Million Live Theater Days Playing Memo #5.5 : อีกด้านของ BNP

 

เรื่องราวอีกด้านหนึ่งที่บางเรื่องคนฝั่งนี้อาจไม่รู้เลย ถ้ากลัวว่าอ่านแล้วจะมีอะไรบางอย่างพังลง แนะนำให้ไม่อ่านค่ะ

…………………………ก็อยากบอกแบบนี้ แต่เชื่อว่าทุกคนจะจิ้มเข้ามา เพราะเลารู้ว่านิสัยคนทางนี้ชอบอะไรแบบนี้() (ที่จริงก็ไม่ได้อยากลงเลย แต่อดไม่ได้)

 

ช่วงเวลาย้าวยาว……..

ช่วงเวลาเทศกาลคือโอกาสกอบโกย ตรงนี้เข้าใจอยู่ ถ้าให้ลองลิสต์แคมเปญจน์ระดมทุนในช่วงเดือน มิ.ย. นะคะ ไม่นับกาชา

  • กาชาฉลองหลังคอน 2 วัน วันนึงกดได้ 3 รอบ = 2 x (2500 x 3) = 15000 จิวเวล
  • กาชาแถมมาสเตอร์พีซ SSR (นาโอะชุดแต่งงาน) = 2500 จิวเวล
  • ยามินาเบะกาชาครบรอบ 1 ปี = 2500 จิวเวล
  • ตั๋วซีเล็ค = 2500 จิวเวล
  • เฟส

เอ๋ (……………) นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องกาชาหลอกฟันแต่เงินของเกมนี้อีกนะ ทราบค่ะว่ากาชามันก็คือการฟันเงิน ถ้ามีคนรีเควสรายละเอียด วันหลังอาจจะพูด

ปลายเดือน มิ.ย. เป็นช่วงปิดยอด เข้าใจว่าทำไมต้องหาเงินหน้าตั้งขนาดนี้ คนที่ทราบกิตติศัพท์ของบริษัทนี้ก็คงเดาได้ แต่ว่านั่นยังไม่ใช่ประเด็นเท่าช่วงเวลาจัดอีเวนท์

จากอีเวนท์ที่ผ่านมาที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งต้องปรับอีเวนท์ให้ได้รางวัลง่ายขึ้น เป็นได้เมื่อทำครบ 30000 แต้ม และมาสเตอร์แรงค์ 4 ขยับจากอันดับ 2000 เป็น 2500 ส่อให้เห็นว่าทางทีมงานเองก็ตระหนักดีว่าอีเวนท์ชักลำบากขึ้นทุกที ถ้าไม่ปรับล่ะก็ไลท์ยูสเซอร์หนีหมดแหง เพราะในอดีตก็เคยมีเกมนึงเป็นแบบนี้ สุดท้ายเหลือแต่ยูสเซอร์สายยอดปิรามิดที่เป็นคนแบกไว้ รีดเงินจากยูสเซอร์ให้ทั่วถึงไม่ได้ก็ต้องรีดเอาจากสาวก แต่ให้ยอดปิรามิดรวยยังไงแต่คนน้อยก็แบกไม่ไหวค่ะ เพราะแต่ละคนก็จ่ายได้ในจำนวนจำกัด

ทั้งที่รู้ว่ามันจะต้องเดือด ทำไมถึงจัดตั้งยาว? ในรูปแบบมิวสิคเกมอาจเป็นครั้งแรก แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอีเวนท์คอนนะ ครั้งที่ 5 แล้ว คนน้อยยังนรกแตกขนาดนั้น พอคนเยอะขึ้นแล้วจะจินตนาการไม่ออกเชียวเหรอว่าจะเดือดขึ้นแค่ไหน เกมข้างบ้านที่คนเล่นโหมหนักจนเข้าโรงหมอก็มีข่าว

เท่าที่ทราบมา คนเข้าโรงหมอมีประมาณ 3-4 คน จริงหรือโม้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน บ้างก็บอกว่าอาจใช้มาโคร แล้วแสร้งทำเป็นเข้าโรงหมอเพื่อแอพพีลว่าฉันไม่ได้บอท สุดท้ายจริงแท้อย่างไรนั้นก็ไม่อาจรู้ได้ ที่แน่ๆ คนได้อันดับรวมเป็นเลขตัวเดียว ตอนนี้ลาพักไปฟื้นตัวเพราะตาเกือบบอด บ้านเกือบแตก (เห็นเขาทวิตว่าไปรับภรรยากลับมาแล้ว ยังงงเหมือนกันว่าหมายความว่าไง) แล้วต้องตามเก็บงานที่ทิ้งไปร่วม 13 วัน คนที่ปั่นแต่ละคนก็ใช้ชีวิตแบบอนาถๆ กันตลอดช่วง 13 วันนั้น

เหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นบ่อยแล้วในมิวสิคเกม สต๊าฟจะไม่ทราบไม่รู้ไม่เห็นเชียวหรือ? จะคาดไม่ถึงเชียวหรือว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้? ดังนั้นพอเจ้าของบล็อกเห็นประกาศ 参りました ก็อยากขำอยู่ แต่เห็นประโยค “ระวังสุขภาพด้วย” แล้วรู้สึกขมุกขมัวในใจแปลกๆ (←พยายามเลือกคำอย่างระมัดระวังที่สุดแล้ว) เพราะถ้าห่วงสุขภาพจริง คงไม่เซ็ต 13 วันแต่แรกใช่มั้ย? สิ่งที่พูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันสวนทางกันน่ะ

เป็นประเด็นอยู่เหมือนกัน มีทั้งคนที่ออกมาปรามด้วยความเป็นห่วงจริงๆ และคนที่โหนกระแสปรามหวังแซะไปในตัว ซึ่งประเภทหลังก็ทำให้คนจริงจังปรี๊ดบ้าง  เช่น “ไปเพิ่มแฟนในโลกจริงดีกว่ามั้ย ทำเอกสารขายตรง ทำวิดีโออะไรก็ทำไป” (คนพูดเป็นสายนิโก้มาส) คนที่วิ่งก็บอกว่าคนที่ไม่ได้วิ่งเลยไม่ควรจะว่าคนวิ่งแบบนี้ เพราะการวิ่งอีเวนท์ต้องใช้ทั้งเรี่ยวแรง เงิน เวลา ไม่ชอบจริงใครจะทำ

เจ้าของบล็อกมีคนรู้จักทั้งฝั่งสายบู๊และบุ๋น ตัวเองเคยขลุกกับกิจกรรมทั้งสองฝั่ง คนตามเก็บเนื้อเรื่อง วิเคราะห์ตัวละครละเอียดแต่ถ่ายทอดเป็นคำพูดไม่เก่งหรือขายตรงไม่เก่งก็มี คนวิ่งอีเวนท์หลายคนก็แนวนี้ อีกมุมนึงคนเป็นสายวิเคราะห์ที่ขี้เกียจจะวิ่งเพราะไม่มีเวลา ไม่มีเงินก็มี ดังนั้นเลยไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าการเพิ่มแฟนในโลกจริงคือสิ่งที่ควรทำเพียงอย่างเดียว แต่การวิ่งอีเวนท์จนตัวตายก็ไม่ใช่อีก

เอนทรี่ภาค 5 เขียนไว้ว่ารู้จักกับบุคคลที่เข้าแรงกิ้งหลักเดียวอยู่ท่านหนึ่ง ก่อนหน้านี้เพิ่งคุยกับเขาไม่นานเรื่องการวิ่งอีเวนท์ ได้รับรู้ความคิดของเขาแล้วอยากจะเอามาถ่ายทอดบ้าง ขอยกไปเอนทรี่อื่นที่มีแพลนจะเขียนแล้วกัน เพราะงั้นเลยไม่เคยห้ามคนวิ่งอีเวนท์ แต่เห็นว่าถ้ามากไปก็มีเตือนหรือปรามบ้าง เนื่องจากเป็นสิทธิ์และอิสระของผู้เข้าร่วม ไม่มีใครบังคับให้วิ่ง ตามภาพ ข้อ 11.6

แปลคร่าวๆ คือ “เราตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าผู้เล่นทุกคนจะใช้บริการนี้โดนเลี่ยงการกระทำที่ทำให้เสียสุขภาพ และเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อใช้งานโดยปลอดภัย ดังนั้นหากเกิดอะไรเสียหายขึ้นมาไม่ขอรับผิดชอบนะจ๊ะ จุ๊ฟๆ”

ฟังดูเป็นเรื่องปกติ ขอยกตัวอย่างสักเคส สมมุติว่าคุณไปเที่ยวแดนลับแลแห่งหนึ่ง ทว่าดินแดนนั้นไม่มี “กฎหมาย” เนื่องจากผู้ปกครองเชื่อว่าทุกคนคือคนดี ดังนั้นกฏหมายไม่จำเป็น คุณสามารถเชื่อได้ 100% หรือเปล่าคะว่าปลอดภัยจริง กล้าวางกระเป๋าเงินจองโต๊ะกินข้าวทิ้งไว้แล้วเดินไปซื้อข้าวหรือไม่

หรืออย่างกีฬามวย นักกีฬาต่างแข่งโดยสมัครใจก็จริง แต่ยังมีกรรมการบนเวทีคอยห้าม มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อารมณ์ได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมง่าย พออยู่ในสภาพแวดล้อมแข่งขันดุเดือด มนุษย์ส่วนใหญ่มักขาดสติ มุทะลุ ฝืนทำอะไรเกินตัว ขนาดมีกรรมการคอยห้าม ยังมีนักกีฬาเสียชีวิตจากกีฬาประเภทต่อสู้อยู่เรื่อยๆ เลย หากไม่มีกฎควบคุม มนุษย์กับสัตว์ร้ายก็ไม่ต่างกันนัก เพราะมีกรอบมีกฎที่เรียกว่าวัฒนธรรมอยู่ มนุษย์ถึงเป็นมนุษย์อยู่ได้ หน้าที่ของผู้ปกครองคือคอยดูแลไม่ให้อะไรๆ หลุดนอกกรอบ

สมัยเด็กๆ เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนึง ทีมผู้กล้าบุกเข้าไปในปราสาทจอมมาร กว่าจะไปถึงห้องโถงที่จอมมารอยู่ต้องเดินผ่านทางเดินยาวมากกกกกก ฝ่ายอาจารย์ของตัวเอกอธิบายว่าทางเดินนี้ไม่ได้สร้างเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งที่เอาไว้ควบคุมศัตรูได้ ไม่ว่าศัตรูแห่กันมาเยอะแค่ไหนก็จะโดนบีบให้เข้ามาได้แค่ทางนี้ทางเดียว ใช้กลยุทธ์บุกล้อมจากทุกทิศไม่ได้ แถมถ้าจอมมารโผล่มากวาดก็กวาดได้ทีเดียวยกปาร์ตี้เพราะกระจุกรวมอยู่ที่เดียวกันหมด

จากตัวอย่างที่มาสอนให้รู้ว่า เราไม่อาจตามไปคุมการกระทำของมนุษย์ทุกคนได้จริง แต่สามารถ “ออกแบบ” เบรกที่เอาไว้ลิมิตหรือควบคุมการกระทำไม่ให้เกินเลยได้ ตัวอย่างในโลกจริงก็มีนะคะ เคยอ่านเจอจากเฟซบุ๊คสักเพจ เป็นเรื่องของลานจอดรถจักรยานหรือเลนจักรยานในจีนเนี่ยแหละ เป็นระเบียบมากทั้งที่เป็นจีน เพราะคนออกแบบเค้าออกแบบให้คนใช้งานประพฤติตัวออกนอกกรอบไม่ได้ เพดานของกาชาถือได้ว่าเป็นเครื่องมือควบคุมรูปแบบนึงไม่ให้คนลอยออกนอกอวกาศ

เคสนี้ก็เหมือนกันค่ะ สามารถออกแบบไม่ให้ผู้เล่นโหมเล่นเป็นบ้าบอได้……………………………..แล้วจะออกแบบยังไง? คำตอบคือไม่ทราบเหมือนกัน กร๊ากกกกกกกกกก การคิดอีเวนท์ของมิวสิคเกมที่จะทำให้เท่าเทียมกันได้ทั้งผู้เล่นเติมเงินและไม่เติมเงิน อีกทั้งผู้ให้บริการยังได้เงินอีกนี่ยากค่ะ ถ้าเอาเท่าที่มีไอเดียตอนนี้

 

  • บังคับงดเข้าเกมตั้งแต่ 00.00-6.00 น. ปิดเมนเทนไปเลย – ไอเดียขำๆ เอาเกรียน ทำจริงไม่ได้หรอก
  • การชิงป้ายไตเติ้ลดำ ทำแบบเดียวกับกรีมาส – เฉพาะอีเวนท์นี้ไม่ต้องมีกรอบรุ้ง แล้วใช้ระบบเดียวกับกรีมาสคือไม่กำหนดจำนวนผู้ได้รับรางวัล แต่จะเพิ่มขึ้นตามแต้มรวมทั้งเซิฟเวอร์ วิธีนี้อาจดูเหมือนโหด แต่ยังดีกว่ากำหนดคนตายตัวนะสำหรับเคสที่ผู้เล่นเยอะ อย่างป้ายรุ้ง วิ่งให้ตายแค่ไหนคนที่ได้ก็จะมีแค่ 100 คน แต่ถ้าใช้ระบบกรีมาส คนยิ่งวิ่ง ป้ายยิ่งเพิ่มตาม คนบนๆ ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังเพราะจะอันดับไหนก็ป้ายเดียวกัน แถมถ้าคนข้างล่างพยายามวิ่งเบียดเข้ามาก็ win-win อยู่ดี ไม่ได้ถีบใครให้ตก (ถ้าไม่อู้อ่ะนะ)………….แต่อาจไม่ได้ผล คนมีเป้าหมายก็คงวิ่งให้ได้ตามเป้าอยู่ดี
  • ถ้าคิดรูปแบบใหม่ไม่ออกแล้วจริงๆ ลดระยะเวลาให้สั้นกว่านี้ – แอพพลิเกมอันไหนที่มัดลูกค้าเอาไว้ได้นานที่สุดคือประสบความสำเร็จ แต่แบบนี้ก็………………..

 

อ้อ ไอเดียพวกนี้ไม่ปล่อยแห้งตายแค่ในบล็อกนี้ค่ะ สักพักคงจะส่งจดหมายรักไป นานทีส่งที ไอ้เรื่องปิดเสียง “วิด” นี่ยังต้องรอเกือบปี

สุดท้ายก็แล้วแต่ผู้ให้บริการ จะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ รอให้มีคนพิการหรือตายขึ้นมาจริงๆ หรือเปล่าก็แล้วแต่เขา ขนาดพวกเราที่เป็นคนวงในยังเหวอกัน แล้วคนภายนอกที่ไม่รู้บรรยากาศจะมองอย่างไร เค้าคงไม่มองว่าเกมนี้ตัวละครน่ารัก แต่สิ่งแรกที่จะนึกคือ “อุ๊ย เกมนี้มีคนเล่นจนพิการ” อะไรงี้มากกว่า นึกถึงข่าวเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ว่าอนิเมโปเกมอนส่องแสงจ้าจนเด็กญี่ปุ่นตาลายอาเจียน อิมเมจของโปเกมอนตอนนั้นคือการ์ตูนอันตรายไปเลย ถ้าอยากขายแหวกแนวไปทางนั้นก็ไม่ว่านะ เพราะยังไงก็ไม่วิ่ง  บรรลุแล้วว่ายุคนวิ่งสนุกกว่า

แต่ในเมื่อประกาศแบบเจาะจง “ระวังสุขภาพ” มาแบบนี้ แปลว่าก็คงรับทราบปัญหาแล้วระดับนึง จะรอดูการปรับปรุงแบบไม่หวังสิ่งใดๆ หวังมากไปเดี๋ยวเฟล

ข้อมูลจิปาถะ สอบถามคนรู้จักที่ได้แรงกิ้งเลขหลักเดียวของไอดอลรายคน วิ่งไปสองเพดานกาชาค่ะ……แหม ฟันเงินได้เยอะกว่าช่วงเวลาปกติอีกนะนี่

 

 

เหตุผลของการวิ่ง

ต่อเนื่องจากข้างบนที่ว่ามีการถกเถียงเรื่องการวิ่งอีเวนท์ว่า ถ้าไม่ได้ชอบไอดอลคนนั้นจริงๆ ใครจะยอมเสียเวลา เสียเงินมาวิ่ง……………อืม 🙄🙄🙄🙄🙄🙄

คำตอบแท้จริงนั้นคืออะไร ลองดูภาพสองภาพนี้ก่อนนะคะ เอามาจากบอร์เดอร์บอทที่ดึงข้อมูลจากเกมมาแสดงผลนั่นแล ชื่อที่แสดงบนภาพก็คือชื่อที่ยูสเซอร์ตั้งเรียลไทม์ขณะนั้น ในช่วงอีเวนท์ทางฝั่งกองอัศวินเท็นคูก็เล่นต่อคำปฏิญาณ 7 ประการ ส่วนทีมวิวิดแรบบิทก็เปลี่ยนชื่อให้ต่อกันเป็นคอลเพลง Happy Darling น่ารักดีค่ะ ทว่า….

เอ๊ะ? ยังสังเกตไม่เห็น ใบ้ให้อีกที รูปแรกดูที่แรงกิ้งจิฮายะอันดับ 10 รูปสองดูที่แรงกิ้งอามิอันดับ 10

บล็อกนี้ถือคติว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านนั้นเก่งภาษาญี่ปุ่นกว่าเจ้าของบล็อก ตามจริงแล้วจะไม่ทำการแปลใดๆ แต่แปะไว้ให้ช่วยเช็คหน่อยว่าเจ้าของบล็อกแปลผิดมั้ยนะคะ → จิฮายะ – ไอดอลรีเซมารา (คงเป็นไอดอลที่ได้จากรีเซมาราล่ะมั้ง?)  อามิ – บอร์เดอร์อันดับ 10 ต่ำสุด

คิดว่ายังไงคะ? ส่วนตัวชอบดูอะไรแบบนี้ค่ะ ชอบดูหน้ากากคนดีหล่อสวยไร้มลทิน (?) ของเหล่าบุคคลที่เรียกตัวเองว่าไอมาสเปฉีกหลุดออกมาแบบนี้ XD ไม่ได้โกรธเลย จริงๆ

ในฐานะเป็นคนที่ชีวิตมิลเลียนไลฟ์เริ่มจริงจังจากโซลเมท ก็ได้แค่คิด เฮ้อ มันช่วยไม่ได้ล่ะนะ เป็นอีเวนท์ยุคแรกๆ ด้วย คนที่เริ่มตามกรีมาสจากช่วงปีสองปีสามส่วนมากจะรู้จักผ่านทางการ์ดโซลเมทมากกว่าตอนอีเวนท์ IUT จัดเรียลไทม์ ถึงไม่ได้เป็นอามิ P แต่ก็เป็นมายยูนิทคนนึง

เจอบทสนทนาที่น่าสนใจมาอันนึงค่ะ คุณคนที่ได้แรงกิ้งที่ 1 ของอันนะ เขาเปรยว่า “ดีใจนะที่มิลิชิตะเริ่มฮิต แต่ไม่อยากให้พวกเกมเมอร์ที่ไม่ได้ชอบไอดอลจำพวกวิ่งเข้าแรงกิ้งคือข้าเจ๋งอะไรแบบนี้ผุดขึ้นมาเลย” อ่านไปอ่านมาเจอบทสนทนานี้ด้วย รู้สึกว่าน่าสนใจ คุณ G บอกว่านึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีคนที่วิ่งวันละ 10 ชั่วโมงเกือบสองสัปดาห์ “เพียงเพื่อ” เกรียนแรงกิ้งหรือเอามาข่มทับคนอื่น ถ้ามีจริงนั่นคืออารมณ์ความรู้สึกที่บิดเบี้ยวมากนัก แต่อดคิดว่านั่นคือความรักด้วยไม่ได้เหมือนกัน คุณคนแรงกิ้งที่ 1 อันนะตอบว่าเขาเคยได้ยินมาว่าเกมข้างบ้านมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ และที่ทวิตไปนั่นเพราะป้องกันไม่อยากให้มิลิชิตะเป็นแบบนั้นและเตือนตัวเองด้วยส่วนนึง

ความรักกับความบ้าต่างกันแค่กระดาษคั่น เป็นโอกาสดีที่ทำให้กลับมาทบทวนตัวเองด้วยเหมือนกันว่า……ทำไปเพื่ออะไร? อยากสร้างความทรงจำ? เห็นเค้าฮิตกันเลยโหนกระแสเฉยๆ? อยากสำเร็จความใคร่ในการทำตัวเป็นผู้นำโดยใช้ตัวละครเป็นเครื่องมือ? อ้างว่ารักแค่ปากใครก็พูดได้ การลงมือทำเป็นเรื่องยาก ดังนั้นพิสูจน์ด้วยการกระทำเลยเป็นสิ่งน่าเชื่อถือกว่า แต่คงไม่เสมอไปแล้วล่ะมั้ง

ขออภัยที่ใช้คำแรงไปนิดนึงนะคะ กลัวสื่ออารมณ์ขณะเขียนได้ไม่หมดเลยไม่ปรับ พอเขียนเรื่องนี้แล้วทำให้นึกอยากเขียนอีกเรื่องในวันหลังขึ้นมาเลย

 

 

ความหมายในการมีตัวตนของออโต้ไลฟ์พาส

อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว ทางคุณโปรดิวเซอร์เกมนั้นเหมือนใส่มาเพื่อช่วยคนเล่นไม่เก่งแบบเจ้าของบล็อกหรือคนที่ไม่เล่นเพราะไม่ชอบมิวสิคเกม อยากบอกว่าเกมนี้ถึงเล่นไม่เก่งก็มีคอร์สที่เหมาะกับฝีมือตัวเองให้เล่น และมีอย่างอื่นนอกเหนือจากมิวสิคเกม

ตอนแรกที่ออโต้ไลฟ์พาสอัพเดทมาก็ไม่คิดอะไรค่ะ คิดแค่ว่าเอาไว้เคลียร์โลโคโมโค สะดวกดี และเอาไว้ดูแพทเทิร์นการเล่น ฟังเสียงกดเพื่อจำจังหวะในการกดที่ถูกต้องได้

แต่พอเล่นอีเวนท์นี้ไป เจ้าของบล็อกสะดุดกับ “ความผิดปกติ” อย่างนึงเข้า ผิดปกติรึเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ อาจเป็น generation gap เฉยๆ

.

.

.

ย้อนไปสมัยตอนโลกนั้นยังมีชีวิต เหล่าคนรักมิลเลียนต่างพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้คนมารู้จักคอนเทนต์นี้มากขึ้น แต่ความพยายามไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าไหร่นัก เหตุผลที่ถูกตอบกลับมาส่วนมากจะเป็น “กดอย่างเดียว เบื่อ” “ไม่เห็นจะเป็นเกมตรงไหน”

เจ้าของบล็อกเลยลองไปเล่นจริงนี่แหละค่ะ โดยส่วนตัวชอบนะ เพราะการสร้างเด็คก็ต้องคิดว่าจะทำไงให้ดึงประสิทธิภาพออกมาใช้ได้เยอะสุด คำนวณแต้มที่สามารถทำได้จากทรัพยากรที่มี อีเวนท์บางอย่างที่ระบุการใช้สกิลพิเศษ ถ้าไม่มีอันนั้นจะใช้อันอื่นหลบเลี่ยงเอาได้มั้ย ฯลฯ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าคำว่า ゲーム性 หรือไอ้ความเป็นเกมเนี่ย นิยามมันคืออะไร ขนาดในพจนานุกรมยังไม่ชัดเจน เลยสรุปว่ามันจะเป็นเกมหรือไม่ใช่คงแล้วแต่คน ถึงคนอื่นจะบอกว่ากรีมาสไม่สนุก แต่เจ้าของบล็อกสนุก ให้เป็นเกมเทพยกเว้น IMC ดังนั้นสำหรับเจ้าของบล็อก กรีมาสเลยมีความเป็นเกม

นอกจากคำพูดที่ยกมาด้านบน ที่ได้ยินบ่อยก็คือ “ออกเกมใหม่แล้วจะเล่น” “ออกมิวสิคเกมแล้วจะเล่น” —— โฮ่………….

แต่แปลกจังค่ะ ตลอดอีเวนท์ BNP ทุกคนเรียกพาสนี้ว่า “ตั๋วสิทธิมนุษยชน” กันแบบขำๆ เพราะจะได้มีเวลากินข้าว อาบน้ำในช่วงออโต้ไลฟ์ (ฮา)

ออกมิวสิคเกมมาแล้ว ทีงี้ทำไมไม่มีใครเล่นมิวสิคเกมล่ะ? ไม่แปลกเหรอที่ทุกคนเลี่ยงการเล่น “เกม” ทั้งที่เรียกร้องจะเอาปาวๆ มาตลอด 🤔🤔🤔🤔🤔 เกมกดจิ้มๆ อย่างเดียวมีคำภาษาญี่ปุ่นเรียกแบบหมิ่นนิดๆ อยู่ว่า ポチポチゲーム ……………………..แล้วเกมไหนที่ไม่ควบคุมโดยการกดบ้างฟะคะ

ถ้าเอา MV ออกไปแล้ว การวิ่งอีเวนท์ของเกมนี้มีตรงไหนบ้างที่ต่างจากกรีมาส ไม่ใช่เกมจิ้มๆๆๆๆ อย่างเดียวเหมือนกันเหรอ จิ้มทำงาน จิ้มตั๋วออโต้ แต้มขึ้น 🤔🤔🤔🤔🤔🤔 ที้งี้ทำไมเล่นกันได้ ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดจัง (ผีกรีมาสบ่นอุบอิบ)

การเสพคอนเทนต์นั้นจริงอยู่ว่าไม่จำเป็นต้องเล่นเกมอย่างเดียวเสมอไป แต่คอนเทนต์ที่ทำเกมออกมาแล้วไม่ถูกเล่น ลูกค้าเอาแต่ซื้อเพลงดูคอนนั้นมีรายนึงเพิ่งจากไป ส่วนเจ้าเก่าที่อยู่มานานทำพลาดไปก้าวเดียวจนความเชื่อถือหด ปัจจุบันเป็นไงก็เห็นกัน 🤔🤔🤔 เป็นหน้าที่ของฝ่ายสร้างที่ต้องทำเกมออกมาให้ผู้เล่น “ยอมเล่น” หากผู้เล่นไม่เล่นก็ถือว่าคนสร้างทำมาไม่ดีเอง

เจ้าของบล็อกโตมากับเกมญี่ปุ่นค่ะ สายตาสั้นก็เพราะโขกเกมบอยขาวดำมากเกิน โต้รุ่งเล่นจนเช้าก็หลายเกม อย่าง Atelier หรือ Kiseki Series ของฟาลคอม เหตุผลที่ไม่ยอมวางเกมคือ “ระบบเกมสนุก” “อยากค้นหาว่าเกมมีอะไรบ้าง” “อยากรู้เนื้อเรื่องต่อ”

 

ใช่ สนุกกับ “ตัวเกม”

 

เล่นเกมนี้บางทีก็มีนั่งคิดบ้าง ทุกคนสนุกกับ “ตัวเกม” จริงๆ รึเปล่านะ เพราะถ้าสนุกตัวเกมหรือระบบเกมจะสคิปข้ามกันทำไม เห็นมีแต่คนยี้……🤔🤔🤔🤔 จริงๆ สิ่งที่ทุกคนสนุกอาจไม่ใช่ตัวเกม แต่เป็นการแข่งขันมากกว่า

คนตั้งใจอ่านคอมมู ยกมือ!!!! อยากหาคนคุยด้วย!!!!

 

แหมะ แค่อีเวนท์ก็คงโดนดูดเวลาไปหมดแล้ว ใครจะมานั่งอ่านเนอะ แต่คนที่ตั้งใจจะอ่านจริงก็หาเวลาอ่านได้แล้วล่ะค่ะ ฝั่งญี่ปุ่นมีเยอะแยะ อ่านกันไวมาก คนที่วิ่งแรงๆ ตั้งแต่วันแรกก็เพื่ออ่านคอมมูน่ะแหละ อยากหาคนคุยจดหมายสีรุ้งด้วยมากๆ TTwTT

ใครจะเสพยังไงไม่มีสิทธิ์บังคับได้ แถมอีกอย่างการอาศัยในวงการนี้ ตั้งคำถามหรือสงสัยมากไปเดี๋ยวอยู่ยาก เลิกกังขาดีกว่า ไม่ต้องสงสัยอะไรหลับหูหลับตาอวยบูชาวันละสามเวลาจะมีความสุขและอยู่ง่ายค่ะ

 

โลกนี้อยู่ยากจริงน้อ!

(น้อ……น้อ……น้อ……..)

 

ถ้าคนส่วนใหญ่สนุกก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ตัวอิฉันนี่ยังไงก็ได้อยู่แล้ว บริษัทได้เงินก็ดี แต่ถ้าให้ออกความเห็นในฐานะ “คนเล่นมิวสิคเกมไม่เก่ง” ล่ะก็ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ไอเท็มเอาไว้ข้าม

สิ่งที่ทำให้เกมข้างบ้านอยู่ได้จนทุกวันนี้ จากที่สัมผัสมาเอง ขอตอบอย่างมั่นใจเลยว่าหลักๆ มาจากตัว “มิวสิคเกม” ดรสต เป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่สามารถจับจังหวะของเสียงเพลงกับเสียงเคาะโน้ตได้ด้วยหู ไม่ใช่เกมใช้สายตาไล่ตีโน้ตให้ลงตำแหน่งเป๊ะเป็นหลัก

คนไม่เก่งที่เพิ่งแตะปลาย เม.ย. สามารถพัฒนามาถึงขั้นนี้ได้แล้ว อยากร้องไห้ ได้ AP ในรอบแรกเลย ถึงแค่ PRO ก็เหอะ

ขอแค่มีโน้ตที่สนุก ถูกจังหวะ ทางนี้ก็ไม่ว่าอะไรแล้วค่ะ พร้อมตีรัวๆ เพื่อฝึก ให้ได้วิวัฒนาการเป็นมนุษย์กับเค้าบ้าง คับแค้นใจ ทำไมไม่พัฒนาซะที พอหนีไปเกมข้างบ้านกลับวิวัฒนาการได้ แปลก…….อยากจะฝึกแต่เจอโน้ตยาวยึกยือ โน้ตไส้เดือนร่วงเป็นฝนมาแบบไม่ตรงจังหวะก็ไม่รู้จะฝึกยังไง

 

อนึ่ง ข้อมูลไร้สาระที่ไม่ต้องรู้ก็ได้ – เหนื่อยแทบขาดใจ เส้นประสาทแทบขาดสะบั้นทุกครั้งที่อ่านสัมภาษณ์ของทีมงานเกมนี้ เพียงเพื่อเก็บข้อมูลนะเนี่ย เพราะแอนตี้แฟนต้องข้อมูลปึ้ก! ……โอกาสหลังๆ อาจจะบ่น

 

ตอนนี้ขอรำพึงแค่ เฮ้ออออออออออออออออ โล่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

Advertisements

10 thoughts on “Million Live Theater Days Playing Memo #5.5 : อีกด้านของ BNP

  1. ขอพูดด้วยความสัจจริง คอมมิว(ทั้ง 2 บ้าน) แทบจะปล่อยไว้ไม่ได้ฟังเลย อย่างที่ว่า อีเว้นอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว ยังไม่รวมที่ต้องมาปั่น 2 ที่พร้อมกันอีก แล้วก็เวลางาน เวลาส่วนตัวอีก ปัจจุบันบ้านซินก็แทบจะเอาแค่ขั้นต่ำละ เพราะไอดอลที่ยังไม่โวอีกเป็นร้อย (จริงจัง) ส่วนอีกบ้าน ออกไปทางเท เพราะปั่นกันหนักเกิน ไม่ไหวแล้ว เคยปั่นไปตอน melty แล้วหลุดแรงค์ไป เฟล รู้สึกขี้เกียจเล่นไปเลย

    • ขอบคุณที่อ่านค่ะ ><

      เขียนด้วยอารมณ์ปลงนิดๆ ว่าเกมที่เคยเล่นเพราะสนุกกับตัวเกมมันค่อยๆ หายไปแล้ว เมื่อไหร่ที่งานอดิเรกที่ทำเพื่อความสนุก กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะเป็น "หน้าที่" เช่น ต้องวิ่งอีเวนท์ ต้องเคลียร์สตามิน่า ไม่อยากเล่นเพลงแล้วเลยใช้ออโต้พาส ฯลฯ มันจะยังเป็นงานอดิเรกอยู่เหรอ

      อาจเพราะโตมากับคอนโซลด้วย เล่นตามเวลาที่มีได้ เนื้อเรื่องเสพไปด้วยระหว่างเล่นเกมได้แบบไม่โดนดูดเวลามาก เอาจริงเกมโซเชียลดูดเวลากว่าคอนโซลอีก

      คิดอะไรเรื่อยเปื่อยพลางเขียนออกมาเลยเป็นแบบนี้ค่ะ (ฮา) จะเป็นยังไงเราไม่มีสิทธิ์กำหนดได้ ทำได้แค่เลือกเสพส่วนที่เหมาะกับเรา (โหมดปลง)

      • เพิ่มเติมช่วงบรรทัดท้าย ที่ว่าใช้หูฟังกดโน๊ตถูกได้จริงๆ ก่อนเล่นมิลินี่ เล่น master แบบที่ไม่ใช่ tokimeki นี่ พวกการ์ดฮีลอะไรไม่ต้องใช้เล่นสบายๆละ พอไปเล่นมิลิ ตอนอีเว้นแรกเฟลไป 6 รอบติด นี่แทบจะปามือถือทิ้ง ตอนนี้พอไหว แต่ให้ all perfect นี่ ยาก… llOrz

  2. อาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหาบล็อคเท่าไหร่ แต่เนื้อเรื่องจดหมายสีรุ้งดีมากฮะ ชอบมากกกกกก ทั้งคอมมิวในเกมทั้งเนื้อเรื่องในซีดีเลย

    • เป็นเนื้อเรื่องที่อ่านในช่วงเวลาอ่อนไหวด้วยล่ะค่ะ ตอนนั้นอ่านแล้วนั่งร้องไห้ orz

  3. ตั๋วออโต้มันช่วยคนไม่มีเวลาแต่ยังอยากปั่นอีเว้นครับ ผมกดตอนรถติดได้นี่ช่วยได้เยอะเลย
    มันคือทางเลือกที่ “ไม่ยัดเยียด” ให้คนต้องเล่นในเวลาที่ไม่อยากเล่นหรือไม่สามารถเล่นได้ครับ

    แล้วคำถามว่า “ออกมิวสิคเกมมาแล้ว ทีงี้ทำไมไม่มีใครเล่นมิวสิคเกมล่ะ” มิวสิกเกมก็เล่นครับ แต่ปั่นอีเว้นนึงเล่นกันเป็นหลายสิบรอบ แล้วฟูลคอมโบตั้งแต่เริ่มๆเนี่ย ไอที่เหลือหลังจากนั้นพอต้องเล่นซ้ำๆความสนุกมันลดลงเรื่อยๆแล้วครับ ตั้งใจกดไปก็ไม่ได้อะไรมากกว่ากดแบบง่วงๆให้ผ่านไป (นอกจากลุ้นดวงว่าสกิลมันจะติดบ่อยกว่ารอบที่แล้ว)

    • ความคิดผุดมาว่ามันไม่มีรูปแบบอีเวนท์อื่นแล้วเหรอที่ไม่ต้องให้ปั่นแบบกินเวลาอย่างนี้ เป็นข้อผูกมัดของมิวสิคเกม เห็นความตั้งใจของทีมงานที่พยายามจะไม่ให้เป็นมิวสิคเกมเป็น main หลัก เช่น พวกเนื้อเรื่อง โมชั่นที่ทำให้เหมือนกำลังดูอนิเม หรืออย่างอื่นที่เป็นองค์ประกอบยิบย่อยที่ใส่มา แต่จำต้องออกเป็นมิวสิคเกมเพราะมันขายได้หรือเพื่อให้เบื้องบนไฟเขียวผ่านโปรเจ็คต์ ถึงขั้นต้องออกตั๋วออโต้ที่…..พูดงี้ดีมั้ย “ฆ่า” ส่วนที่เป็นเกมไปเลยนะ

      สิ่งที่สงสัยอยู่ในคำตอบของคุณแมวน้ำแล้วน่ะแหละ “ความสนุกลดลง” “ตั้งใจไปก็ไม่ได้อะไร”

      – ในเมื่อทำเกมมาแล้วแต่ไม่สามารถทำให้คนเล่นรู้สึกอยากเล่นตัวเกมได้นั้นถือว่าประสบความสำเร็จได้หรือเปล่า
      – เกมที่สร้างมาแล้วคนเล่นต้องทรมานไปเล่นไปมันมีความหมายเหรอ
      – การปั่นอีเวนท์กลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแม้ไม่อยากเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่
      – ทำไมเค้าไม่ทำมาให้เล่นสนุกสบายแต่แรก (ที่กล่าวเฉพาะของอีเวนท์นี้คือลดระยะเวลาให้สั้นลง)

      ฯลฯ

      ลองจินตนาการหนทางที่ผู้เล่นจะชีวิตสบายขึ้นกว่านี้ สำหรับมิวสิคเกมนี่คิดแทบไม่ออก อยากให้มีคนคิดรูปแบบใหม่ได้เหมือนกัน แบบซูชิโรของ ดรสต นี่ดีนะคะ ชอบ สบาย แข่งกับตัวเอง

      แต่เราอาจจะคาดหวังผิดไปที่คาดหวังกับบริษัทบันนัม (อนึ่ง เกมบันนัมแทบไม่ค่อยมีคนชมเรื่องความสนุกของระบบเลย นอกจากเทคเคนล่ะมั้ง ขนาดไอมาสเองยังผีเข้าผีออกสลับภาค) สิ่งที่เค้าให้ความสำคัญแล้วสุดท้ายอยู่ที่อะไร คนสนุกจากการได้เล่นเกม หรือผลิตอะไรก็ได้ขอแค่ได้กำไรจากกาชาเป็นพอ

      จริงๆ คนนอกห่วงไปก็เท่านั้นล่ะค่ะ เรื่องของวงการเกมบ้านเขา เปรยโดยรู้ว่าเป็นคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกจากใครได้ นอกจากรอดูในอนาคต ที่ถามนี่ก็ไม่ได้ถามเพื่อเอาคำตอบจากคนเล่นหรอก เขียนบอกไว้แล้วว่ามันคือหน้าที่ของผู้ผลิตที่ต้องทำให้คนเล่นเกมให้ได้

      การผูกคนให้ใช้เวลากับเกมได้อย่างนี้ถือว่าทีมงานทำสำเร็จระดับนึงแล้วล่ะ เพียงแต่คนเล่นกำลังเล่นตัวเกมหรือเล่นอะไรอยู่ ผูกให้คนอยู่กับอีเวนท์มากไปจนผู้เล่นขี้เกียจดูองค์ประกอบอย่างอื่นที่ใส่มานี่ มันดีแล้วจริงรึเปล่า สิ่งที่ทีมงานอยากนำเสนอมันจะถึงผู้เล่นเหรอ คราวก่อนที่ล้มเหลวก็เพราะมันส่งไม่ถึงลูกค้าค่ะ

      …………..คิดมากประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน (ฮา)

      • เรื่องความสนุกของส่วนมิวสิกเกม ส่วนตัวผมว่าเกมนี้ skill ceiling มันต่ำไปก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้ผิดที่ระบบหรอก (เกมออกมาปีนึง เพลงยากสุดก็ยังง่ายกว่าเพลงที่ออกมาตั้งแต่เริ่มเกมของเดเระด้วยซ้ำ)

        ส่วน
        “เกมที่สร้างมาแล้วคนเล่นต้องทรมานไปเล่นไปมันมีความหมายเหรอ ,การปั่นอีเวนท์กลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแม้ไม่อยากเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

        ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติของเกมมือถือไปซะแล้ว ไม่อยากปั่น/หาความสนุกไม่ได้ ก็พักไปก็เท่านั้นเอง

  4. ในความคิดผม ผมคิดว่าตั๋ว auto live นี่มันเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้ายของเกมที่จะเอาเข้ามาจริงๆเพราะว่าเหมือนทำลายส่วน gameplayไปเลยกว่าครึ่ง lol รู้สึกผิดคาดเหมือนกันที่ บันนัมเอา ตั๋วนี่เข้าเกมมา……ถึงจะมีใครหลายคนชอบก็เถอะ เหอๆ

    ส่วนเนื้อหาอีเวนท์ พยายามหาเวลาอ่านให้จบช่วงวันแรกๆเหมือนกัน ไม่งั้นกHคงเมาๆ กับตอนปั่นอีเวนท์ แล้วไม่มีเวลาเจียดไปดู lol

    • คงเพื่อพยายามดึงคนไว้ล่ะค่ะ ทำยังไงก็ได้ขอแค่ดึงคนไว้ก่อน แล้วอะไรหลังจากนี้ค่อยๆ แก้ไป (เห็นเป็นแบบนั้นนะ) เพราะมิวสิคเกมกินเวลา แล้วต้องเล่นซ้ำๆ แบบนี้ คนหนีง่าย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s