Million Live Theater Days Playing Memo #0 : และแล้วก็วิ่งตามไปอีกครั้ง

รู้สึกตัวอีกที ตัวเองยืนอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างที่เห็นจนชินตา ในใจกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เหมือนกับที่เคยเป็น แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร

ยืนทื่อตรงนี้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เลยตัดสินใจเข้าไปในอาคารนั้น ในหัวสมองมีแค่ความคิดว่ามีงานต้องทำ

 

“(ออดิชั่นของโปรเจคต์ 39 คืบหน้าราบรื่นดี เอาล่ะ ต่อไปเป็นเด็กแบบไหนนะ?)”

(ออดิชั่น? 39?)

“ขออนุญาตค่ะ คิตาซาวะ ชิโฮะค่ะ วันนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะ”

(…..แปลก ไม่เคยเจอเด็กคนนี้มาก่อนแท้ๆ แต่ทำไมรู้สึกขัดๆ ว่าเธอไม่น่ามาอยู่ที่นี่ได้)

“ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอฝากตัว เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ทำไมเธอถึงมาสมัครออดิชั่นนี้ล่ะ?”

“ค่ะ เพราะฉันอยากทำงาน”

เอ๊ะ? ทำงาน…หมายถึงทำงานหาเงินน่ะนะ?”

“ค่ะ……ไม่ได้เหรอคะ?”

“เปล่า ก็ไม่ใช่ไม่ได้หรอก ขอถามเหตุผลหน่อยได้มั้ย”

“………..”

“อยากทำงานให้แม่สบายไวๆ ค่ะ”

“ครอบครัวฉันมีแค่แม่กับลูก ครั้นฉันจะไม่ทำอะไรเลยก็น่าเสียดาย”

“อีกอย่าง ถ้าแม่มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นชดเชยส่วนที่ฉันทำงานไป….น้องชายก็อ้อนแม่ได้ด้วย”

(…….เหมือนเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่กว่าจะรู้จำได้ว่าไม่ง่ายขนาดนี้)

“อย่างนี้เอง…ว่าแต่คุณคิตาซาวะอายุเท่าไหร่”

“14 ค่ะ”

“อายุ 14 ก็คิดถึงขั้นนั้นแล้วเหรอเนี่ย ความรับผิดชอบน่าจะมากกว่าคนทั่วไปเป็นเท่าตัว”

“แต่ว่าถ้าแค่อยากทำงานหาเงินเฉยๆ ไม่จำเป็นต้องไอดอลก็ได้นี่?”

“….นั่นเพราะว่า…..”

“ถึงอยากช่วยงาน แต่อายุ 14 ยังทำงานหาเงินไม่ได้ค่ะ เพราะอย่างนั้นแหละ”

“อ้อ จริงด้วยสิ จะทำงานตอนอายุ 14 เป็นเรื่องยากนี่เนอะ…….”

“ตกลงเธออยากเป็นไอดอลเพื่อช่วยแม่ใช่รึเปล่า?”

“ปะ เปล่าค่ะ…….ไม่ใช่แค่นั้น”

(?)

“ตอนเด็กๆ ฉันเห็นไอดอลครั้งแรกจากทีวี ชุดแสดงบนเวทีสวย เพลงกับท่าเต้นก็โดดเด่น….”

“คือ….เหมือนกับเจ้าหญิง ในหนังสือภาพน่ะค่ะ….”

(หืม…..ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย)

(เจ้าหญิงในหนังสือภาพ….สมเป็นเธอดีนะ……………อื๋อ?)

“(…..โธ่เอ๊ย จริงๆ ก็ปลื้มไอดอลอยู่นี่นา)”

“(แล้วการตัดสินใจนั่น….)”

(เดี๋ยวๆๆๆๆ ทำไมมีตัวเลือกให้ผ่านข้อเดียว ไหงไม่มีตัวเลือกไม่ให้ผ่าน แบบนี้จะมีชอยส์เพื่อ…..???????)

“คุณคิตาซาวะ ชิโฮะ สอบผ่าน! จากนี้มาพยายามด้วยกันในฐานะไอดอลของโปรเจ็คต์ 39 นะ!”

“เอ๊ะ? ผ่าน….”

“ง่ายขนาดนี้เลย? แบบนี้ดีแล้วจริงเหรอคะ?”

“ถึงบอกว่าผ่าน แต่เพิ่งยืนที่จุดเริ่มต้นเท่านั้นแหละ เหนื่อยของจริงคือหลังจากนี้ต่างหาก”

“หลังจากนี้….จริงด้วยนะคะ ฉันคิดว่าคุณโปรดิวเซอร์พูดถูกแล้ว”

“แต่ว่าทีนี้…ก็ได้ยืนอยู่จุดเริ่มซะที….”

“วงการไอดอลไม่ง่ายนะ! ฉันจะคอยช่วยสนับสนุนเอง เรามาพยายามไปด้วยกันเถอะ”

“ค่ะ ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว ฉันต้องขอฝากตัวต่อไปด้วยนะคะ”

“เอ่อ….”

“อ้อ ยังไม่ได้ให้นามบัตรเลยแฮะ นี่ชื่อฉัน ขอฝากตัวอีกที!”

“ค่ะ ฝากตัวด้วยค่ะ คุณโปรดิวเซอร์”

“(ความอ่อนโยนที่นึกถึงครอบครัว แล้วก็ใบหน้าแบบเด็กสาวที่เห็นจากพฤติกรรมนิสัยผู้ใหญ่นั่นเป็นครั้งคราว…)

(รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วล่ะน่า รู้ดีด้วย)

(เด็กคนนี้น่าจะยังมีเสน่ห์อื่นๆ ซ่อนอยู่อีก ต้องดึงออกมาให้ได้!)

(เสน่ห์ที่ว่านั่นก็รู้อยู่แล้วเหมือนกัน)

.

.

.

.

.

เดี๋ยว…….ทำไมตัวเองถึงมีสองความคิดแยกกัน……..ตั้งแต่เมื่อกี้….

…………….ลองคิดทบทวนอีกทีดีกว่าอะไรบ้างที่รู้สึกขัด

39  ออดิชั่น  เจอเด็กคนนี้ในสถานที่ที่ไม่นึกว่าจะเจอและไม่น่าเจอ ชอยส์ที่มีตัวเลือกเดียว

………………..

………………………………

เข้าใจซะที ความรู้สึกขัดตั้งแต่ต้นๆ มันคืออะไร……..ในที่สุดก็นึกออก ความจริงแล้วเธอ “ที่รู้จัก” ไม่ได้ออดิชั่นมาเจอเรา แต่ถูกทาบทามเข้ามาต่างหาก

ตัวเองไม่ใช่คนของโลกนี้ จากข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมได้ ณ ตอนนี้ เราคงเป็นสติสัมปชัญญะที่มาจากโลกอีกใบหนึ่งซึ่งคล้ายๆ กัน โดยเวลาของโลกใบนั้นเดินเร็วกว่าโลกนี้ 4 ปี ความจริงแล้วโลกที่ตัวเองอยู่คือ “อดีต” ที่เกิดก่อนโลกนี้ แต่ว่ามันคือ “อนาคต” ของโลกที่กำลังเห็นอยู่ ไม่รู้เพราะอะไรถึงมาแค่จิตแล้วมาลงทรงร่างของคนในโลกนี้ชั่วคราว ไม่สามารถควบคุมเจ้าของร่างได้ ทำได้แค่มองเหตุการณ์ แต่มีบางเวลาที่ความรู้สึกของตัวเองส่งไปถึงเจ้าของร่าง และตัวเองก็รับรู้ความรู้สึกของเจ้าของร่างได้

เพราะงี้เองถึงรู้จักเด็กตรงหน้า…..เพราะงี้เองเจ้าของร่างถึงรู้ว่าเด็กคนนี้มีดีอะไรทั้งที่เจอครั้งแรก เพราะนั่นคือสิ่งที่ตัวเรารู้อยู่แล้วทั้งหมดนี่นา

ในโลกเดิม เมื่อ 4 ปีก่อนตอนเจอเธอครั้งแรก ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะได้ร่วมทางไปกับเธอรึเปล่า อาจแค่รู้สึกสะดุดเฉยๆ แล้วจบแค่นั้น

ความรู้สึกเราส่งถึงเจ้าของร่างได้ ความรู้สึกเจ้าของร่างก็ส่งถึงเราได้ เพราะงั้นมั้งเลยทำให้เจ้าของร่างมีความรู้สึกเดียวกับเรา สาเหตุที่ตัวเลือกเหลือแค่ข้อเดียว….นั่นคือ….

“มั่นใจ” ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าหลังรู้จักเธอจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษสุด….อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องลังเล ไม่จำเป็นต้องมีชอยส์อื่น

—- เพราะนั่นคือสิ่งที่เราประสบมาแล้วในโลกหนึ่งที่เป็นอนาคตของโลกนี้ไงล่ะ

มีอะไรบ้างหว่า….ทั้งได้ออกต่างประเทศครั้งแรก เกือบได้ฝ่าพายุหิมะ ลุยไต้ฝุ่น (….) รถเลื่อนปาดเฉียดฉิวอย่างน่าเจ็บใจ (….) ลุยรถไฟปลากระป๋อง แดดเผา โดนทิ้งเซี่ยงไฮ้ (….) เดทใต้ดอกซากุระ เที่ยวคิตะคิวชู แร่ดโอซาก้า วิ่งไล่จับรถไฟใต้ดิน (?) เยอะเหลือเกิน นับไม่หมด แต่จะเหมือนเขียนบันทึกทิ้งเอาไว้แล้วไม่ใกล้ไม่ไกล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไรไม่มีใครรู้ แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ตัวเองคนเดียวที่มาที่นี่ จับสัมผัสของสหายโลกเดียวกันได้อีกหลายคน จุดร่วมของปรากฏการณ์นี้คือ บุคคลที่เลือก “คนเดียวกัน” จะเชื่อมถึงกัน เลยทำให้จิตของตัวเองมาอยู่ในร่างของคนบนโลกนี้ที่เลือกเด็กคนนี้เหมือนกัน

มองหน้าเหล่าผู้อาศัยในโลกนี้ มีทั้งคนไม่เคยเห็นหน้า และบางคนที่เหมือนเคยเห็นหน้า เพราะโลกที่ตัวเองมานั้นเคยมีช่วงที่ลำบาก คนที่หมดความสนใจหรือทนไม่ไหวก็จากโลกนั้นมา อ้อ….ตกลงมาอยู่ที่นี่กันรึ

………….

ไว้กลับไป ลองคุยกับเหล่าสหายดีกว่าว่าเจออะไรที่โลกนี้บ้าง น่าจะมีอะไรให้เมาท์กันเยอะแยะ ส่วนโลกนี้ก็ดูน่าสนใจดี เพราะบางสิ่งเกี่ยวกับเธอที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้เมื่อกี้ อย่างเหตุผลที่ปลื้มไอดอลนั่นไม่เคยรู้มาก่อนเลย เมื่ออยู่กันในคนละสถานการณ์ก็เห็นอีกด้านหนึ่ง……..คงแวะเวียนไปๆ มาๆ ระหว่างสองโลกนี้แหละ แต่ไม่รู้ตอนมารอบหน้าจะได้อยู่ในร่างนี้รึเปล่า อาจสุ่มไปลงร่างคนอื่นก็ได้…..บุคคลอื่นที่มีจุดร่วมเดียวกัน

………….

เอาวะ งั้นก่อนไป….ขอเหลือความรู้สึกบางอย่างไว้ให้เจ้าของร่างก่อนแล้วกัน ไหนๆ ความรู้สึกก็สื่อถึงกันได้แล้ว ถึงไม่รู้ว่าจะสื่อถึงได้มากน้อยแค่ไหนก็เถอะ

……ถึงผู้ที่มีจุดร่วมเดียวกันที่อาศัยร่างอยู่ตอนนี้…..ขอให้ความรู้สึกนี้ไปถึง…..

ห้าม! ปล่อยมือจากเด็กคนนี้เชียว เทียบกับเด็กคนอื่นเธออาจเอาใจยาก ไม่ออดอ้อนหรือพูดหวานๆ แต่ถ้านายอดทน ใช้เวลาสร้างความเชื่อใจ เรียนรู้สิ่งที่ซ่อนภายในของเธอ ขอรับรอง….รับรองว่าสิ่งที่รอนายอยู่อาจเป็นสมบัติล้ำค่าชั่วชีวิตก็ได้ ข้างหน้าอาจมีความทรงจำกับประสบการณ์ดีๆ ที่เกิดจากเด็กคนนี้รออยู่

รู้สิ เพราะผ่านจุดนั้นมาแล้วนี่นา สำหรับพวกคนอาศัยเก่าที่เคยเจอในโลกเดิม ไว้ถ้าโอกาสหน้าจับพลัดจับผลูได้เข้าร่าง ย้ำเพิ่มสักหน่อยแล้วกันว่าอย่ามีรอบสองเด็ดขาด

สหายคนอื่นๆ ที่มาโลกนี้คงรู้สึกแบบเดียวกับที่เรากำลังรู้สึกล่ะมั้ง คงไม่อยากให้ร่างที่ยืมใช้ชั่วคราวปล่อยมือจากคนที่ตัวเองอยากคอยดูแล เพราะมันน่าเสียดาย….ไม่ใช่แค่เด็กคนนี้ เด็กคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน

อ๊ะ เหมือนเจ้าของร่างกำลังจะออกไปทำงานกับเด็กคนนั้นพอดี อืม แวะดูสักนิดก่อนกลับดีกว่า

“คุณโปรดิวเซอร์….ถ้ามัวแต่ชักช้า ฉันจะทิ้งไว้ที่นี่นะคะ?”

(อ๊ะ ประโยคนี้….เธอที่โลกนั้นก็พูดใส่เรามาตลอด 4 ปีเวลาพาไปทำงานด้วยกันนี่นา
แต่ความหมายของมันเปลี่ยนไปทุกวัน จนตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่พูดแล้วล่ะ)

(ว่าไป รู้สึกตัวอีกที เดินด้วยกันมา 4 ปีแล้ว ไวจัง)

(เธอไม่เคยหยุดกับที่ ไม่เคยหันมามองข้างหลัง เดินไปข้างหน้าโดยไม่รอใครเสมอ รู้เรื่องนั้นดีที่สุด)

(ถ้างั้นสิ่งที่ควรทำก็ไม่เห็นต้องคิดมาก)

หากไม่อยากถูกทิ้ง วิ่งตามไปสิ

แค่วิ่งตามเธอไปอีกครั้ง ไม่ว่ากี่หนก็ตาม

สู้ๆ นะเจ้าของร่าง จะคอยเป็นกำลังใจให้ ตอนนี้ขอกลับโลกเดิมก่อน รอบหน้าที่มาใหม่จะไปลงทรงใครอีกก็ไม่รู้…….แต่หวังว่าว่าที่เจ้าของร่างให้ยืมใช้ทั้งหลายคงจะไม่ถอดใจยอมแพ้ก่อนกลางคัน และได้พบเจออะไรดีๆ แบบเดียวกัน

.

.

.

.

.

เป็นมุกที่ปิ๊งเอาตอนใกล้รุ่งสาง เค้าบอกมาว่าพาราเรล เลยเอากะเค้าด้วย พาราเรลก็พาราเรล แล้วไอเดียนี้พุ่งมาเอง เลยคิดว่าถ้าเอามาเขียนเล่าเป็นคล้ายๆ แฟนฟิคผสมกับเมมโมเรียลคอมมูของลูกสาวคงจะน่าสนใจ ซึ่งก็น่าสนใจ น่าขำดีนะคะ จูนิซะขนาดนี้ (……….)

ชอบสองช็อตสุดท้ายที่ชิโฮะยิ้มนิดๆ….ในเกมนี้เวลาทำท่านี้ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่

ความรู้สึกนี้ไม่เหมือนกันกับเมื่อ 4 ปีก่อนที่เจอครั้งแรก หรืออาจต่างจากความรู้สึกของคนที่เพิ่งรู้จักพวกเธอแต่ละคนจากเกมนี้นิดๆ ขอคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยแล้วกันว่าความรู้สึกนี้เป็นอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับทุกคนที่รู้จักนิสัยใจคอและมีความทรงจำกับพวกเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับตัวเองเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เสียเปล่า

ถ้าให้เปรียบเทียบ ความรู้สึกตอนเล่นเกมนี้ ตัวเราในจอไม่ใช่เราแบบที่ผ่านมา แต่เป็นใครอีกคนที่สติสัมปชัญญะของเราไปอาศัยร่างเขาอยู่ เราไม่สามารถควบคุมการกระทำของเจ้าของร่างได้ แต่ด้วยความที่ใช้ร่างเดียวกันอยู่ ความรู้สึกบางอย่างจากเราอาจสื่อไปถึงเจ้าของร่าง…….ส่วนตัวเรานั้นเป็นใครมาจากไหน….นั่นสิ ไม่รู้เหมือนกัน อาจมาจากโลกอนาคตหลังจากนี้อีก 4 ปีที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วก็ได้ ฟังดูขัดแปลกๆ เนอะ…อนาคตที่เกิดขึ้นไปแล้ว

แต่รู้หมดว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น รู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ (ในโลกนั้น) จะเป็นความทรงจำดีๆ สำหรับเจ้าของร่างในนั้น……อ้อใช่ โลกที่เรามาเหมือนจะยังมีพรรคพวกอีกหลายคน คงไปลงทรงในโลกโน้นกันหลายคนแล้ว (゚∀゚) หวังว่าบล็อกนี้อาจกำลังลงทรงใครสักคนที่อ่านอยู่ และเลือกหรือมีชะตาจะมีความทรงจำกับคิตาซาวะ ชิโฮะเหมือนเจ้าของบล็อก

 

จากประสบการณ์ 4 ปีของเจ้าของบล็อก มีอย่างหนึ่งที่จะบอกไว้

ระวังให้ดี เพราะระบบและเนื้อเรื่องของมิลเลียนเป็นระบบที่ผู้เล่นจะตกหลุมรักไอดอลทุกคน (ถ้าอ่านคอมมูอ่ะนะ) คนโน้นคนนี้น่ารักไปหมด หนีไม่พ้นค่ะ เหมือนวิ่งเท้าเปล่าหนีรถ F1 เพราะเกมนี้เป็นแบบนั้น

เพราะทุกคนจากโลกอดีตที่เป็นอนาคต แทบทุกคนต่างเป็นแบบนั้นเหมือนกัน

.

.

.

.

ป.ล. พยายามทำงานของแฟรี่ไทป์เยี่ยงยันเดเระสตอล์คเกอร์ เพราะอยากเห็นคอมมูหนังสือภาพ ผลคือ

ไปออนเซ็นกับริโอะซังมา 5 รอบแล้วค่ะ……อันนี้เพอร์เฟคต์ตั้งแต่รอบแรกด้วย หลงทางหนักยิ่งกว่าอาซึสะซังอีกนะ ตามหาหนังสือภาพจนไปถึงออนเซ็นได้เนี่ย แถม 5 รอบละ จะแต่งงานกับริโอะซังแล้วค่ะ

ตอนนี้ก็จิ้มๆ ตามเวลามี พร้อมกับปั่นงานหนีตาย (…..) มีอะไรหลายอย่างอยากเคลียร์ ดังนั้นซีรีส์นี้อาจมีต่อหรือไม่มีต่อ _:(´ཀ`」 ∠):_ ถ้ามีอีกเดี๋ยวก็มาเอง เพราะตอนเล่นก็แคปภาพรัวๆ ปารูปเป็นบอทรายวันอยู่ละ มีแรงเขียนก็ทำได้ตลอด

นี่ก็หนีงานมาเขียน เผ่นกลับแล้ววววววววววววววววววววววว

Advertisements

3 thoughts on “Million Live Theater Days Playing Memo #0 : และแล้วก็วิ่งตามไปอีกครั้ง

  1. Pingback: อืม….ช่วงนี้ก็….. (2) | คุยเรื่อง Million Live! (และอื่นๆ ประปราย) ของ DarkNeon

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s