พนง.เคานท์เตอร์พูดขึ้นมาว่า

คุณพี่ พนง.เคานท์เตอร์ “คนต่างชาติได้ส่วนลด 20% นะคะ”
DN “(ทำไมรู้อีกแล้วฟะ)………..จริงเหรอคะ? เอ แล้วต้องใช้พาสปอร์ต…”
คุณพี่ พนง.เคานท์เตอร์ “(ยิ้ม) ไม่ต้องค่ะ”

แต่พออ่านจากหน้านี้ เหมือนจริงๆ ต้องใช้หลักฐานยืนยันตนนะคะว่าเป็นคนต่างชาติ แล้วนี่หมายความว่ายังไงคะ ช่วยบอกที…..คุณพี่ตั้งใจละเลยหน้าที่ หรือมันชัดเจนมากว่าข้อยเป็นต่างด้าวจนไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐาน orz

จริงๆ เราว่าเค้าใจดีไป คนต่างชาติน่ะสมควรเก็บเรตสูงกว่าปกตินะ (แต่ไม่ใช่แบบวัดพระแก้วบ้านเรา คนไทยเข้าฟรี ต่างชาติเก็บที 350 บาท โห ขูดรีดซะ)

เข้ามาแล้วต้องรอขึ้นลิฟท์สักครู่ และกว่าจะถึงชั้นบนสุดต้องใช้เวลา ในลิฟท์จึงมีคุณพี่ไกด์คอยอธิบายฆ่าเวลาเกี่ยวกับฟุคุโอกะทาวเวอร์สั้นๆ ทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ จะบอกว่าออกเสียงภาษาอังกฤษดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ ไพเราะเพราะพริ้งชัดเจนสุดๆ อยากทำได้แบบนี้บ้าง

ตู้ข้างหน้าเป็นตู้ปรินท์หนังสือพิมพ์ตามวันเกิดของเรา ให้เราได้เอากลับบ้าน
ไปเป็นที่ระลึกว่าวันที่เราเกิดนั้น หนังสือพิมพ์ลงข่าวอะไรบ้าง (แต่ไม่ได้ซื้อค่ะ)

มีแสตมป์ให้ปั๊ม อ่านจากตรงนี้ถึงรู้ว่าเขามีแคมเปญจน์สะสมแสตมป์ 20 หอคอยในญี่ปุ่นเอาไปแลกรางวัลด้วย http://www.japantowers.jp/web/06_stamp/ สมุดแสตมป์สามารถซื้อได้จากทุกหอคอย มีอายุ 1 ปีหลังซื้อ (พูดง่ายๆ คือหากอยากพิชิต ต้องไปให้ครบ 20 หอใน 1 ปี) มีคนฮ่องกงทำสำเร็จแล้วด้วยนะ แต่ยังไม่มีคนไทย อยากเป็นคนไทยคนแรกที่พิชิตได้จัง (เงินล่ะเงิน)

 

เห็นมีตัวปั๊ม 2 ลาย เลยเก็บมาทั้ง 2 ลาย

ถ่ายภาพมุมสูงจากจุดต่างๆ ชอบโบสถ์นี้จัง หรู โรแมนติกดีมาก มีกล้องส่องทางไกลให้ดูด้วย แต่ดูไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ คือมันซูมไปก็เห็นแต่รอยแยกตึก มองไม่ออกว่าอะไรเป็นตรงไหน()

มีเซียมซีไฮเทคให้เสี่ยง

ค่ะ รู้ว่าดวงกุด….

ตู้ขายเหรียญที่ระลึก ตอนเห็นนี่ตื่นตาตื่นใจมาก (ฮา) กรอบสามารถเลือกได้ว่าจะทำเป็นสร้อยหรือพวงกุญแจ ไหนๆ ก็มาแล้ว ซื้อเก็บไว้หน่อย

ซื้อกรอบพวงกุญแจ มีกล่องใส่ให้ด้วย เริ่ด

ข้างๆ มีเครื่องสลักตัวหนังสือและวันที่ลงบนเหรียญ สลักชื่อเราลงไปได้ในราคา 30 เยน
สลักได้เฉพาะภาษาอังกฤษค่ะ การควบคุมเครื่องทำไม่ยากเลย มีภาษาอังกฤษ

เสร็จแล้ว พวงกุญแจของเราคนเดียว อันเดียวในโลก

วันที่ไปอยู่ในช่วงอีเวนท์วันสุดท้ายพอดี เป็นเกมปริศนาตามหาคีย์เวิร์ดอะไรทำนองนั้น ที่ชั้น 5 จะมีคำถามแปะตามที่ต่างๆ 8 คำถาม แล้วให้หาคีย์เวิร์ดมาตอบสต๊าฟ เห็นคุณยายพาหลานมาเล่นอยู่ แต่ไม่มีเวลาเล่น

นอกจากนี้ยังมีตู้ขายสินค้าที่ระลึกและกาชาปองเฉพาะของฟุคุโอกะทาวเวอร์ด้วย ดูจนไม่เหลืออะไรดูแล้วก็ลงบันไดไปชั้น 3

ชั้น 3 เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รักตามที่โมโจะโฆษณาไว้ในช่วงควิซ วงกลมนี้จะมีลูกศรบอกอยู่ว่าสถานที่ใดอยู่ทิศไหน
ว่ากันว่าหากหันไปตามทิศที่คนที่เราคิดถึงอยู่ ความรู้สึกของเราจะส่งไปถึง!?
โตเกียวอยู่ไหน คุณอามามิยะอยู่ไหน……..

มีตู้ขายอัตโนมัติขายแม่กุญแจ ให้คู่รักเอามาแขวนที่นี่

อันนี้ให้คู่ักสองคนเดินจับมือกัน แล้วยื่นมือแตะแผงคนละด้าน ถ้าแตะพร้อมกันมันจะมีแสงสีเสียงฉลองให้ ตอนไปเห็นคู่ยายหลาน (เด็กเล็ก) พยายามจะแตะ แต่หลานตัวสั้น ไปไม่ถึง

ไม่มีอะไรดูแล้วก็ลงมาข้างล่าง ไปที่อื่นต่อ วันนี้ต้องทำเวลา

บามคูเฮงยาวววววว มีขายเฉพาะฟุคุโอกะทาวเวอร์

นี่ก็มีขายเฉพาะฟุคุโอกะทาวเวอร์

นั่งรถบัสย้อนจากฟุคุโอกะทาวเวอร์มาที่นี่

Fukuoka Yahoo Auction Dome ขี้เกียจเดินเข้าไปใกล้ๆ เพราะคงเข้าไม่ได้ ถึงเข้าได้ก็ไม่มีเวลา ถ่ายรูปแล้วเผ่น รอรถบัสไปที่อื่นต่อ….

ทีนี้เกิดเหตุแปลกอย่างนึงค่ะ มันมีรถหลายสายมากกกกกกกกกกที่จอดป้ายยะฮูโดม ใช้เวลาดูนานว่ารถสายไหนที่จะไปจุดที่เราต้องการ พอหาเจอปรากฏว่าเวลาเลยแล้ว….เอ๊ะ รถมันไปแล้วเหรอช่วงที่เรางกๆ เงิ่นๆ อยู่ แต่เจอป้ายดิจิตอลบอกว่ารถสายนี้ๆ อยู่ตรงตำแหน่งไหน อีกกี่ป้ายจะมาถึง….ปรากฏว่ารถที่เราจะขึ้นมาช้ากว่าตารางตั้ง 20 นาทีแน่ะ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นที่ป้ายก่อนหน้า นับว่าเป็นเรื่องแปลกมากในประเทศนี้นะ….

ลงป้ายกิออนมาจิ ปรากฏว่าผิด เห็นเป็นศาลเจ้าเหมือนกันเลยนึกว่าใช่() เปิดแมป เดินตามรูท เข้าไปในแยกอีกจนกระทั่งมาถึง

ศาลเจ้าคุชิดะค่ะ สถานที่นี้เมฆฟ้าแนะนำให้มา ทีแรกคิดว่าคงไม่น่ามีเวลามา แต่ก็มาจนได้

ไปฉี่ในห้องน้ำสิลูก

รออยู่นานกว่าจะได้ภาพนี้ รอนักท่องเที่ยวคนอื่นไปให้พ้นๆ – –

ตอนเข้ามาเจอคนไทยด้วย =w= นึกว่าไปคันโตกันหมดซะอีก เสี่ยงเซียมซี ไหว้พระขอพร (ไหว้ผิดกระบวนท่าอีก) ถ่ายรูปแล้วก็อำลา ตัวปลิวไปที่อื่นต่ออีกเช่นเคย เดินจากศาลเจ้าคุชิดะมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีเท็นจิน

กว้างมาก ทางออกเยอะมาก เป้าหมายของเราอยู่ที่ทางออก 16
ทีแรกตั้งใจว่าจะนั่งบัสจากฟุคุโอกะทาวเวอร์มาที่นี่ แต่เปลี่ยนแพลนเพราะช่วงควิซแท้ๆ

ที่นี่คือ สวนสาธารณะกลางเท็นจินค่ะ หน้าตานึกถึงสนามหลวงบ้านเรา คือมันเป็นสนามวงกลมกว้างๆ แต่กว้างไม่เท่าสนามหลวง เรามองหาสักพักว่าภาพที่เราต้องการต้องถ่ายจากมุมไหน พอเจอพิกัดแล้วก็ออกเดิน

ซากุระเต็มไปหมด อาห์ นี่เรายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ใช่มั้ย

จนในที่สุดก็ถึงมุมที่ต้องการ

เอาจริงควรจะเดินไปทางซ้ายกว่านี้อีกนิดแฮะ ^^” ฉากหลังอันนี้มาจากเกมไอดอลมาสเตอร์ 2….ในมิลเลียนก็เหมือนจะมีมั้ง?

ทำภารกิจเรียบร้อย เดินหลงทางหาอนิเมทเท็นจินอยู่เป็นชั่วโมง นึกว่าจะมีตึกของตัวเองแบบอาคิบะอะไรงี้ เดินมาถึงจุดบนแผนที่แต่ไม่เจอร้าน วนไปวนมาแทบตาย เลยเข้าเน็ตจนรู้ว่ามันอยู่บนชั้น 6 ตึก Vivre พอรู้ตำแหน่งก็ อ้าว…..เมื่อกี้จำได้ว่าผ่านตึก Vivre มา แต่มันอยู่ตรงไหนแล้วนะ (………) หาจนลิ้นห้อย ในที่สุดก็เจอ

ร้านอนิเมท สาขาเท็นจิน!

โซนไอมาสของที่นี่เป็นการเป็นงานมากกว่าสาขาโคคุระ (อารุอารุซิตี้) ค่ะ ครบเครื่องทีเดียว

ชื่นชมตัวเองมากที่ถ่ายจังหวะนี้มาพอดี =w=b

เสี้ยมให้เกิดสงครามนี่หว่า

มาเสียเปล่าค่ะ ร้านนี้ไม่มีถุงน่องของอามามิยะซามะ โฮววววววววววววววววว ออกมาเห็นอนิเมทคาเฟ่นอกร้านมีคนรอคิวมืดฟ้ามัวดินก็ตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้น มองป้ายหน้าคาเฟ่ถึงรู้ว่ามีแคมเปญจน์กับการ์ดแคปเตอร์ซากุระอยู่ (ถึงว่า ผู้หญิงทั้งนั้น) ทำเวลาต่อ นั่งรถไฟฟ้ากลับไปฮาคาตะแล้ววิ่งไปหาที่โยโดบาชิ ก็ไม่เจอถุงน่อง………orz เจอแท่งไฟ Mix Penla PRO รุ่น 24 สีที่เคยอยากได้แทน (แต่ไม่เอาละ รอคิงเบลดออกรุ่นใหม่) หลังพลาดหวังกับทุกสิ่งก็ช่างมันค่ะ ไปสนามบินดีกว่า

มาถึงสนามบินแล้ว

ถึงสนามบินเกือบๆ 5 โมงเย็น ไปถึงรีบเช็คอินทันทีและพบว่าเราจำเวลาผิดไป 40 นาที() ตอนแรกจำว่าเครื่องออกตอน 18.55 น. จริงๆ ออกจากที่นี่ตอน 18.15 น. แล้วถึงปักกิ่งตอน 18.55 ต่างหาก 55555 เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ…..

ก่อนจะเดินออกจากเคานท์เตอร์เช็คอิน พนักงานก็บอกอะไรบางอย่าง

พนง. “อ้อ คุณผู้โดยสารคะ ไม่ทราบว่ารู้รึยังคะ เครื่องบินจะมาดีเลย์น่ะค่ะ”
DN “………เอ๊ะ? ไม่รู้เลยค่ะ จะมาช้ากี่ชั่วโมงเหรอคะ”
พนง. “ไม่ทราบค่ะ เหมือนตอนนี้จะยังไม่ออกจากเซี่ยงไฮ้เลย”
DN “…………….ขอบคุณค่ะ”

 

ไม่มั้ง ไม่มั้ง

ต่อให้ดวงกุดยังไงคงไม่เจอทั้งขาไปขากลับหรอก….

เนอะ?

 

To be continued…..

 

Advertisements

2 thoughts on “บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! (9) : ทิ้งท้ายก่อนปรับสมดุล [Tour]

  1. ไม่มั้ง ไม่มั้ง
    ต่อให้ดวงกุดยังไงคงไม่เจอทั้งขาไปขากลับหรอก….
    เนอะ? <<<< ไม่น่าครับ (ไม่น่ารอดจริงๆ รอเฉลยตอนหน้าสินะ)

  2. พวงกุญแจสลักชื่อได้เก๋ดีค่ะ XD
    อุด้งชามใหญ่มาก… มีข้าวอีก แค่เห็นก็รู้สึกว่าน่าจะกินไม่หมดแล้วค่ะ 555555555 TwT

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s