บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! Epilogue : ภาคสรุปภาพรวมและเก็บตก

ภาคสรุป พูดถึงภาพรวมของ Million 3rd ค่ะ ปิดบันทึกแสวงบุญมิลเลียนสามซะที

แฟนอาทที่ระลึกต่างๆ ที่น่าเก็บ

จากคุณ sporogum วาดภาพเท่ๆ แยกเป็นรอบๆ ไว้เลย

gif anime น่ารักจากคุณ emu (ลีดเดอร์แต่ละรอบ)

 

 

ความพีคที่เพิ่มขึ้นและ “สี” ของแต่ละรอบ

ตอนประกาศจัดทัวร์ แรกๆ กังวลใจเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง เพราะถ้าเดิมๆ เหมือนกันทุกรอบ มันไม่มีค่าไม่มีความหมายอะไรนะ แต่ปรากฏว่าสาวๆ พวกนี้ทำได้ดีกว่าที่เราคิดมาก อ่านรีพอร์ท+ดูเอง+ฟังคนอื่นแล้ว แต่ละรอบต่างมีบรรยากาศของตัวเองชัดเจน อย่างรอบฟุคุโอกะที่เราไปมา อย่างที่เขียนไว้แหละค่ะว่าบรรยากาศโดยภาพรวม “สงบเสงี่ยม เรื่อยๆ ชิลๆ” ถ้าอย่างโอซาก้าก็ไปทางฮาๆ ไฮเปอร์ๆ หน่อย ตามอิมเมจลีดเดอร์แต่ละรอบ รอบฟุคุโอกะมันสงบมากจนผิดปกติของมิลเลียนด้วยซ้ำ ปกติมันต้องยัคไค ถ่อยเถื่อน มีเรื่องน่าหงุดหงิดมากกว่านี้ นับว่าเราโชคดีในจุดนี้

พอจบแล้ว มานั่งดูเซ็ตลิสต์อีกที รู้สึกมันพีคมาก…โดยเฉพาะรอบมาคุฮาริที่วันแรกกับวันสองคนละอารมณ์โดยสิ้นเชิง ว่าคราวคอนสองทำดีแล้ว รอบนี้มันก้าวข้ามไปอีก…วันแรกเป็นเหมือนการปิดม่านจริงๆ ส่วนวันที่สองเป็นการโชว์ให้เห็นว่าการเดินทางตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ลีดเดอร์ทั้งสิบคนได้รับอะไรมาบ้างระหว่างทางและกำลังจะไปไหนต่อ อันเห็นได้จากที่เซ็ตลิสต์ครึ่งหลังของวันสองเป็นโซโล่ของลีดเดอร์ทุกรอบรัวๆ แล้วปิดท้ายด้วยเปียวน์โคโร….

สมหวังทั้งคู่ 555555555

 

 

การคุมเข้มของสต๊าฟรักษาความปลอดภัย

อันนี้ไม่รู้เพราะเป็นคอนสเกลเล็กครั้งแรกของเรารึเปล่าเลยไม่ชิน พอที่เล็ก สต๊าฟก็เดินดูได้ทั่วถึง รู้สึกว่าสต๊าฟใส่สูทเดินผ่านมาดูบ่อยมากตรงจุดที่เรายืน() มียืนมองแช่ประมาณ 5 วินาทีตอนเพลง U? U! (…..) ทำไมคะ หนูทำอะไรผิดเหรอคะ หันไปมองด้านหลังทุกคนมันก็ออกมายืนตรงทางเดินนะ เอ๊ะ…..ตอน Welcome!! ก็โดนจ้อง…..ทำไม…..

ไม่รู้เกี่ยวข้องกับเสียงร่ำลือที่ว่า “ฟุคุโอกะคือแดนเถื่อนของญี่ปุ่น” รึเปล่า ถึงจัดสต๊าฟมาคุมเข้ม จริงๆ มันไม่ได้เถื่อนเลยนะ เทียบกับแดนสารขัณฑ์ที่เพียงเดินบนทางเท้าก็โดนรถชนตูดได้แล้ว นับว่าโคตรสงบสุขค่ะ

อ้อ พูดถึงเรื่องบ้านป่าแดนเถื่อน….ตอนไปฮาคาตะเพื่อซื้อซิมในวันที่ 2 เม.ย. เจอชายหนุ่มแต่งตัวแบบ….อืม แปลกๆ เหมือนแก๊งอันธพาล แบบมีใส่เสื้อคลุมด้วยนะ แต่เราเฉยๆ ไม่ได้อะไร เพราะมาคนเดียว คนนั้นมองเรานิดนึงแล้วบอกว่า “ระวังตัวนะ” และเดินสวนกันธรรมดา ไม่มีอะไร เราเลยงงว่าระวังอะไรฟะ…..เอามาเล่าให้โป้ยคุงฟัง โป้ยคุงบอกว่าเพราะเห็นเราเป็นคนต่างประเทศรึเปล่าเลยเตือน แต่เราแย้งว่าถ้ามันรู้ว่าตูเป็นคน ตปท. มันพูดญี่ปุ่นมา ตูจะฟังออกเรอะ (แต่ฟังออกอ่ะนะ)

…….สรุปก็ยังไม่รู้อยู่ดี………….หรือชายหนุ่มคนนั้นอาจสติไม่เต็มเฉยๆ……….

 

 

 

บางทีคอนเสิร์ตสเกลเล็กในเขตภูมิภาคก็ไม่เลว

ทริปนี้ยอมรับเลยว่าสนุกขึ้นเพราะ “ได้เที่ยว” พร้อมกับดูคอนด้วย ต่างจากสองครั้งแรกที่เคยไป เป็นในตัวเมืองที่ไม่ค่อยได้สัมผัสธรรมชาติกับโดมนรกที่ไม่มีอะไรอยู่รอบข้างเลยในรัศมี 1 กิโลเมตร และไม่มีเวลาเที่ยวมากนัก

จริงๆ ในคิตะคิวชูยังมีสถานที่อื่นซึ่งสามารถจัดคอนเสิร์ตและรองรับคนได้มากกว่านี้นะคะ ไม่ต้องคิวตะคิวชู….ในฟุคุโอกะเองก็ยังมี….แต่จากที่เราสังเกตมาก ทุกรอบ (เว้นเซ็นไดกับมาคุฮาริ) เลือกใช้ “คอนเสิร์ตฮอลล์” หมดเลย นั่งสะดวก คุณภาพเสียงดี ซึ่งเราก็แอบคิดเล่นๆ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเพื่อประโยชน์เวลาทำลงแผ่นรึเปล่า (แหม เอากล้องเข้าไปถ่ายไลฟ์วิวทุกรอบ เรื่องอะไรมันจะไม่บันทึกภาพไว้) แต่เหตุผลที่เลือกโซเลย์ฮอลล์ น่าจะเพราะว่าช่วงจัดคอนเสิร์ตดันบังเอิญตรงช่วงซากุระบานพอดี อดีตไดเร็ค 1 อาจจะอยากให้คนที่มาดูคอนได้เที่ยวชมซากุระไปด้วย เลยเลือกโซเลย์ฮอลล์ที่ใกล้ปราสาทโคคุระ ซึ่งเป็นจุดชมซากุระแห่งหนึ่งในโคคุระ

อันนี้เราอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องบังเอิญ มันไม่พอเหมาะพอดีไปหน่อยเรอะ????

แต่หลังกลับมา รู้สึกเจ็บใจมากที่ไม่ได้ไปมาคุฮาริ ไม่เสียใจที่ไปฟุคุโอกะนะ แต่อยากไปมาคุฮาริ “ด้วย” เลยปฏิญาณกับตัวเองว่า ถ้าคับแค้นใจนัก ต่อไปจะไปแม่มให้หมด

 

 

อาซากุระ โมโมะ หญิงสาวผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เป็นที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามาคิโนะอุด้งคือร้านที่โมโจะชอบมาก แถมยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำโมโจะทัวร์ มิลเลียนผีจำนวนไม่น้อยที่มารอบฟุคุโอกะจึงกะมาแสวงบุญร้านนี้ด้วย หลังจบคอนเสิร์ตปุ๊บก็มีบางคนที่ไปยังสาขาหลัก (ไปยาก ไกลมากๆ แต่เป็นสาขาที่สามสาวไปถ่ายกัน)

ปรากฏว่าคนไปถล่มกินกันซะจนเจ้าของร้านรู้แล้วว่าเพราะอะไร ถถถถถถถถ

สำหรับสาขาที่เดินทางง่ายอย่างสาขาท่ารถบัสฮาคาตะนั้น……….ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นหลังคอนเสิร์ต

เห็ดชิเมจิหมดตั้งแต่เปิดร้านได้ 20 นาที

เท่านั้นไม่พอ ลามไปถึงสาขาสนามบินฟุคุโอกะ

คัดทวิตมาแค่บางส่วนนะคะ จริงๆ มีอีกเยอะมากที่บ่นเรื่องชิเมจิหมด

ยิ่งกว่านั้น ตัวโมโจะเองก็รู้เรื่องนี้ด้วย ถถถถถถถถถถถถ (ใครเอาไปบอกฟะ ผจก.เรอะ)

นาที 21.44 เป็นต้นไป ชื่อคนถูกอ่านเมลคุ้นๆ มั้ยคะ อิอิ เมลที่นั่งพิมพ์ในสนามบินก่อนประสบโศกนาฏกรรมตอนขากลับน่ะแหละ()

 

 

หรือสหายคือตัวดูดดวง…….?

ลืมเล่าไว้ในภาคหลัก เป็นบทสนทนาตอนไปอารุอารุซิตี้

โป้ย “ดาร์คนีออนซังเคยได้รางวัลโบรไมด์ (รูปถ่าย) จากเซย์กรัง (นิตยสาร Seiyuu Grand Prix) มั้ย”
DN “? ไม่เคยอ่ะ ไม่เคยส่งด้วย (กว่าหนังสือจะมาถึงไทยแม่มก็หมดเขตส่งละ
แถมกรุจะส่งยังไง มันต้องแปะแสตมป์ญี่ปุ่น) ทำไมเหรอ”

โป้ย “คืออยากรู้ว่ามันได้หลายรอบได้รึเปล่า”
DN “??? หมายความว่าไง”
โป้ย “คือถูกรางวัลได้โบรไมด์ แต่ของยังส่งมาไม่ถึงหรอก”
DN “ห่ะ??? หา???? เอ๊ะ แต่โมโจะมีคอลัมน์อยู่เซย์อนิ (นิตยสาร Seiyuu Animedia) นี่นา???”
โป้ย “อื้อ ได้จากเซย์อนิไง”
DN “(อ้อ สงสัยเพราะเท็นมีคอลัมน์ลงเซย์กรัง เลยถามถึงเซย์กรังล่ะมั้ง)”
โป้ย “ที่เคยได้นั่นอะไรแล้วนะ”
DN “อ้อ ลายเซ็นบนกระดาษแข็ง ได้จากทาวเวอร์เรคคอร์ด
ซื้อดราม่าซีดีแล้วให้เขียนคอมเมนต์ถึงทาวเวอร์เรคคอร์ดไป”

ทีนี้นิตยสารเซย์อนิเนี่ย จะลงชื่อคนได้รับรางวัลแต่ละฉบับไว้ในเล่ม เจอชื่อคุณโปโป้ยหราอยู่ในลิสต์คนได้รางวัลรูปถ่ายพร้อมลายเซ็น TrySail…..ฆ่า ฆ่าาาาาาาาาาาาาา

เท่านั้นไม่พอ เมลตานี่ยังโดนอ่านในรายการโทระฮาโมตอน 120 ด้วยยยย ดวงจะดีไปไหน ถูกตั๋วรอบคนแย่งกันเยอะสุด+ความจุน้อยสุดไม่พอ ไอ้ดวงดีรัวๆ นี่คืออะไร (เปรียบเทียบกับข้อยที่ผจญเวรกรรมทั้งขาไปและกลับแล้ว…..)

 

 

โมโจะเท็นกับ Hoshikuzu no Symphonia

ทุกคนจงย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ลีดเดอร์ 04 ก่อน และจดจำไว้ว่าอิมเมจ “ลีดเดอร์” ในความคิดโมโจะเท็นเป็นยังไง แล้วทั้งคู่อยากทำอะไรบ้าง

ซึ่งทั้งคู่ก็ทำได้ตามนั้นจริงๆ  อย่างช่วงควิซคั่นกลาง ให้เราเดานะ….น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากรอบโอซาก้า แล้วโมโจะก็เป็นเด็กรักบ้านเกิดอยู่แล้ว พยายามประชาสัมพันธ์ฟุคุโอกะมากๆ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจหากโมโจะจะพูดลอยๆ ว่า “อยากทำอะไรสักอย่างให้คนรู้จักฟุคุโอกะมากขึ้นจัง” จากนั้นเท็นอาจปิ๊งไอเดียว่างั้นทำควิซมั้ย (ด้วยนิสัยนางก็น่าจะปิ๊งอะไรแบบนี้) พอเอาไปคุยกับทีมงานก็อาจจะใส่ภาษาโรโกะเพิ่ม จนออกมาเป็นอันนี้….แต่ความจริงเป็นไงไม่รู้ ไม่มีใครพูดถึงกันแบบรอบโอซาก้า คงต้องรอฟังในคอมเมนทารี่

นับว่าตัดสินใจถูกต้อง มันทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมจริงๆ การกระจายคนเพิ่งเคยขึ้นเวทีไปตามกลุ่มต่างๆ ให้คนหน้าเดิมช่วยดูแล ลีดเดอร์ทั้งสองก็คอยชวนคนหน้าใหม่คุย ให้มีส่วนร่วมตลอด (หรือแม้แต่ตอน MC ปกติแล้วตัวเองอยู่ด้วย) แอบสารภาพนะ….เห็นในบทสัมภาษณ์พูดถึงสอนสำเนียงฮาคาตะให้ทุกคน เลยนึกว่าจะมีทอล์คโชว์สำเนียงฮาคาตะซะแล้ว (ฮา)

ทางด้านสมาชิก…ตัวหลักที่คุ้นหน้าคุ้นตาและเป็นคนที่คอยพูดคอยลากเวลา MC อย่างเปียวน์คิจิ โคจิมะ ยุยต้ง ยูคิโยะซัง……ไม่มีใครมาเลย จะมีก็อิบุจังนี่แหละมั้งที่หวังพึ่งได้ โมโจะเท็นที่ปกติไม่ใช่คนคอยนำคนอื่นเลยต้องพยายามและฮึดกว่าปกติสำหรับหน้าที่ลีดเดอร์ในรอบนี้ เพราะปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่นเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ การทำในสิ่งที่ไม่คุ้นคงยากและลำบากสำหรับทั้งสองคน แต่จากการที่ฟังสาวๆ พูดกันบนเวทีและบล็อกของสมาชิกที่เข้าร่วมการแสดงรอบนี้ พอเดาบรรยากาศออกอยู่ว่าเป็นยังไง….

โมโจะเท็นไม่ใช่ประเภทลากคนวงนอกให้เข้ามาร่วมวงแบบเปียวน์คิจิ ไม่ใช่ไทป์พี่สาวที่เอาใจใส่โน่นนี่อย่างทั่วถึงแบบยูคิโยะซังหรือยุยต้ง ตามที่เคยเขียนไว้สักแห่งบนบล็อกนี้ว่าโมโจะคือมาสคอทของมิลเลียน ตัวตนของโมโจะที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายนั่นแหละค่ะคือสิ่งสำคัญอย่างนึง แค่อยู่ด้วยก็สบายใจ ส่วนเท็นก็มีการแสดงที่นิ่งและไม่หลุด ทำให้ทุกคนวางใจและสบายใจ ไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลัง พอบรรยากาศความสบายใจเกิดขึ้น อะไรๆ ก็สมูท ทุกคนต่างมีเวลาใส่ใจเรื่องของตัวเอง….เราคิดว่านั่นคงเป็นความหมายแท้จริงของคำว่าพึ่งพาได้ ที่สมาชิกรอบนี้ต่างชมลีดเดอร์ทั้งคู่

อ่านบล็อกเท็นก็เหมือนจะเขียนถึงอยู่ว่าคุยกับโมโจะ+สต๊าฟมาเยอะว่าจะทำยังไงให้รอบนี้มีรูปแบบเฉพาะของตัวเอง แล้วบอกในรายการวิทยุด้วยว่าสมาชิกคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นภาระแต่อย่างใด ทุกคนดูแลตัวเองกันดีมาก เพราะงั้นก็ไม่แปลกละถ้าเพลง Hoshikuzu no Symphonia ที่มีความหมายสื่อถึงการฝ่าอะไรมาด้วยกันกับพวกพ้องจะถูกเลือกมาเป็นหนึ่งในเพลงลีดเดอร์ และไม่คิดเหมือนกันว่าเหตุการณ์เมื่อ 9 เดือนก่อนจะเป็นแฟล็กซะได้ (ฮา)

過去から今日まで まっすぐここまで
予想もできない偶然を分かちあって
刻んだ足跡 きらめくから
さぁ行こう 最高の仲間で

มุ่งตรงสู่ที่นี่ ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้
พร้อมแบ่งปันความบังเอิญที่คาดไม่ถึงให้กันและกัน
รอยเท้าที่ประทับลงไป จะสว่างจ้าแน่นอน
ไปด้วยกันเถอะ พร้อมกับพวกพ้องที่ยอดเยี่ยมที่สุด

“จากอดีตจนปัจจุบัน”…..เหมาะกับโมโจะเท็นดีเนอะ…..ยิ่งเห็นเค้าไม่จู๋จี๋กันมากหลังจบ (ทั้งที่ปกติเห็นทำประเจิดประเจ้อซะขนาดนั้น) ยิ่งรู้สึกประทับใจแปลกๆ

 

เชื่อในฝันของฉัน

พลิกๆ อ่านแพมเฟล็ทของทัวร์นี้ทั้ง 3 เล่ม คนที่ได้ลงเกิน 1 เล่มจะมีคำถามเพิ่มขึ้นมา 2 ข้อคือ “ความทรงจำในการเข้าร่วมทัวร์” กับ “อยากร้องเพลงกับไอดอลคนไหน” ยกตัวอย่างเช่น

  • สึวะบอกอยากร้องเพลงน่ารักเซ็กซี่กับโทโมกะ→ HELLO, YOUR ANGEL♪ มาคุฮาริวันแรก
  • โคโรบอกอยากร้องกับฟูกะ→ Himitsu no Memories โอซาก้าวันสอง
  • เท็นบอกอยากฟังเพลงเท่ของชิโฮะกับชิซึกะ→inferno ฟุคุโอกะ
  • เปียวน์บอกร้องเพลงสนุกกับชิซึกะแล้วดึงโปรดิวเซอร์เข้ามาติดร่างแหด้วยให้หมด→ พวกเธอน่ะมันแช่แป้งอยู่แล้ว เป็นลีดเดอร์คู่กันนิ
  • โคจิมะบอกอยากร้องกับสึบารุ→ Marionette no Kokoro มาคุฮาริวันแรก
  • เคย์โกะโอเน่ซามะบอกอยากร้องกับโนริโกะ→ HOME, SWEET FRIENDSHIP มาคุฮาริวันหนึ่ง (มียุยต้งด้วยอีกคน ตามสมาชิกยูนิต)
  • ริกะเน่บอกว่าอยากร้องเพลงกับโคโนมิ อีกคนที่สนใจมากคือสึบาสะ กับนาโอะก็อยากร้อง (และยังมีอีกมากมาย เลือกไม่หมด)→ Tashika na Ashiato โอซาก้าทั้งสองวันกับโคจิมะ และในรอบโอซาก้าก็มีเพลงที่ได้ร้องกับยุยต้งด้วย (ถึงไม่ใช่ดูเอ็ทก็ตาม)
  • ยุยต้งบอกอยากร้องกับริโอะเน่→ ตามด้านบน
  • คุณกระจกเงาที่ได้ร้อง Smiling Crescent ในรอบมาคุฮาริวันสองกับโมโจะ คนนี้ไม่ได้บอกในแพม แต่อืม……….(แม้ฝันเป็นจริงชั่วขณะ แต่ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ)
  • ส่วนอีกคู่ที่น่ารักจนอยากกรี๊ดให้โอ่งแตกล้านใบคือ นันมิคคุ ต่างฝ่ายต่างตอบว่าดีใจที่ยูริอันได้ร้องคู่กันใน LTD02 (ฮา) นันสึแถมท้ายว่ารอบหน้าอยากร้องคู่ในฐานะ lilyknight กับ vivid_rabbit บ้าง

ยังมีอีกหลายคนที่ฝันเกือบเป็นจริงหรือยังไม่ถูกถามคำถามนี้ แต่นี่ก็ฝันเป็นจริงกันไปหลายคนแล้วนะ

อีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประทับใจคือเรื่องที่ยุยต้งเล่าใน MC ของรอบโอซาก้าวันสอง….เมื่อราวๆ 10 ปีก่อน เธอได้ดูคอนเสิร์ตของนักพากย์คนหนึ่งที่ Orix Theater และทำให้ใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักพากย์ให้ได้ ยุยต้งเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายนักพากย์โดยที่พ่อแม่คัดค้านหัวชนฝา ทว่า 10 ปีต่อมา เธอกลับมาที่โรงละครโอริกซ์แห่งนี้อีกครั้งในฐานะนักพากย์ และพ่อแม่ที่เคยคัดค้านก็มาดูการแสดงด้วย………….T-T เป็นเส้นทางฝันที่โคตรยาวเลย

ส่วนเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั้น คงเป็นเรื่องเวรกรรมขาไปและขากลับของเราเอง….บีลีฟมายดรีมมั้ยล่ะคะ()

หากฝันและต้องการอะไร ลองทวิตเล่นๆ มันอาจเป็นจริงก็ได้ ก่อนคอนสิบ ทวิตขออินเฟอร์โนโคโรเท็น อีกเกือบปีถัดมา เป็นจริงเลย ไหนจะดูเอ็ทโคโรเท็นที่ฝันมานานอีก……แต่ต้องสู้กับชะตากรรมหน่อยนะคะ เพราะจริงๆ แล้วคุณอาจมีชะตากรรมต้องเป็นปุ๋ยหลังสมหวัง() การฝืนชะตากรรมไม่ใช่สิ่งที่กระทำได้ง่ายๆ ค่ะ (รอดมาได้ไงวะนี่)

สุดท้ายที่ไม่พูดไม่ได้คือ “บุโดคังสร้างมือโดยฝีมือทุกคน” นี่แหละค่ะ….ในที่สุดเนื้อเพลงก็กลายเป็นจริง

มานึกๆ ดูแล้ว เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นตลอดทัวร์ครั้งนี้ สมกับชื่อทัวร์มาก สมหวังไปตามกันทั้งฝั่งคนข้างในและฝั่ง P

 

 

ของขวัญแท้จริงจากอดีตไดเร็คเตอร์ 1

เคยอ่านจากบทสัมภาษณ์หรือฟังจากเรดิโอสักแหล่ง (อันนี้ต้องถามปุโร่ย รายนั้นแม่นกว่า) ว่าเคสไอมาสเนี่ย การจองคิวนักพากย์ให้เข้าร่วมคอนเสิร์ต ต้องจองล่วงหน้าเป็นปีๆ เลย เพราะงั้นแปลว่ามิลเลียนสามนี้อาจจะมีการจองคิวนักพากย์ตั้งแต่ก่อนเริ่มคอนสองด้วยซ้ำ

อา นี่คงเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายจากอิชิฮาระซัง….ให้มิลเลียนได้เริ่ม “ก้าวแรก” พร้อมกันทุกคนจริงๆ ซะที….

แต่พอคอนเสิร์ตจบ ปรากฏว่าเราคิดผิดไปเยอะมาก คอนสามเป็นแค่การปูทางเท่านั้น

อย่างที่เขียนหลายครั้งในบล็อกนี้ว่าอนาคตมิลเลียนออกจะลูกผีลูกคน ดังนั้นก่อนตัวเองจะไป อิชิฮาระซังเลยเตรียมปูทางไว้ให้มิลเลียนเดินต่อไปได้ในอนาคต แม้ตัวเองจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

เปียวน์คิจิเป็นลีดเดอร์ที่ไว้วางใจได้มากๆ  ดูเป็นคนที่ออกแนว “ทุกคนตามฉันมา!” เป็นฝ่ายเข้าหาทุกคนอยู่เสมอ ใช้ประโยชน์จากการที่ตัวเองเคยเป็นแฟนมาก่อนในการหาโน่นนี่มาเอ็นเตอร์เทนคนดู คิดถึงอนาคตมิลเลียนว่าตัวเองและสมาชิกคนอื่นควรทำยังไงต่อไป แต่ว่าจะผลักภาระให้เปียวน์คิจิทั้งหมดไม่ได้เพราะภาระนี้หนักหนานัก ไหนจะมีทั้งรุ่นพี่ให้เปรียบเทียบแล้วยังเจอซินเดอเรลล่าคอยเบียดรัวๆ อีก เพราะงั้นการปั้นเอซคนอื่นๆ ให้คอยช่วยจึงนับว่าสำคัญ จะเห็นได้ว่าทุกคนที่เป็นลีดเดอร์ของคอนสามนี้ ต่างเป็นขาประจำที่มาอีเวนท์ของมิลเลียนบ่อยอยู่แล้ว และฝีมือการแสดงเรียกได้ว่านิ่ง วางใจได้

แต่แค่นั้นอาจยังไม่พอ อิชิฮาระซังถึงมอบหมายหน้าที่ลีดเดอร์ให้ลองไปทำ เพื่อให้เกิดสำนึกว่าตัวเองคือหนึ่งในกำลังสำคัญสำหรับอนาคตของมิลเลียน…และทุกคนเปลี่ยนไปจริงๆ อย่างโมโจะเท็นที่เราเห็นจากรอบฟุคุโอกะ สัมผัสได้ชัดเจนว่าทั้งสองคนมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป อิบุจังกับมิคคุก็ดูสนุกสนาน มีความมั่นใจมากขึ้นเวลาแสดงหลังจากผ่านการเป็นลีดเดอร์มาแล้ว….ทุกคนเหมือนดักแด้ลอกคราบเป็นผีเสื้อเลยค่ะ ขนาด Phat ยังบอก

(อันนี้หลังรอบฟุคุโอกะ)

…….คงยังพูดไม่ได้มากจนกว่าจะได้ดูการแสดงครบทุกรอบ ถึงเวลานั้นจะมาเขียนอีกที

และจากที่เขียนไว้ช่วงแรกสุดของหัวข้อนี้ “จองคิวเป็นปี” นั่นหมายความว่าคิวของคอนสี่ น่าจะจองในช่วงก่อนเริ่มทัวร์คอนสาม (ไม่งั้นคงประกาศทันทีหลังจบทัวร์ไม่ได้) ถ้าเดาถูกจริงๆ แปลว่าอดีตไดเร็ค 1 จัดการเรื่องคิวไว้ให้ตั้งแต่ยังไม่ลาออกแหงๆ…..

คือดีใจนะกับคอนเสิร์ตพร้อมหน้าทุกคน ณ สถานที่สำคัญ….แต่หงุดหงิดตรงมิลเลียนสามารถไปที่ใหญ่กว่านี้ได้แล้ว โยโกอาริงี้ Ariake Colloseum งี้ โยโยกิงี้ หรือแม้แต่มาคุฮาริ exhibition hall…….บุโดคังมันเล็กว้อยยยยยยยยยยยย แต่คนตามมิลเลียนรู้ดีว่าจะข้ามสถานที่นี้ไม่ได้ พอข้ามไปแล้วจะย้อนกลับมาไม่ได้ด้วย ดังนั้นโอกาสจะจัดที่บุโดคังจึงมีแค่ตอนนี้ และตอนนั้นคงมีประกาศอนิเมแน่นอน 100% ทุกอย่างถูกปูทางและเตรียมไว้เรียบร้อย เห็น Next Prologue ถูกปล่อยมาก็เดาได้ละว่าปูทางเพื่ออนิเมชัดๆ…..อาห์ (ถึงไม่อยากก็เถอะ)

ขอจบบันทึกแสวงบุญภาคมิลเลียนสามด้วยภาพเหล่านี้

สวัสดี หวังว่าคงได้เขียนบันทึกแสวงบุญอีกในฤดูใบไม้ผลิ (ของญี่ปุ่น) ปีหน้าค่ะ

ป.ล. เคลมค่าประกันมาได้ 2000 บาท (แต่เสียหายราวๆ สามร้อยล้าน)

Advertisements

One thought on “บันทึกแสวงบุญคอนเสิร์ต THE IDOLM@STER MILLION LIVE! 3rdLIVE TOUR BELIEVE MY DRE@M!! Epilogue : ภาคสรุปภาพรวมและเก็บตก

  1. Pingback: เสน่ห์ 6 ประการของมิลเลียนไลฟ์!!! | คุยเรื่องไอมาสของ DarkNeonP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s