ขอบคุณสำหรับ………คำขอบคุณรอยยิ้ม

แค่เรียงความสะเปะสะปะ เขียนแบบล่องลอยไปเรื่อย (^ω^) poem ของคนรักมิลเลียนไลฟ์คนนึงที่ความรักหน้ากหนัก ระวังแบนแต๋เพราะความหนักระดับก้อนเหล็ก 100 ตัน แค่อยากระบายความอึดอัดเกือบ 2 ปีเฉยๆ ไหนๆ ก็บล็อกส่วนตัว แนะนำว่าไม่ต้องอ่าน

  • 1st Year – 2nd Year

วันแรกที่รู้จัก คือ 10 ก.พ. 2013……..ความคิดแว้บแรกคือ “อะไร มาอีกละ ยั้วเยี้ยๆ มาเป็นฝูง (หัวเราะ)”

วันแรกที่ฟังเพลงแผ่นแรกของพวกเธอ…..ตอนนั้นแทบไม่เปิดฟังเวอร์ชั่นของพวกเธอด้วยซ้ำ

“อะไร ไม่คุ้นเสียง แยกไม่ออก ร้องสู้รุ่นพี่ก็ไม่ได้” เลยฟังแต่เวอร์ชั่นรุ่นพี่

แต่เพลงหลังๆ จากนั้นมา รู้สึกสะดุดว่าทำไมเด็กใหม่พวกนี้เก่งกันจัง แถมเพลงไม่ได้ขี้เหร่อะไร ติดหูง่ายดีซะอีก เพราะเปลี่ยนค่ายจากที่เคยทำมา แนวเพลงเลยเปลี่ยนตาม น่าสน

อารมณ์ตอนแรกคือ “อืม ช่วงนี้รุ่นพี่เงียบๆ ไป ไม่รู้จะติดตามทางไหน คงต้องติดตามทางนี้ล่ะมั้ง เหลืออยู่ทางเดียว”

เรียกได้ว่าตามๆ น้ำไป มองเป็นออเดิร์ฟฆ่าเวลารออาหารจานหลัก ทุก 5 โมงเย็น (เวลาไทย) ของวันพฤหัสบดีคือความสนุกสนาน ทุกเดือนคอยตั้งหน้าตั้งตาว่าสมาชิกแต่ละแผ่นจะมีใครบ้างและมาด้วยคอนเซปท์แบบไหน ฝีมือการร้องเพลงของเด็กใหม่แต่ละคนจะเป็นยังไง

พอได้สัมผัสการแสดงแต่ละรอบของเทียเตอร์แห่งนั้น ได้รู้จักนิสัยใจคอ บางคนตรงตามคาด บางคนผิดคาด เช่น สาวแกลที่ดูสก๊อยๆ นั่นไหงกลับเป็นคนคิดถึงเพื่อนก่อนตัวเองทุกครั้งแถมขี้แยอีก สาวสวยเซ็กซี่คนนั้นทำไมถึงเนื้อไม่หอมและเสียของ (?) สาวแว่นจะซีเรียสเลือดร้อนไปไหน เห็นใส่แว่นนึกว่าออกแนวนักเรียนดีเด่นคูลๆ ซะอีก ฯลฯ

เป็นคนไม่ชอบอะไรยุ่งยาก เลยไม่แตะเกม เพราะต้องลงทะเบียนหลายขั้นตอน แต่ยังไม่วายอยากติดตามเรื่องราวของสาวๆ พวกนี้ เป็นคนที่ติดตามอะไรแล้วอยากรู้ให้หมดทุกอย่างเท่าที่มือเอื้อมถึง เลยอาศัยพวกเว็บมาโตเมะของญี่ปุ่น อ่าน text การ์ดเอา ไปๆ มาๆ ลามถึงรายการวิทยุ (บอกแล้วถ้าตามคือจะตามหมด) ตอนนั้นยังไม่รู้วิธีฝ่ากำแพงนิโก้ แต่รู้วิธีจนได้เพราะจะตามเสพรายการวิทยุนี่แหละ ตอนแรกที่ได้ฟังคือตอนที่ 9 เป็นตอนที่รุ่นพี่จากโอกินาวะมาเป็นแขกรับเชิญ (และได้ลองสมัครสมาชิกพรีเมียมนิโก้ตั้งแต่นั้น) ตอนที่จำติดใจจนทุกวันนี้คือตอน 14 เพราะมันพลิกชีวิต ซึ่งขอข้าม ไม่พูดถึง

ไม่ทันรู้ตัว…..แค่จะติดตามรุ่นพี่ กลายเป็นว่าติดตามเรื่องราวของเด็กใหม่พวกนี้ไปด้วย….

ตอนอัลบั้มแผ่นที่ 3 ของพวกเธอออก วันที่จัดรีลีสอีเวนท์ของอัลบั้มนั้น รุ่นพี่โอกินาวะ (แขกรับเชิญรายการวิทยุตอนที่ 9) ที่ไปร่วมงานด้วยเหมือนกัน ได้คะยั้นคะยอให้เซ็นเตอร์ของเด็กใหม่พวกนี้พูดประโยคนั้น

“ไอมาสค่ะ ไอมาส”

ความรู้สึกตอนนั้นคือ “ไม่ไวไปหน่อยเหรอ?” เพิ่งเข้ามาไม่ถึงปี แถมเป็นแค่รีลีสอีเวนท์เล็กๆ ด้วย สาวๆ อีกกลุ่มที่มาก่อนยังไม่ทันได้พูดเลย

จู่ๆ ทัวร์คอนเสิร์ตของรุ่นพี่ปีนั้น รุ่นน้องกลุ่มนี้กับอีกกลุ่มมีโอกาสขึ้นเวทีใหญ่ครั้งแรกจากที่เคยขึ้นแค่เวทีของอีเวนท์เล็กๆ มาตลอด แต่ยังไม่เต็มตัว แค่ในฐานะแขกรับเชิญของรุ่นพี่ กระแสแอนตี้ตอนแรกก็แรงแหละ (ตอนแรกยังแอบไม่เห็นด้วยเหมือนกัน) แต่คอยตามข่าวอยู่ว่าจะออกมาเป็นยังไง ฟีดแบ็กเป็นยังไง ฝีมือเป็นยังไง เคยได้ยินจากคนไปรีลีสอีเวนท์มาบ้างว่าสาวๆ พวกนี้ร้ายกาจเกินคาด

สองคนที่กลายมาเป็นเอซในปัจจุบันต่างแสดงในรอบปิดท้ายได้ประทับใจคนดู…..ดีแล้วดีแล้ว เป็นเรื่องดี หนึ่งในเอซที่เล่นทวิตเตอร์….คืนนั้นเธอทวิตรูปจดหมายกับของขวัญที่ได้รับอย่างดีอกดีใจ ทั้งที่ตอนนั้นจดหมายมีไม่น่าถึง 20 ฉบับ

ยังจำประโยคที่เคยคุยกับเพื่อนผู้จากไป (จากวงการนี้แล้ว) ได้อยู่

“รู้สึกเหมือนขึ้นเกมใหม่อีกรอบ โปรดิวซ์กลุ่มนึงจบไปแล้ว อยู่มาวันนึงประธานเรียกตัวให้ไปโปรดิวซ์กลุ่มใหม่ (ฮา)”

“แต่กลุ่มเดิมก็ใช่ว่าจะไม่ต้องการการโปรดิวซ์แล้วหรอกค่ะ พวกเธอยังไปได้อีก”

….ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิด เหมือนมีคนส่ง “ข้าวสาร” ไปเป็นของขวัญให้เอซคนนั้นด้วย (ฮา) เธอก็ดันรับมุก เอามาทำกับข้าวแล้วอวดบนทวิตอีกนะ อย่างเงิบ

ประมาณปลายปี 2013 มีการประกาศข่าวว่าพวกเธอจะได้ร่วมแจมกับหนังใหญ่ของรุ่นพี่ คิดแค่ “อืม เพราะการ์ดในเกมให้ค่ายที่ทำอนิเมวาดนี่นา ก็พอร์ตมาได้แบบไม่ขัดตาอยู่แล้ว ไม่แปลก” ทำมาก็ดู ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

…ประมาณปีกว่าๆ มาราธอนซีดีซีีรีส์แรกของพวกเธอจบลง พร้อมกับคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ที่บังเอิญมีโอกาสเข้าร่วม โดยที่ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออีเวนท์ประวัติศาสตร์ที่เป็น turning point ใหญ่อันนึง ใจจริงแอบอยากไปวันแรกมากกว่า เพราะรู้สึกอยากเห็นสาวๆ พวกนั้นแสดงครบทุกคน (ที่เข้าร่วมอีเวนท์นั้น) แต่ได้ตั๋วของวันสองมาแทน ไม่เป็นไร ถึงยังไงก็ประทับใจ

ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันแรกก็แอบตะลึง…..ว่าไงนะ เล่นกีตาร์พร้อมร้องเพลงบนเวที!?……..จะว่าไปเจ้าตัวเคยบอกนี่นาว่าสักวันนึงอยากทำแบบนั้น เพราะไม่ได้ไปออกรีลีสอีเวนท์แผ่นที่ตัวเองมีส่วนร่วม นอกจากนั้นก็มีเรื่องแท่งไฟบ้าบอคอแตกนิดหน่อย ช่างมันเถอะ……

พอจบงานนี้ มีประกาศว่าพวกเธอจะมีคอนเสิร์ตของตัวเองเดี่ยวๆ ครั้งแรก อืม น่ายินดีด้วย แสดงที่นาคาโนะซันพลาซ่า สองพันกว่าที่นั่ง ทีแรกมีแต่คนกังวลกันว่าคนจะไปดูเต็มเหรอ ปรากฏว่าร่วงตั๋วระนาว ตีกันวายวอดชิบหายชนิดหักปากกาเซียนทุกสำนัก นี่ขนาดยกซีเรียลให้คนอื่น เขายังเอาไปร่วง

อืม น่าดีใจ น่าดีใจ อย่างน้อยก็ไม่แป้กแล้วล่ะนะ ฝั่งนึงที่เค้าขึ้นแสดงก่อนก็จบโดยปลอดภัยไปแล้ว ทางนี้คงราบรื่นแหละ ดูจากที่เซ็นเตอร์ของพวกเธอชอบทวิตภาพตอนซ้อม หรือทวิตบอกโน่นนี่ว่าไปทำอะไรกันมาบ้าง เช่น กินข้าว ตั้งกรุ๊ปไลน์ เล่นต่อคำด้วยภาพ ฯลฯ….ดีละ สนิทกันไว้แหละ เพราะต้องอยู่กันอีกนาน…โดยเฉพาะสาวๆ กลุ่มที่จัดรายการวิทยุเป็นแค่กลุ่มเดียวที่เคยพบปะกับคนขึ้นแสดงครบทุกคน (จากแขกรับเชิญรายการวิทยุและรีลีสอีเวนท์) สามคนนี้เลยเป็นคนคอยเชื่อมคนอื่นๆ ตามคาด

ถ้าติดตามข่าวสารที่เซ็นเตอร์คอยรายงานแบบแทบเป็นเรียลลิตี้โชว์ก็โล่งใจว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว……หากเอซอีกคนหนึ่งที่เคยไปขึ้นเวทีของรุ่นพี่และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเชื่อมทุกคนไม่มาประสบเหตุขัดข้องซะก่อน

….หือ? ลำคอมีปัญหา? ต้องพัก? อีกตั้งสองอาทิตย์ก่อนคอนเสิร์ตนี่นา ไม่เป็นไรมั้ง เวลายังเหลือ….

เธอหยุดการใช้เสียงทุกชนิด หยุดพักรายการวิทยุที่จัดทุกสัปดาห์ งานคอนเสิร์ตส่วนตัวของตัวเองก็งดร้องเพลง ไม่พูดสักคำ ใช้วิธีเขียนป้ายแล้วชูเอา ทั้งหมดเพื่อจะได้หายทันคอนเสิร์ตครั้งแรกกับเพื่อนๆ….ลุ้นจนถึงที่สุดว่าจะทันหรือเปล่า

เช้าของคอนเสิร์ตวันแรก มีประกาศฟ้าผ่าว่าเธอคนนั้นมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ต้องงดขึ้นแสดง จากโปรแกรมเดิมที่ขึ้นแสดงทั้งสองวัน ต้องเปลี่ยนเซ็ตลิสต์คิวแสดงกันวุ่นวาย สมาชิกคนนึงที่กลายมาเป็นหนึ่งในเสาหลักของทีมในปัจจุบันเปลี่ยนคิวมาแสดงสองวัน จากเดิมที่แสดงวันเดียว (เพราะหลังคอนเสิร์ต เธอมีสอบ…..) ถึงแม้รู้สึกขาดอะไรไป วันแรกก็จบลงด้วยดี

เช้าของคอนเสิร์ตวันที่สอง ข่าวดีที่ทุกคนเฝ้ารอก็มาเยือน ในที่สุดเอซสีน้ำเงินได้รับอนุญาตให้ขึ้นเวทีได้ แต่ “ในช่วงเวลาหนึ่ง” เท่านั้น….แม้ได้ร่วมร้องเพลงกับเพื่อนๆ แค่ไม่กี่นาที แต่การปรากฏตัวของเธอคือสิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ตแรกนี้จบจริงๆ ซะที

ดีจัง น่าดีใจจัง…….ก้าวแรกของพวกเธอ จบลงได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องขาดใครไป…..น้ำตาแตกกันทั้งคนแสดงและคนดู เซ็นเตอร์ก็เข้มแข็งจัง ไม่ร้องไห้ เรารู้แหละว่าเธอเตือนตัวเองไว้ไม่ให้ร้องไห้ เพราะแบกหน้าที่สำคัญไว้อยู่ จริงๆ คนที่ควรร้องไห้ที่สุดน่าจะเป็นเซ็นเตอร์ด้วยซ้ำไป เพราะคู่หูที่ลุยมาด้วยกันตลอดดันมาเจอเรื่องแบบนี้ในโค้งสุดท้าย แต่ดีจริงๆ ที่ทุกอย่างแฮปปี้

นี่ล่ะมั้งคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนสาวๆ พวกนี้อย่างจริงจังมากขึ้น รู้สึกเหมือนเห็น 765 เทียเตอร์ที่ทุกคนสนิทสนมกัน ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันอยู่ตรงหน้า….เรื่องราวเหมือนนิยาย ทว่ามันคือความจริง เหมือนเทียเตอร์ในเกมถูกยกออกมาข้างนอก

 

  • 2nd Year – 3rd Year

หลังจบคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของทีมตัวเอง พวกเธอสนิทกันอย่างรวดเร็ว ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์กันบ้างล่ะ ตอนว่างรอคิวแสดงตามอีเวนท์ก็เล่นบอร์ดเกมกันบ้างล่ะ (เล่นกันหนักมากจนออฟฟิชเชียลจัดให้มาเล่นกัน ทำเป็นแผ่นแถมบ๊อกซ์คอนเลย)

กระแสหนังโรงของรุ่นพี่แรงยาว พวกเธอเลยพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย มีวอยซ์ดราม่าในเกมบ้างอะไรบ้าง และสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจบคอนเสิร์ตแรกคือหนึ่งในผลงานเทพที่ (น่าจะ) เป็นตำนานของมังกะไอมาสซีรีส์ไปแล้ว และเนื้อเรื่องภาคใหม่ในเกมที่หลายคนมีความทรงจำลึกซึ้งกับเนื้อเรื่องภาคนี้ อันจะเห็นได้จากยูนิตที่เกิดในภาคนี้ยังมีคนพูดถึงจนปัจจุบัน (แถมออฟฟิชเชียลก็ยังลากมาเล่นเรื่อยๆ อีก)

อาห์ ช่วงปีนี้ไม่มีอะไรมากล่ะมั้ง สนุกดี มีอะไรให้เสพเรื่อยๆ เปื่อยๆ ตลอด จนกระทั่งปลายปี มีรายการพิเศษปลายปีและประกาศคอนเสิร์ตครั้งที่สองของพวกเธอในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า อ้อ มีบ๊อกซ์คอนเสิร์ตแรกด้วย (เกือบลืม)…..เคยดูการแสดงของพวกเธอจากอีเวนท์ของรายการวิทยุมาก่อนหน้านี้ก็ชอบอยู่แล้วว่าทำไมเด็กใหม่พวกนี้เก่งจังวะเฮ้ย พอได้ดูคอนแรกของพวกเธอแบบเต็มๆ ก็รู้สึกปลื้ม ราวโดนมนต์สะกด หลายคนสวยน่ารัก บริ๊งๆ แต่เวลาพวกเธอแสดงมันดูมีความรู้สึกลึกซึ้งเร่าร้อนแบบโชเน็นมังกะ และความเท่อยู่ในนั้น…….ไอดอลสาวสายโชเน็นมังกะ (ฮา) ในสายตาเรามองว่าสาวๆ พวกนี้เท่ 60% อีก 40% คือสวยน่ารักบริ๊งๆ

“ใบไม้ผลิ……….ตั๋วเครื่องบินแพงแฮะ……”

อีกประเด็นคือมีคิวไปอีกคอนเสิร์ตซึ่งคาดว่าจะจัดในปีเดียวกันแน่นอน (มาคิดดูตอนหลังก็เสียใจค่ะที่ไม่ไปคอนเสิร์ตครั้งที่สองของพวกเธอด้วย)

คอนเสิร์ตครั้งที่สองของพวกเธออัพเกรดจากครั้งแรกขึ้นจม สเกลใหญ่ขึ้นประมาณ 3-4 เท่า ถึงไม่ได้ไปแต่ทราบข่าวน่าดีใจอย่างนึงเกี่ยวกับปาฏิหาริย์เล็กๆ น่าประทับใจในคอนเสิร์ตนั่น กลุ่มแฟนๆ ของสาวๆ บ้านนี้มักถูกมองว่าเป็นพวกตามนักพากย์อย่างเดียวมากกว่าตามคอนเทนต์นี้ (มีก็มี แต่ไม่ใช่ประชากรส่วนใหญ่แน่ๆ อ่ะ) แต่ถ้าเป็นงั้นจริง ปาฏิหาริย์นี้คงไม่เกิด………..อาห์ เหล่าสหายที่น่าภาคภูมิใจ

หลังจากนั้นก็ไปอีกคอนเสิร์ตที่ว่านั่น รู้สึกว่าพวกเธอเจอบททดสอบโคตรโหด ให้เปิดตัวเพลงใหม่กลางสถานที่ใหญ่แบบนั้น 😥😥😥 ตัวคอนเสิร์ตน่าประทับใจ ฟอร์มใหญ่ แต่ดันไปสะดุด เห็นสิ่งที่ไม่ควรสะกิดใจเข้า ถึงเศร้าๆ อยู่บ้างแต่ความพึงพอใจเต็มอิ่มมีมากกว่า จริงๆ ไม่น่าสะกิดใจเลย เพราะถ้าไม่เห็นมันเข้า ตลอดช่วงเวลาหลังจากนั้นคงไม่รู้สึกนอยแปลกๆ จนปัจจุบัน

พอหมดงานใหญ่ พวกเธอมีซีดีซีรีส์ใหม่และ “ทัวร์คอนเสิร์ต” ในปีหน้า ตอนประกาศรายชื่อคนแสดงแต่ละรอบกับสถานที่แสดงนี่ลุ้นหัวใจเอ็กซ์วายแซดสุดๆ

ความเคลื่อนไหวช่วงนั้นนอกจากซีดีกับมังกะก็ไม่มีอะไร เงียบมาก เงียบป่าช้าจนไม่อยากเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนจะถึงคอนเสิร์ตใหญ่แล้วจริงเหรอวะ ขณะที่อีกด้านหนึ่งเฮฮาปาร์ตี้โฉ่งฉ่าง ออกนิโก้นามะรัวๆ เอาน่ะ เวลาของเค้า คิวของเค้า…..แถมสปอนเซอร์เงินเยอะอีก ต่างกับทางนี้

รีลีสอีเวนท์ของซีดีซีรีส์นี้ เหล่ารุ่นพี่กลับมาขึ้นเวทีด้วยอีกครั้ง รุ่นพี่สีน้ำเงินพูดไว้ว่า….ปีนี้เป็นปีของสาวๆ อีกทีมนึงแล้ว ปีหน้า (2016) อยากให้เป็นปีของสาวๆ ทีมนี้บ้าง เวลาไปออกทัวร์ คนมีประสบการณ์ก็คอยช่วยเหลือคนมีประสบการณ์น้อยด้วยนะ ฯลฯ (หายืนยันคำพูดเหล่านี้ได้จากแผ่นโบนัสของแผ่นคอนค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าโม้เอง) รู้สึกดีใจที่รุ่นพี่สีน่้ำเงินเอ่ยปากแบบนั้น คิดเข้าข้างตัวเองว่ารุ่นพี่สีน้ำเงินก็สังเกตเห็นอะไรแบบเดียวกับที่เราเห็นล่ะมั้ง

เพราะมันตลกดีกับการอ้างคอนเซปท์เดินไปพร้อมกัน แต่กลับมีบางกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังยาวๆ ยาวจนอดกังวลไม่ได้ว่าจะวิ่งตามทันคนอื่นที่โดนติดบูสต์พลังเจ็ทนำหน้าไปลิ่วๆ แล้วรึเปล่า ด้านแรงม้าของตัวสาวๆ เองไม่ด้อยกว่าใครหรอก แต่เดินเท้ามันจะสู้คนมีิิออปชั่น ได้รับอุปถัมป์ให้นั่งเครื่องบินความเร็วเสียงได้เหรอ

มีทั้งความกังวลกับความหวังเล็กๆ ในใจว่าฤดูใบไม้ผลิปีหน้าอาจจะมีอะไรดีขึ้น……….แต่อีกใจก็กลัวว่าจะเป็นการรอเก้อเหมือนเดิม แบบที่เป็นมาตลอด

 

  • 3rd Year – 4th Year

ตื่นเต้นดี๊ด๊า เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนคอนเสิร์ตเดี่ยวๆ ของพวกเธอ ผลที่ได้รับกลับมาคือความทรงจำที่ลืมไม่ลง ทั้งเรื่องดีและแย่ (ฮา) กับเพื่อนๆ ที่คุยถูกคอ ทิ้งหัวใจไว้ในสถานที่นั้น ปัจจุบันหัวใจยังไม่กลับเข้าร่าง

ตามคาด ฤดูใบไม้ผลิที่ทุกคนที่เชียร์สาวๆ พวกนี้คาดหวังไว้จบลงด้วยการรอเก้อเช่นเคย

หลังจบทัวร์แล้วก็ไม่มีอะไรอีก นอกจากรอฉบับมังกะเล่ม 4+เพลงใหม่ที่ประกาศในคอนว่าจะมี มีการโหวตไอดอลที่จะได้ลงซีดีซีรีส์ใหม่

ทีนี้ดันมีเรื่องตลกอย่างนึงเกิดขึ้น วันที่ 6 ส.ค. หนุ่มๆ บ้านใกล้เรือนเคียงมีข่าวดีเรื่องนักพากย์ ส่วนตัวเองไม่ได้คิดอะไร แต่ดันมีคนฝั่งนี้ที่สิ้นหวัง (…..) เพราะกับหนุ่มๆ บ้านนั้นคือยังไงล่ะ….เหมือนลูกผีลูกคนด้วยกันมาปีสองปี แล้วอยู่ๆ โดนเขาทิ้งไปเฉย ให้ทางนี้เอานิ้วจิ้มดินเล่นมุมกำแพงเล่นต่อ ไม่มีข่าวอัพเดท ไม่มีสินค้าใหม่ ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ระบบเกมไม่มีการปรับปรุงอะไรเพิ่ม แถมยังโหดเฮี้ยบขึ้นจน active user ลดชนิดคนห่วงอนาคตตามๆ กัน

เวลามีประเด็นร้อนเกิดขึ้น จะชอบเสิร์ชหาทวิตของคนโน้นคนนี้อ่านค่ะ อ่านหมด ไม่ว่าจะความเห็นโคตรโพสิทีฟแบบโลกนี้ไร้ฝุ่นเปรอะเปื้อน หรือความเห็นเนกาทีฟแบบลงนรก ลองดูบางส่วนได้

อีกเยอะ แปะเป็นรวมลิงค์แทน ถ้าใครสงสัยว่าเราโม้รึเปล่า ลองอ่านทวิตเหล่านี้และอย่าลืมสังเกตเวลาที่ทวิต http://pastebin.com/X6e8fVi3

ช่วงใกล้ๆ กันยังมีอันนี้อีก

สินค้าที่จะขายในงาน C90 ตอนแรกมีเซ็ตของมิลเลียน สักพักหายไปอย่างไร้ร่องรอย (……..) หลังจากนั้นก็กลับมาเหมือนเดิม คนแก้เพจคงลืม รู้แหละว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ แต่สภาพจิตใจมิลเลียน P หลายคนตอนนั้นเหมือนโดนอัปเปอร์คัทแล้วโดนเตะก้านคอซ้ำอีก

กี่ครั้งกี่หนที่แอบอิจฉาว่า “เฮ้อ ดีจังเนอะ บ้านอื่นคึกคัก” และอยากให้มิลเลียนเป็นแบบนั้นบ้าง กี่ครั้งกี่หนที่พอเช็คไลน์อัพสินค้าไอมาสที่จะออกตามงานต่างๆ แล้วพบว่าไม่มีแค่มิลเลียน กี่ครั้งกี่หนที่เห็นภาพคนถ่ายภาพร้านอนิเมทเกมเมอร์สาขาต่างๆ ในญี่ปุ่นมาแล้วพบว่ามีคอร์เนอร์ของทุกไอมาสแต่ไม่มีแค่มิลเลียน กี่ครั้งกี่หนที่มองบ้านอื่นมีอิจิบังคุจิมีคาเฟ่กันไปสองสามรอบแล้วไม่มีแค่มิลเลียน กี่ครั้งกี่หนที่สะอึกเวลาเห็นคนรู้จักทุกไอมาสยกเว้นมิลเลียน

เหมือนอะไรบางอย่างในหัวสมองมันขาดผึง มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องหลอกลวงหมด ทุกคนคือไอมาสคืออะไร ในทุกคนที่ว่านั่นมีมิลเลียนด้วยมั้ย รู้แหละว่าสำหรับบางคนก็ไม่มี ซึ่งเราไม่สามารถไปบังคับไม่ให้ใครชอบหรือไม่ชอบได้ เพราะขนาดเราเองก็ยังมิลเลียนwwwwwwwwwwwตลอดเวลา

“ไม่ตามมิลเลียนเหรอ เพลงดีนะ”
“ไม่ล่ะ ตาม (ชื่ออีกบ้านที่เพิ่งเป็นอนิเมไป) แล้ว”

ไม่ใช่บทสทนาที่เราคุยกับคนอื่นนะ บังเอิญเห็นมาเฉยๆ (ฮา) และเจอเยอะด้วย

เลยเกิดคำถาม

“ถ้ามิลเลียนมาก่อนล่ะ คำตอบของคนคนนั้นจะเปลี่ยนไปรึเปล่า? ที่ตามเพราะชอบหรือเพราะกระแส จะได้มีเรื่องคุยกับคนอื่น?”

พยายามคิดว่ามิลเลียนมีอะไรด้อยกว่า…..

ตัวละคร…….คิดว่าไม่ด้อยกว่า ทุกคนน่ารัก แล้วมีจำนวนแค่นี้ จำได้หมดแน่นอน การ์ดแต่ละใบก็คุณภาพสูง วาดสวย ดูมีชีวิตกำลังขยับเขยื้อนกันจริงๆ

นักพากย์……มิลเลียนเด่นเรื่อง performance อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ร้องและเต้น การถ่ายทอดสื่ออารมณ์ของตัวละครที่อยู่ในบทเพลงนั้นผ่านสีหน้ากับเสียงร้อง หลายคนลงทุนทำผมและหาเครื่องประดับที่เข้ากับตัวละครของตัวเองมาใส่ทุกครั้งที่ขึ้นคอน แถมหลายคนเล่นเกมกันอีก มีทั้งที่ออกหน้าเป็นโคตรรันเนอร์และแอบๆ (ฮา) เรื่อง passion ไม่แพ้ใครแน่ (จนบางครั้งทำให้นึกถึงโรงเรียนลูกผู้ชายมากกับความเร่าร้อนของสาวๆ พวกนี้)

เนื้อเรื่อง…….ส่วนตัวคิดว่าเป็นจุดแข็งที่สุดของคอนเทนต์นี้ ถึงอีเวนท์จะเนื้อหาบ้าบอ (คนที่ชอบก็ชอบเพราะความบ้าบอเนี่ยแหละ) แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นของพวกพ้องเสมอ ปริมาณข้อมูลมหาศาลมีให้อ่านย้อนหลังได้ตั้งแต่เกมเริ่มเปิด ดราม่าฟูลวอยซ์เยอะมาก คิดว่านี่คือส่วนนึงที่ทำให้สาวๆ มิลเลียนรักและเข้าใจตัวละครของพวกเธออย่างลึกซึ้ง เพราะพากย์เสียงการ์ด+ดราม่าซีดีบ่อย มีดราม่าซีดีที่เป็นของรางวัลครบรอบ 2 ปีกับ 3 ปี ซีดีซีรีส์ใหม่ออกทีก็มีดราม่าพาร์ทที ไหนจะเนื้อเรื่องภาค PSL  เนื้อเรื่องภาคคาราวาน…..เลยไม่เข้าใจคนที่บอกว่ามิลเลียนไม่มีอะไรให้เสพ มันมี แต่หากันไม่เจอ (หรือไม่สนใจ) เอง จะบอกว่าเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น? เกมไอมาสอีกเกมที่ฮิตๆ อยู่ก็ญี่ปุ่นเหมือนกันนี่….

มังกะก็โคตรเทพ……

เพลง…..ไม่ต้องพรรณนามากมั้ง

คิดจนหัวระเบิดก็ไม่ได้คำตอบ พยายามหาคำตอบจนรู้สึกโมโหกับความไม่ยุติธรรม รู้ตัวก็ตอนนี้ว่าเป็นคนไม่ชอบความไม่เท่าเทียม (ที่ไร้เหตุผล)

สาวๆ มิลเลียนหลายคนแม้ช่วงที่มิลเลียนเพิ่งเปิด พวกเธอจะโนเนม แต่ตอนนี้หลายคน (โดยเฉพาะทีม veteran ที่ออกอีเวนท์บ่อยๆ) ที่เป็นนักพากย์ไอดอลก็ขายดิบขายดี งานเยอะกันหมด

พวกเธอเคยปล่อยปละละเลยจนการแสดงบนเวทีมิลเลียนด้อยหรือห่วยแตกรึเปล่า? ไม่สักนิด กลับมาแต่ละทีมีแต่จะอัพเกรดขึ้น ยิ่งตอนคอนสองตกใจมากว่าไปฝึกเส้าหลินกันมารึเปล่า เลเวลอัพเกินช่วงเวลา 9 เดือนนะ….

แล้วนี่คือการตอบแทนความพยายามความจริงจังของพวกเธอจากออฟฟิชเชียล? คือดองหมักลงไหไว้? ตอบแทนเหล่ามิลเลียน P ที่คอยซัพพอร์ทเกม (ที่หลายคนบอกไม่สนุก) มาตลอดด้วยการทำให้ทรมานใจแบบนี้?

จะเลี้ยงก็ไม่เลี้ยงให้โต แต่ไม่ฆ่าทิ้งให้จบๆ

ในใจตอนนั้นไม่ไหวแล้ว จะต้องดูพวกเธอพยายามโดยไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา ไม่ได้รับการเหลียวแลต่ออีกกี่ปี ถ้างั้นให้เวทีในฝันนั่นคือจุดจบไปเลยอาจดีกว่า ในเมื่อเจ้าของไม่คิดจะปั้นก็ไม่ควรรั้งสาวๆ พวกนี้ไว้กับสิ่งที่ไร้อนาคต ปล่อยพวกเธอไปหาสิ่งที่ดีกว่าซะ ไหนๆ ก็มีของที่ขายได้แล้วก็ขายอันนั้นให้เต็มที่

นั่นคือความคิดของเราตอนนั้น รายการปลายปีอะไรนั่นก็ไม่ดู ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเอซสีแดงของบ้านนี้มานั่งหัวโด่เป็นไม้ประดับ (เพราะไม่มีข่าวสารใหม่อะไรประกาศ) (แต่ของจริงเป็นไงไม่รู้เพราะไม่ได้ดู และไม่คิดจะย้อนดู)

ยังดีมีเพื่อนๆ หลายคนเป็นที่ระบาย ปรับทุกข์ บ่นด้วยกันทั้งไทยและญี่ปุ่น ;w; ใจชื้นว่าตัวเองยังไม่ได้บ้า (ฮา) คนที่รู้สึกแบบเดียวกันไม่ได้มีแต่คนรู้จักใกล้ตัว

ทุกคนต่างสะกิดใจกับความผิดปกติทั้งนั้น แต่กลับไม่มีใครเอ่ยปาก เพราะกลัวอะไรสักอย่างจะพังล่ะมั้ง แบบที่มันพังไปแล้วในใจเรา

………………….อา เมื่อไหร่จะถึงวันนั้นซะที จะได้จบๆ ไป เหนื่อย ทรมาน…..ถ้าอย่างนั้นขอเดิมพันทุกอย่างไว้กับ 3 วันนั้นแล้วกัน

ก็คิดวนไปวนมาอยู่แค่เนี้ย นอยทุกวันทุกวัน จนหัวระเบิดตูมนึง เลิกคิดไปพักนึงเพราะขี้เกียจคิด พอฟื้นตัวก็ลูปเดิม (…….)

มาถึงเทศกาลละเลงเลือดแย่งตั๋วไปคอน……เจอคนญี่ปุ่นโคตรน่ารังเกียจคนนึง ตานี่ึความคิดบิดเบี้ยวอยู่แล้ว มองว่าการไปดู LV คือเป็นผู้แพ้ ออฟฟิชเชียลดูถูก ฯลฯ ฮีรู้สึกเหนื่อยกับการไม่ถูกตั๋วอะไรเลยมา 2 ปีเต็มและอยากเลิกตามไอมาสซะที ฮีเลยตัดสินใจใช้มิลเลียนเป็นเครื่องมือในการหาเหตุผลมาเลิกตาม (ปกตินี่ด่ามิลเลียนสาดเสียเทเสียเลย เพลง Alive Factor ก็บ่นๆๆๆๆ) มิลเลียนนี่แย่งตั๋วกันจะตายอยู่แล้ว ฮีเลยลงโค้ดมันโค้ดเดียวกะให้ร่วง แต่เจือกถูก 555555555 (ขอให้มรึงไม่ถูกอีกเลยตลอดชีวิตค่ะ แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงไปดูแล้วเป็นไงมั่ง ไม่อยากสนใจคนพรรค์นี้)

มาคิดดู….คนแบบตานี่ก็ไม่ได้มีคนเดียวหรอก ปกติไม่เคยสนใจไยดีแต่พอมีคอนก็อยากไปร่วม….คนแบบนี้มีเยอะแยะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเค้าถึงอยากไปกัน ทั้งที่ไม่ได้ชอบมิลเลียนซะหน่อย (ถ้าเงินกับเวลาเหลือล่ะก็อยากให้แบ่งมาบ้าง…..) มาคิดดูที่ผ่านมาเราก็ทำแบบนี้กับคนอื่นเหมืิอนกันนี่นะ……

หันมามองทางเพื่อนๆ มิลเลียน P ที่รู้จักกัน ที่ซัพพอร์ทเกม เติมเงินอย่างสม่ำเสมอมาตลอดร่วงตั๋วกันระนาวแล้วก็อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

เรา? เราไม่ใช่มิลเลียน P  ไม่เคยเรียกตัวเองว่ามิลเลียน P (บางครั้งอาจจะมีพูดส่งๆ ไปเพราะขี้เกียจแจกแจง แต่ใจเราไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น) เพราะไม่ได้ช่วยซัพพอร์ทหรือทำอะไรเพื่อมิลเลียนเท่าบุคคลเหล่านี้

ดังนั้นพอเป็นช่วงแย่งคั๋วคอนทีไร ประเด็นที่มักระอุบนทวิตเตอร์ตลอดคือ พวกเล่นเกมมาตลอดแล้วไม่ได้ตั๋ว VS พวกไม่เล่นเกมแต่เจือกได้ตั๋ว….เราคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเหมือนกัน น่าจะเปิดรอบเกมเป็นรอบแรก แล้วเอาซีดีไปไว้รอบสองมากกว่า ควรให้สิทธิ์คนเล่นเกมก่อน เพราะแกนกลางหลักจริงๆ ก็คือเกม โอเค ตามเพลงหรือมังกะถือเป็นการสนับสนุน แต่ถ้าแกนกลางตาย ส่วนอื่นก็ตายไปด้วย เพราะทั้งหมดล้วนเป็นสาขาที่แตกมาจากแกนกลางทั้งสิ้น ลองดูสภาพของรุ่นพี่ที่พอเกมทิ้งช่วงเลยไม่มีซีดีซีรีส์ใหม่แล้วไม่มีคอนเสิร์ตเอาละกัน (ถึงจะมีเรื่องเวลาส่วนตัวของแต่ละคนด้วยก็ตาม)

แต่คอนเสิร์ตควรเป็นสิ่งที่ทุกคนมีโอกาสสัมผัสได้นี่นะ อืม…..

รวมทั้งมีปัจจัยหลายอย่างตอนนั้นทำให้ตัดสินใจแน่วแน่ เลยแตะเกมมิลเลียนจนได้ (หลังหนีมาเกือบ 4 ปี) ทีนี้จะได้เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย

วันเวลาผ่านไป ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายทำให้สามารถได้ตั๋วไปหาพวกเธอที่เวทีแห่งฝันสำเร็จ สบายใจซะที….เหลือแค่ทำงานเก็บเงิน รอเวลาให้ถึงวันนั้นพอ ไม่ต้องสนสิ่งกวนใจรอบข้าง

มันควรเป็นแบบนั้น ถ้าไม่มีคำพูดสั่วๆ หลุดออกมาจากปากของบุคคลที่ได้ชื่อว่ามีส่วนในการสร้างและเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของซีรีส์นี้

เขาพูดบนเวทีของหนุ่มๆ บ้านข้างๆ ประมาณว่า “ที่หนุ่มๆ ล่วงหน้าได้เป็นอนิเมก่อน เพราะช่วงก้าวของผู้ชายยาวกว่าผู้หญิง” แต่ไม่ได้ไปฟังมาเองหรอก คนที่ดูเอามาพูดข้างนอกอีกที

หือ? หมายความว่าไง? ต้องการสื่ออะไร?

ไม่รู้เนกาทีฟเกินไปรึเปล่า จะอ่านกี่รอบ หัวสมองมันก็แปลงว่า “คอนเทนต์ที่ผู้หญิงเป็นหลักน่ะพยายามให้ตายก็สู้คอนเทนต์ที่มีแต่ผู้ชายไม่ได้wwww เพราะฟุโจชิกับแฟนผู้หญิงกล้าจ่ายมากกว่า หากินด้วยง่ายกว่าwwww บุโดคังก็พยายามเข้านะ ประกาศจัดไปแล้ว อย่าให้ล่มwwwwww”

เนกาทีฟไปล่ะมั้ง และเถียงไม่ได้ด้วยเพราะความจริงล้วน แต่ไม่เคยเจ็บและเฟลขนาดนี้มาก่อน

สาวๆ พวกนี้ทำอะไรผิด? มีอะไรบกพร่อง? เคยเบี้ยวงานมั้ย? แต่ละคนงานรัดตัวแต่เพอร์ฟอมานซ์บนเวทีเคยด้อยลงจากครั้งก่อนหน้ามั้ย?

หรือพวกเธอยังรักคอนเทนต์ไม่พอ? ไม่…..ไม่ใช่แน่ๆ

หรือเคยมีใครสักคนในหมู่แฟนๆ ของพวกเธอเอาอุจจาระสุนัขไปวางหน้าบ้านชายเสื้อส้มผู้นั้น เขาแค้นอะไร ทำไมต้องย่ำยีจิตใจขนาดนี้ เขาอาจจะคิดว่าคำพูดออกจูนิเบียวนิดๆ ประโยคนั้นคงเท่ ข้าเท่ที่คิดได้ พูดแล้วเท่

ทำไมต้องจังหวะนี้ อีกแค่เดือนเดียวก็จะถึงวันสำคัญแล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้ใช้เวลาที่เหลืออย่างสบายใจนะ ถ้าพูดว่า “รอเดือนหน้า” หรือไม่พูดถึงเลยอาจดีกว่า (จะพูดถึงหรือไม่ ชายผู้นั้นก็คงโดนตั้งคำถามอยู่ดีแหละ เขาเลยพูด แต่ใช้คำพูดได้โคตรเ-ี้ย)…..ทุกคนที่ไม่สบายใจกับอนาคตมาตลอดต่างเดิมพันกับ 3 วันนั้น หวังว่า “คราวนี้แหละต้องมีอะไรดีขึ้นแน่ๆ” สภาพจิตใจหลายคนมาถึงขีดสุด มีเราด้วยคนนึง โดนปาดแค่แอพพลิเคชั่นเกมยังพอว่า เจอโดนปาดอนิเมด้วยถึงกับทรุด (ทีงี้คนที่เคยบอกว่า “รอตามคิว” ไม่เห็นออกมาให้ความเห็นอะไรเรื่องปาดหน้านี่สักคำ เงียบกริบทั่วหน้า)

เจอแขวะว่า “หรือจะให้ประกาศอนิเมบนเวทีนั้น?”

อยากตอบว่าถ้าลองคุยกับคนที่เป็นมิลเลียน P จริงๆ ไม่มีใครต้องการชนิดแบบต้องมีให้ได้หรอก อารมณ์แบบว่ามีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร ขอให้คอนเทนต์คึกคักพอ เพราะตัวเกมเองก็เนื้อหาเยอะชิบหายพอแล้ว และอนิเมไม่ใช่ว่าจะเป็นผลบวกเสมอ อาจเป็นพิษร้ายได้ในเวลาเดียวกัน ขึ้นกับทีมงานและบท……(หลายคนเห็นข้างบ้านวุ่นวาย เค้าก็ไม่อยากให้มีนะ บอกเลย)

ประเด็นมันอยู่ที่ “ทีนี้ 3 วันนั้นจะเหลืออะไรให้ประกาศ? อะไรสักอย่างที่จะช่วยกู้สถานการณ์ตอนนี้ให้ดีขึ้นบ้างดันโดนปาดไปหมดแล้ว”

ช่วงสัปดาห์นั้น อ่านความเห็นของหลายๆ คน ทั้งดีและแย่ อ่านหมด เซฟไว้หมด เราถือคติว่าจะไม่อ่านความเห็นข้างเดียว อ่านของหลายคน ทั้งสองข้างหรือหลายข้าง แล้วค่อยกลั่นกรองออกมาเป็นบทสรุปของตัวเอง

รวบรวมไว้หมดแหละ ทั้งความเห็นแบบด่าแหลกกระจายและความเห็นแบบใจเย็น ใครอยากลองอ่านก็อ่าน รวบรวมไว้ละ มีสะเก็ดระเบิดจากงานก่อนหน้าของรุ่นพี่ด้วย (ถามคนไปงานรุ่นพี่มากันเองนะว่าเกิดอะไรขึ้น กล่าวถึงมากเดี๋ยวโดนดุ) https://pastebin.com/xg34Ktty

ความรัก ความผิดหวัง ความโกรธ ความคาดหวัง….วังวนอารมณ์ความรู้สึกของคนหลายคนที่สั่งสมมาตลอด…..น่าเศร้าที่มีอาจมีหลายคนไม่ได้รับรู้ หรือเบือนหน้าหนี “ไม่อยาก” รับรู้

แม้ในอนาคต ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ความรู้สึก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ และเคยเกิดขึ้นมาตลอดจนถึงตอนนี้….คงจะถูกลืมสินะ ตามสไตล์

ตอนล้มลุกคลุกคลาน ไม่มีใครเหลียวแล…ไม่รู้ไปไหน พอชุบตัวสวยพริ้งแล้วมารุมตอมจากไหนไม่รู้เยอะแยะ ลืมเรื่องราวที่เคยล้มลุกคลุกคลานกันมาหมด (หรืออาจไม่สน or ไม่คิดจะรับรู้)

ทนไม่ได้ รับไม่ได้ถ้าจะเป็นแบบนั้น สิ่งที่เพื่อนๆ ฝั่งโน้นพยายามทำเพื่อให้คอนเทนต์คึกคัก อุดหนุนคอนเทนต์ตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งความเจ็บใจที่ได้รับการตอบแทนน่าผิดหวังจากออฟฟิชเชียล….ทั้งหมดนั่นจะถูกลืม?

หาคำตอบไม่เจอว่าควรทำยังไง จนกระทั่งถึงวันจริง……

ความรู้สึกหลังเข้าไปดู…..ให้พูดหมดตรงนี้ก็คงยาว…..สรุปสั้นๆ……burnout หมดสิ้นแล้ว (ฮา) พอใจแบบไม่รู้จะติตรงไหน ถ้าจะติดค้างมีเรื่องเดียวคือยังให้อภัยชายเสื้อส้มไม่ได้ แต่จะทำลืมคำพูดบ้าๆ นั่นไปสักพัก

ถึงตำแหน่งที่ยืนกับความคิดจะเปลี่ยนไปจากที่เคยอยู่มา 3-4 ปี แต่สิ่งที่ทำก็เหมือนเดิมคือ หาทางเผยแพร่เสน่ห์ของมิลเลียนไลฟ์ตามแบบของเรา เท่าที่หนึ่งสมองและสองมือจะทำได้ จะไม่หวังพึ่งแบรนด์ไอมาส จะไม่คิดอะไรตื้นๆ อีกว่า “ยี่ห้อไอมาส เดี๋ยวมันก็คงทำอะไรสักอย่างให้เองแหละ” เพราะ 2 ปีที่ผ่านมานี่ซึ้งแล้วว่ามันไม่จริง

แต่เราไม่ใช่คนที่จะตัดสินว่าพวกเธอได้รับการตอบแทนที่สมควรแล้วหรือยัง คนตัดสินคือพวกเธอ ถ้าพวกเธอยังพยายามต่อ เราแค่คอยตามให้กำลังใจต่อ

ใครไม่สนก็ช่าง แต่ถ้าใครสนเชิญเลย ยินดีจับตีหัวเข้าถ้ำล้างสมอง (ฮา) จะเล่นเกมก็ไปหาทางยืนยันเบอร์เอง ให้ยืมการ์ดได้ บอกเลยว่านับถือบางคนที่แวะมาเจอบล็อกเราและเริ่มแตะเกมมิลเลียนก่อนเราซะอีก แถมเล่นจนปัจจุบันด้วย (คุณนั่นแหละค่ะ ฮา) บางคนยืนยันเบอร์ไม่ได้แต่ก็เล่นต่อ นับถือใจค่ะ

บล็อกก็เขียนต่ออย่างเดิม บ้ามาคนเดียวได้ตั้ง 4 ปีจะมาหมดแรงอะไรตอนนี้ ในอนาคตอีกหลายปีจากนี้ได้แต่หวังว่าคงจะมีใครมาเสิร์ชเจอและรับรู้ว่า 4 ปีนี้มันไม่ได้มีแต่เรื่องสวยงาม เรื่องทุกข์ก็มี

ถ้าถามว่าจะไปเลือกจำเรื่องแย่ๆ ทำไม….คำตอบคือเพราะทุกอย่างคือชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ความทรงจำ ไม่ว่ามันคือเรื่องดีหรือไม่ดีแต่ถ้าขาดไปชิ้นเดียว ความรู้สึกกับความคิดที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

บางครั้งเวลาที่ย้อนอ่านบล็อกตัวเอง อ่านไปก็ขำนะ คนเขียนแม่มบ้า (กร๊ากกกกกกกก) อ่านๆ ไปก็ “เฮ้ย เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยนี่เนอะ ดีจังที่เขียนไว้”

ไม่อยากลืมแม้แต่อย่างเดียว จริงๆ เราก็รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจตั้งแต่ก่อนไปยังสถานที่แห่งนั้นแล้วว่า

“ถึงใครไม่มอง ไม่สนใจ ทำเมินไม่อยากจำ แต่ก็จะขอจดจำทั้งหมดไว้เอง จะไม่มีวันลืมเด็ดขาด”

เพราะ 4 ปีที่คอยเฝ้าดูและคอยเชียร์มา คือสิ่งที่อะไรก็ทดแทนไม่ได้ และชักนำเรื่องดีๆ หลายอย่างมาให้ชีวิต (เรื่องแย่ก็มี)

ไม่ได้เพิ่งรู้จักพวกเธอตอนคอน 8th บ้านหลัก

ไม่ได้เพิ่งรู้จักพวกเธอตอนคอน SSA2014

ไม่ได้เพิ่งรู้จักพวกเธอตอนคอน 10th

การที่ได้เห็นพวกเธอมาแต่แรกสุดจริงๆ คือความภาคภูมิใจอย่างที่สุด ตอนนี้กล้าพูดแบบนี้

ในยุคสมัยที่มีคอนเทนต์ให้เสพอย่างเหลือเฟือ การแข่งขันที่สูงทำให้คอนเทนต์เวียนว่ายตายเกิดอย่างรวดเร็ว มิลเลียนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น สำหรับหลายคนมิลเลียนอาจเป็นคอนเทนต์ที่ถึงตายก็ไม่เป็นไร ไปหาเสพอย่างอื่นได้อยู่ดี คอนเทนต์มีให้เสพเยอะแยะไป

สำหรับเราไม่ใช่ ถึงรู้ว่าคอนเทนต์สักวันย่อมตายแต่คงมีรูโหว่ในใจไปพักใหญ่ เพราะมันไม่ใช่แค่คอนเทนต์ให้เสพไปวันๆ สำหรับเรา

มิลเลียนทำให้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในชีวิต (อย่างน้อยก็เรื่องงาน) ทำให้กล้าที่จะทำอะไรที่ไม่เคยทำ (เช่นการเดินทางไปต่างประเทศคนเดียว) แล้วยังมอบเพื่อนกับความทรงจำให้ สร้างสิ่งสำคัญไว้ที่นี่มากเกินไปจนไม่อยากเดินออกมา

“Thank you for……..Smile”

ประโยคนี้ตีความได้หลายแบบ…..สาวๆ อาจขอบคุณ P (แฟน) ที่ยิ้มแย้มให้พวกเธอเสมอ หรืออาจขอบคุณ P ที่ทำให้พวกเธอยิ้มได้ บางทีอาจทั้งสองความหมาย

แล้วเราล่ะ ตอนนั้นเราได้ยิ้มรึเปล่านะ? แต่ที่แน่ๆ 2 ปีที่ผ่านมา แทบไม่ได้ยิ้มเลย นี่เลยเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจว่าอย่างน้อย 3 วันนี้จะยิ้มให้สมกับที่พวกเธอขอบคุณ….

เปล่า ผิดละ ไม่ใช่ พวกเธออย่าขอบคุณสิ ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอบคุณ

ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้ตัวละครกับคอนเทนต์ ขอบคุณสำหรับความพยายามตลอดมา ขอบคุณสำหรับการแสดงคุณภาพดีๆ ขอบคุณที่เอารอยยิ้มกลับคืนมาให้เราอีกครั้ง

ตอนนี้เหนื่อยแล้ว ฝืนตัวเองสปาร์ต้ามามากพอแล้ว ขอเข้าโหมดประหยัดพลังงานไปยาวๆ แล้วกัน แต่หลังตื่นจากความฝัน ถ้าไม่จดหรือรีบบันทึกไว้ก่อนก็จะลืมนี่นะ…..งั้นต้องรีบหาเวลาทำบันทึกความฝันแล้วสิ

 

 

31 มี.ค. 2017

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s