อืม….ช่วงนี้ก็…..

พูดถึงนิดหน่อยข้างใน เพ้อเจ้อนิดๆ เข้าโหมด otaku poem

ไอ้ Memorial Commu เนี่ย มันคล้ายๆ กับ Idol Story ของมิลิมาส แต่ทางโน้นจะปลดยากกว่าและหลายใจไม่ได้ อันนี้ทำมาไลท์ๆ เท่าที่ดูก็เหมือนเสริมส่วนที่ขาดหายไปที่ไม่ได้กล่าวถึงในมิลิมาส

 

ยาบุกิ คานะ Memorial Commu 01

ยาบุกิ คาเนี้ย 4 ขวบ

“พอมีอะไรนิดหน่อย ฉันมักหงอยหรือเหงาตลอด”

“เวลาแบบนั้น พอฟังเพลงของฮารุกะจั…..คุณฮารุกะหรือคุณจิฮายะในทีวีแล้ว….”

 

“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากเป็นเหมือนพวกคุณฮารุกะ…อ๊ะ รู้หรอกค่ะว่าจะให้เหมือนทันทีคงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่า…!”

ยังไงก็ยังชอบเซ็ตติ้งที่คานะปลื้มจิฮายะเป็น main มากกว่าอยู่ดีแฮะ ดูแล้วเข้ากับคานะที่ชอบร้องเพลงมากกว่า มันเหมือนกับว่าเพราะฮารุกะเป็นเซ็นเตอร์ อะไรๆ เลยต้องโยนไปเซ็นเตอร์หมด ดูเท็มเพลทไป….เป็นจุดนึงในมูฟวี่มาสที่แอบเซ็ง _(:3」∠)_

“ความใฝ่ฝันแรงกล้าที่มีต่อไอดอล ความมุ่งมั่นใจเดียวอย่างไม่ลดละ และรอยยิ้มซื่อบริสุทธิ์นั่น…!”

ตัวข้อยในจอ ตาแหลม เจ้าประเมินได้เป๊ะหมด

ยาบุกิ คานะ Memorial Commu 02

กิน menkatsu เลย fukkatsu (คืนชีพ)

น่ารัก

ยาบุกิ คานะ Memorial Commu 03

“วันนี้ขนาดชิโฮะจังยังบอกว่าซ้อมอีกหน่อยน่าจะดีกว่าเลยค่ะ!”

ขอบคุณสำหรับคานะชิโฮะค่ะ

คานะยังคงเป็นคานะที่รู้จักดี

 

 

คิตาซาวะ ชิโฮะ Memorial Commu 01

“คือ….เหมือนกับเจ้าหญิง ในหนังสือภาพน่ะค่ะ….”

(เด็กคนนี้น่าจะยังมีเสน่ห์อื่นๆ ซ่อนอยู่อีก ต้องดึงออกมาให้ได้!)

อ้างอิงตามไอดอลสตอรี่ของมิลิมาส ชิโฮะถูกทาบทามเข้ามา แต่อันนี้เปลี่ยนเป็นชิโฮะมาออดิชั่นเอง แถมเปิดใจบอกเหตุผล รวมทั้งเบื้องหลังที่อยากเป็นไอดอลซะหมดเปลือกแต่แรก……..เอ๊ะ………………….

เดี๋ยว………..กว่าชิโฮะ (อีกฟาก) จะยอมเล่า ตูโดนเมิน โดนเย็นชาใส่ตั้งเท่าไหร่……เพราะเรื่องแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรบอกใครไปทั่ว มันคือเรื่องที่จะเปิดปากเล่าได้เมื่อ “ไว้ใจ” อีกฝ่าย

แล้วบอกคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกัน คนที่ไม่ได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยกันมาแบบนี้….ดีแล้วเหรอ? โดนเปลี่ยนจากทาบทามเป็นออดิชั่นเองนี่แอบนอยเหมือนกัน เพราะขนาดมิราอิกับจูเลียยังสืบทอดเซ็ตติ้งเดิมมา แต่ว่าถ้าไม่เปลี่ยนเป็นแบบนี้ อาจไม่ทำให้คนเพิ่งรู้จักชิโฮะได้รู้เหตุผลจริงๆ ก็ได้ และอาจอยากลบภาพเด็กตัวปัญหาที่หลายคนเข้าใจผิดล่ะมั้ง…..

…………………..โอเค พาราเรลก็พาราเรล…………..

 

คิตาซาวะ ชิโฮะ Memorial Commu 02

“เรื่องแค่นั้น แค่ดูก็น่าจะรู้แล้วนี่คะ”

“ทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะ ในที่สุดฉันจะได้เริ่มงานในฐานะไอดอลแล้ว”

“การไม่เต็มที่กับงาน คือไม่มีคุณสมบัติเป็นมืออาชีพ”

“ตอบสนองต่อสิ่งที่มีคนเรียกร้อง คือมืออาชีพ….ถ้าอย่างนั้น ฉัน…..”

………….คิตาซาวะ ชิโฮะ……ที่รู้จัก…………กลับมาแล้ว……..

 

คิตาซาวะ ชิโฮะ Memorial Commu 03

“โอ้ อะไรน่ะ ชิโฮะ เมลให้กำลังใจจากคุณแม่เหรอ?”

“แล้วเกีี่ยวอะไรกับโปรดิวเซอร์คะ?”

“ฉันยืนบนเวทีในฐานะไอดอล สีหน้าไม่ระวังตัวแบบที่ให้ครอบครัวดูน่ะ ฉันแสดงให้คนอื่นเห็นไม่ได้”

“ถ้าไม่ใจเย็นพอจะสนุกกับงานให้ได้มากกว่านี้ คนดูก็ไม่สนุกตามไปด้วยนะ?”

……ตอน 1 บอกตรงๆ ว่าแอบรับไม่ได้ ไม่ได้ M เพียงแต่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรา (คนเล่น) กับคิตาซาวะ ชิโฮะมันมีค่าก็เพราะไม่ง่ายที่จะสร้างขึ้นมา โคตรกำแพงเหล็ก จากที่โดนเมิน พูดจาเย็นชาใส่ตอนเริ่มแรก เมื่อผ่านหลายอย่างมาด้วยกัน เด็กคนนั้นที่วางระยะห่างจากคนอื่นเสมอก็ยอมเอ่ยคำคำนึงที่ทำให้รู้สึกดีใจอย่างที่สุดและมันคือหลักฐานว่าเธอยอม “ไว้ใจ” เราซะที รู้สึกว่าสายสัมพันธ์จากการค่อยๆ แบกค้อนปอนด์ทุบกำแพงเหล็กมันยั่งยืน ยาวนาน มั่นคง แข็งแรงกว่าสิ่งที่ได้มาง่ายๆ

กว่าจะได้ความไว้ใจนี้มาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะงั้นเลยอยากรักษา อยากทะนุถนอมมันไว้ให้ดี……….แล้วถ้าขั้นตอน กระบวนการระหว่างทางพวกนั้น โดนตัดทิ้งหมดแบบนี้……………

แต่เจอคีย์เวิร์ด “เจ้าหญิงในหนังสือภาพ” เข้าไปเลยทำได้แค่หุบปากเงียบ คนที่รู้จักคิตาซาวะ ชิโฮะมาก่อนหน้านี้รู้กันดีว่ามันคือคีย์เวิร์ดสำคัญแค่ไหน

ไม่รู้ว่าคนนี้ยังเป็นคนเดิมกับที่เคยรู้จักมั้ย เรื่องเล็กน้อยเปลี่ยนไปบ้างนิดหน่อยไม่มายด์หรอก ตราบใดที่คิตาซาวะ ชิโฮะยังเป็นคิตาซาวะ ชิโฮะ ….เลยตั้งหน้าตั้งตาปั่น เพื่อตามหาชิโฮะคนนั้น ตอน 2 กับ 3 ชิโฮะคนที่เคยรู้จักเหมือนจะโผล่กลับมา

ดูเหมือนพูดจาแรง เย็นชา แต่ทุกอย่างที่เธอพูดล้วนเป็นตรรกะลอจิกถูกต้องทั้งสิ้นั้น จริงจังกับงานยิ่งกว่าใครจนบางทีอยากเข้าไปช่วยแบกให้เบาลงบ้าง ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยปากขอให้ “ช่วย” แม้แต่คำเดียว (จะช่วยก็โดนเหวี่ยงใส่อีก) เพราะงั้นก็ขอเฝ้าดูใกล้ๆ แล้วกัน เผื่อว่าเวลาที่สะดุดขึ้นมาจะได้เข้าไปช่วยรับทันก่อนล้ม

ตอนนั้นไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง แต่ตอนนี้รู้ดีแล้วว่าเบื้องลึกก็แค่เด็กที่ชอบของน่ารักๆ อย่างตุ๊กตา คิดถึงครอบครัวเป็นที่หนึ่งเสมอ ยามปกติอาจไม่ยิ้มมากนัก แต่รอยยิ้มตอนที่เธอทำบางอย่างสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้เป็นรอยยิ้มที่ควรค่ากับการเฝ้าคอย เพราะรู้….เลยรู้สึกอยากบอกตัวเองในจอว่าห้ามเบื่อ ห้ามท้อแท้ ห้ามถอดใจเด็ดขาด เพราะปลายทางมีสิ่งที่จะมีค่ามากๆ กับนายหลังจากนี้รออยู่ ซึ่งตัวเองในจอก็ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด

ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เต็มที่ ไม่เคยออมมือ……ในสายตาของเจ้าของบล็อก เธอเท่ คูลเสมอยามอยู่บนเวที……………………………………………………………………………..แม้จะโดนจับแต่งเป็นเมดประถมก็ตาม……

ในสายตาคนอื่นๆ เห็นเป็นยังไงนะ? แอบอยากรู้จัง

.

.

.

.

.

ตัวข้าในจอ เจ้าช่างมีพลังคอมมูสูงมาก รู้ทางรู้แนวหมดว่าไอดอลคนไหนต้องรับมือยังไง (พูดจาหว่านล้อมทุกคนได้โคตรเก่ง) ประสบการณ์ช่ำชองสุดๆ ประทับใจ

.

.

.

.

.

เป็นคนที่ชอบถามคนรู้จัก ว่าทำไมเค้าถึงเลือกโปรดิวซ์ไอดอลคนนั้นๆ เพราะหลายครั้งทำให้เรารู้ถึงเสน่ห์ของไอดอลคนนั้นที่เราไม่เคยมองเห็นมาก่อน เวลาเจอบล็อกหรือทวิตอะไรเล่าถึงที่มาและการพบเจอ ชอบเข้าไปอ่านค่ะ เพราะมีเรื่องราว มีความทรงจำที่ไม่ซ้ำกัน อ่านแล้วรู้สึก….เฮ้อ โรแมนติกจังนะ ไม่ใช่โรแมนติกแบบเชิงความรักหนุ่มสาว แต่มันแบบ…..so wonderful story……..สวยงามแบบนิทาน

แต่ไม่เคยคิดจะมีเรื่องราวอะไรแบบนั้น เพราะถือคติไม่อยากเลือกใคร หากการเลือกใครสักคนทำให้คนอื่นต้องเสียใจที่ไม่ถูกเลือก งั้นขอไม่เลือกสักคน เป็น policy ที่ยืนหยัดมาตลอด ทุกวันนี้ก็คิดแบบนั้น แม้กระทั่งตอนเขียนบล็อกนี้ก็ตาม

เพียงแต่เด็กสองคนนี้พิเศษกับเจ้าของบล็อกนิดหน่อย…..

เพราะเป็นคนที่อยู่ด้วยกันมานานที่สุด (เจ้าของบล็อกตามไอมาสจริงจังตอน 2012 มิลเลียนเปิดตอน 2013 หลังจากนั้นก็จมหลุมมิลเลียนบุ๋งๆ มาตลอด เท่ากับอยู่กับสาวๆ มิลเลียนมา 4 ปี ขลุกกับพวกเธอนานกว่าไอดอลคนอื่น)

เพราะคนนึงคือคนแรกสุดที่รู้สึกสนใจตอนรู้จักมิลเลียนไลฟ์ อิมเมจแรกที่เจอกันออกไปทางลบหน่อยๆ “อะไรฟะ ทำไมโคตรไร้สัมมาคารวะ” แต่เธอนำพาเหตุการณ์ ความทรงจำ สายสัมพันธ์ ประสบการณ์อะไรหลายอย่างที่ชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้มีมาให้มากมายหลังรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกกับเพื่อนที่ตอนนั้นเพิ่งรู้จักไม่นาน ปัจจุบันเป็นคนที่ไว้ใจและคอยรบกวนเสมอตลอดเวลา (จนบางทีก็รู้สึกผิด) ,เดินทางไป ตปท คนเดียว, โดนทิ้งที่เซี่ยงไฮ้ (?) จนเกือบอดไปคอน, รู้จักกับคนคอเดียวกันเพราะโดน stalk (?) , ไปนั่งรอดักรถไฟ (?) และอีกมากมาย

อีกคนคือคนที่คอยให้กำลังใจเสมอเวลาที่ท้อแท้ หมดกำลังใจ จากตอนแรกที่ไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่นิด แต่ตอนนี้เธอคือคนที่เจ้าของบล็อกรู้สึกว่าแข็งแกร่งที่สุด จริงๆ พักนี้ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าความรู้สึกที่มีต่อเด็กคนนี้ไม่ใช่รู้สึกว่า ว้าย น่ารัก น่าเอ็นดู อะไรแบบนี้……หยุดคิด ไม่ใช่อะไรโม่ยๆ นะ (ฮา)

 

เรื่องราวพวกนั้น อยากเหลือเป็นรูปเป็นร่างทิ้งไว้จัง อย่างน้อยก็ในตอนที่ยังจำได้ เพราะความทรงจำคือสิ่งที่จะเลือนลางไปเรื่อยๆ แต่ไม่อยากให้หายไป ไม่อยากลืม เลยเขียนมันไว้ เหมือนกับที่ 1 ใน 2 คนนี้ร้องไว้ในเพลงของเธอว่า “ไม่ว่าเรื่องสุขหรือทุกข์ก็อยากจดจำไว้ทั้งหมด”

เด็กคนนั้นใช้วิธีร้อยเรียงเป็นเพลงตามประสาเธอ ส่วนเจ้าของบล็อกก็ใช้วิธีเขียนเป็นไดอารี่……………….

ไม่มีใครอ่านก็ช่าง หรือใครอ่านเอาฮาว่าเจ้าของบล็อกนี้มันโม่ยก็ดีค่ะ (กร๊าก) เพราะที่นี่คือที่ของเจ้าของบล็อกนี่นา อยากเขียนอะไรก็ได้นี่เนอะ

ก่อนอื่นขอเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งโลกจริง ทั้งเรื่องในใจ…ไว้หาคำตอบเจอแล้วก็จะบันทึกความทรงจำพวกนั้นไว้ค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s