เก็บตก – บาคุมัตสึ! กลุ่มชินเซ็นไอดอล!

ช่วงเวลาคือบาคุมัตสึ

มีกลุ่มบุคคลแบกสัญลักษณ์ “มาโคโตะ”

วิ่งควบม้าไปทั่วเมืองเคียว

เป้าหมายสูง

ใช้ดาบเบิกทางให้ยุคสมัย

ไม่ให้อภัยเหล่าร้ายที่ต่อต้านรัฐบาลบาคุฟุโดยเด็ดขาด

นี่คือเรื่องราวของเหล่านักรบ

ผู้กวัดแกว่งดาบพร้อมสิ่งที่เชื่อมั่นภายในใจ

 

งานแสดงที่ชิโฮะได้รับบทตัวร้ายมีอยู่ไม่น้อย เทียบกับคนอื่นในเทียเตอร์ถือว่าถี่อยู่ บทนี้จะนับว่าเป็นหนึ่งในนั้นก็ไม่เชิงนัก ไม่รู้ทำไมเหมือนกันอีเวนท์นี้ถึงติดใจอยู่ในใจและรู้สึกชอบมากทั้งที่เนื้อหามีไม่เยอะ วันหนึ่งที่ลองขุดกลับมาอ่านก็กลับค้นพบสิ่งใหม่ที่เคยมองตกหล่นไป 😀 เอนทรี่นี้ตั้งใจเขียนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ทำงานยังไม่ตั้งใจขนาดนี้เลย (!) หากอ่านแล้วถูกใจกรุณาเผยแพร่ด้วยจะเป็นพระคุณนัก 🙇‍♀️

ช่วงเวลาจัดอีเวนท์นี้คือ 23 ก.ย. – 2 ต.ค. 2016

*คำเตือน – เกือบๆ เป็นบทความวิชาการประวัติศาสตร์ คำอธิบายเยอะ*

เริ่มด้วยการอธิบายศัพท์ก่อน

บาคุมัตสึ 幕末 – คำที่เอาไว้เรียกยุคเอโดะช่วงปลาย บาคุมาจาก 幕府 ชื่อรัฐบาลบาคุฟุ ส่วนคันจิ 末 หมายถึง ช่วงท้าย, ช่วงปลาย, จบ

มาโคโตะ 誠 – สัญลักษณ์กลุ่มชินเซ็น ที่มาและความหมายของ “มาโคโตะ” ของกลุ่มชินเซ็นนี้มีทฤษฎีที่สันนิษฐานกันไว้หลากหลาย

เคียว 京 – Kyou หรือเกียวโตนั่นเอง

เจ้าของบล็อกเข้าใจถูกใช่มั้ยคะ>w< (เพราะคนอ่านเก่งกว่าอยู่แล้ว!) เรื่องราวของกลุ่มชินเซ็นถูกเอาไปใช้ในผลงานเรื่องโน้นเรื่องนี้ของญี่ปุ่นมากมาย ดังนั้นอันไหนละได้ก็ขอละ เพราะนอกจากไม่ได้รู้ลึกแล้วยังขี้เกียจ วะฮ่าฮ่า คนที่เคยเจอจากเกมอื่นๆ มาคงรู้กันพอควร

เคยบอกจะไม่แปลอะไรลงบล็อกนี้เพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่รอบนี้จำเป็นต้องใช้จนได้ แต่ใครที่อ่านออกก็อ่านต้นฉบับโลด

ชอร์ทสตอรี่ทั้งหมดของอีเวนท์นี้ ขี้เกียจ trim จากคลังของตัวเอง ขอยืมภาพจากกรีมาสบิโยริเช่นเคย

 

1. เนื้อเรื่องอีเวนท์

 

(1)

K : มิลเลียนสตาร์ เหยียบย่างแผ่นดินเคียว! ว่าไปนั่น ทุกคนมาตั้งใจกับงานถ่ายหนังที่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้กันนะ♪

I : ใช้รถไฟฟ้าเดินทางมา เหนื่อยชะมัด~ เพื่อไอดอลทั้งที เตรียมเครื่องบินไว้ให้สักหน่อยสิ!

K : น่าๆ กลุ่มชินเซ็นของจริงเหมือนเขาเดินเท้าจากคันโตมาถึงเคียวเลยนะ พวกเรายังสบายกว่า♪

R : เอ๋ ไฮค์กิ้งมาเหรอคะ!? โรโกะชอบวอล์คกิ้งนะ แต่จนถึงเกียวโตเลย….งือ เทอริเบิ้ลค่ะ!

I : ถ้าเป็นฉันคงนั่งเสลี่ยงเอาล่ะมั้ง? หุหุ  ไอเดียดีแฮะเรา~♪ งั้นเริ่มถ่ายหนังกันเลย!

 

 

(2)

U : อุตส่าห์ดั้นด้นไกลมาจากฮิโนะ[1]เพื่อทำหน้าที่ปกป้องท่านโชกุนแท้ๆ….แต่บรรยากาศน่าสงสัยว่ามั้ย?

S : พวกเรามาถึงที่นี่เพื่ออารักขาท่านโชกุน แต่กลับให้ประจำการอยู่ที่เคียว คอยรับใช้ราชสำนัก…จักรพรรดิเนี่ยนะ…

S : …ผู้ที่พวกเรารับใช้คือรัฐบาลโชกุนโทคุกาวะ คือท่านโชกุนนี่คะ!

I : ใช่ ไม่เห็นเหมือนที่ตกลงไว้ตอนแรกเลย! พวกโรชิ[2]คนอื่นๆ ที่มาด้วยกันเห็นว่าจะกลับเอโดะ…

S : ฉัน…ไม่อยากกลับค่ะ! ขืนปล่อย “เท็นจู”[3] หลุดรอดไป ความสงบสุขของโตเกียวพังย่อยยับแน่

U : ซาโยะจิน…ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน! อย่างน้อยพวกเราควรอยู่ที่เคียวต่อ คอยปกป้องท่านโชกุนกับประเทศนี้!

I : เอาเถอะ พวกเรากลุ่มชิเอย์คัง[4]จะทำยังไง คนตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือหัวหน้าโคโนมิกับรองหัวหน้าชิโฮะอยู่ดี…จะเอายังไงนะ?

 

[1] เมืองฮิโนะ กรุงโตเกียว ที่ตั้งของโรงฝึกชิเอย์คังที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดกลุ่มชินเซ็น

[2] ซามุไรไร้สังกัด ไม่ได้ทำงานรับใช้ใคร

[3] https://en.wikipedia.org/wiki/Tench%C5%ABgumi_incident

[4] ชิเอย์คัง โรงฝึกเพลงดาบเท็นเน็นริชิน เป็นเพลงดาบที่สมาชิกหลักกลุ่มชินเซ็นใช้กัน หัวหน้ากลุ่มชินเซ็น-คอนโด อิซามิเป็นเจ้าสำนักรุ่นที่ 4

 

(3)

M : ไชโย! ตั้งแต่วันนี้พวกเราอยู่ในความดูแล[5]ของแคว้นไอซึอย่างเป็นทางการ…ได้รับหน้าที่คุ้มครองเคียวแล้วสิเนี่ย!

S : ท่านมัตสึไดระตั้งชื่อใหม่ให้ด้วยค่ะว่า “กลุ่มชินเซ็น”…คิดรึเปล่าคะว่าฟังดูดีกว่ากลุ่มโรชิแห่งมิบุอีก?

R : หมายความว่าจากนี้พวกโรโกะได้เป็นซามุไรที่มีบทบาทในเมเจอร์ซีนแล้วใช่มั้ยคะ เกรทค่ะ♪

M : น่ายินดีจริงๆ…18 ส.ค. คือวันรำลึกของพวกเรา เอาล่ะ! วันนี้ทุกคนไปกินดังโกะด้วยกันเถอะ!

S : หุหุ มาโคโตะจังนี่ล่ะก็…แต่ว่ามัวสนุกอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องเตรียมพร้อมเสมออย่าประมาท!

 

[5] 預かり – จากที่ค้นความหมายจากหลายแห่ง เข้าใจว่าคำนี้เอาไว้ใช้กับกลุ่มซามุไรไร้สังกัดที่รับดูแล ไม่ได้รับเป็นบริวารโดยตรงแต่อยากชุบเลี้ยงไว้ใช้งาน ก็จะเป็นตำแหน่ง Oazukari (keep in custody) กลุ่มชินเซ็นเป็นเหมือนตำรวจคุ้มครองเกียวโตที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการนั่นเองค่ะ แต่ก็รับคำสั่ง+เงินรางวัลจากเอโดะ (ผ่านแคว้นไอซึ)

 

 

(4)

M : อื้ม! วันนี้อากาศดี ถ่ายทำราบรื่น ไม่มีอะไรให้บ่นเลย! พรุ่งนี้เป็นซีนไคลแม็กซ์ที่อิเคดะยะแล้วเหรอเนี่ย~

M : ลูกศิษย์ผู้มีความมุ่งมั่นมารวมตัวกันที่โรงฝึกชิเอย์คัง เริ่มแรกมีแค่ 9 คนแท้ๆ ไม่ทันไรมีคนเพิ่มมาอีกเยอะแยะ…

I : กลุ่มชินเซ็นนี่ตอนคนเยอะๆ มี 200 คนเลยใช่มั้ย? แค่จำชื่อให้หมดทุกคนก็เหนื่อยแล้ว

R : ที่อิเคดะยะมีซีนแผ่นป้องกันหน้าผากของโรโกะเบรคด้วยค่ะ…งือ ชักเนอเวิสแล้วสิ…

M : ฮ่ะๆๆ ไม่ต้องห่วงหรอกโรโกะ! แค่การแสดงเฉยๆ…อ้ะนี่ กินดังโกะแล้วร่าเริงเถอะ!

I : กินดังโกะเสร็จเมื่อไหร่ก็ถ่ายต่อนะ? ต่อไป…เป็นซีนที่ฮิจิคาตะ ชิโฮะจับไต๋ของฝ่ายซนโน[6]ได้!

 

[6] https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B4 ← ไม่คล้ายซะทีเดียว แต่มีส่วนเหมือนกับ…………*censored*

 

 

(5)

Sh : หัวหน้า มีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ ช่วยสั่งให้คนออกไป…ไม่ต้องแล้วค่ะ ถ้าไซโต้ล่ะก็ไม่เป็นไร

K : มีอะไรชิโฮะ แต่งไฮคุมาอีกแล้วรึไง…เอ่อ ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงจังใช่มั้ย?

Sh : จับหนูของฝ่ายซนโนได้ตัวนึงค่ะ พอลองสอบสวนดูปรากฏว่ามีแผนจะวางเพลิงเผาวังหลวงเร็วๆ นี้…

Sa : เผาวังหลวง!? เป็นแผนที่น่ากลัวจริงๆ…ว่าแต่คุณฮิจิคาตะก็อุตส่าห์ล้วงความลับระดับนั้นมาได้นะคะ?

Sh : …ไม่มีอะไรนี่…ฉันจะทำเรื่องแบบนั้นที่ไหนยังไงไม่เห็นสำคัญ

K : การสอบสวนของรองหัวหน้าปีศาจน่ะโหดขนาดพวกทหารเฝ้ายามต้องปิดตาเชียวล่ะ ก่อนอื่นจะจับขังในโกดัง…

Sa : ละ…แล้วมีอะไรเกิดขึ้นในโกดังนั่นคะ…?

Sh : …………………จั๊กจี้อะไรงี้

Sa : …! โหดเหี้ยมอะไรอย่างนี้…! รองหัวหน้าช่างคิดอะไรโหดร้ายแบบนั้นออกมาได้….อย่างฉันนี่ไม่มีทาง…

K : อื้อ นี่ฉันตั้งคนน่ากลัว…อย่างชิโฮะเป็นรองหัวหน้าไปซะแล้วสินะ คิดกี่ทีก็ดีจริงๆ ที่ไม่ได้เป็นศัตรูกัน

 

 

(6)

Sa : ที่นี่คือโรงแรมที่กลุ่มผู้รักชาติฝ่ายซนโนนัดเจอกันสินะคะ แต่ไม่เห็นมีกลุ่มผู้รักชาติเลย…

M : …เหมือนจะมาไวกว่าเวลานัดไปนิด ช่วยไม่ได้ พวกเรากินดังโกะรอไปพลางๆ แล้วกัน

Sh : …แย่แล้ว! กลุ่มผู้รักชาติไม่ได้นัดเจอกันที่ชิโคคุยะนี่ อิเคดะยะต่างหาก!

M : เอ๋!? แต่ตามข่าวบอกว่าสถานที่นัดของจริงไม่ใช่อิเคดะยะ แต่น่าจะเป็นชิโคคุยะ….

Sh : …หน่วยฮิจิคาตะ หน่วยมัตสึบาระมุ่งหน้าไปอิเคดะยะเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!!

Sa : …นักรบที่ไปทางอิเคดะยะมีแค่ 10 คนเองค่ะ ไม่รู้จะต้านไหวจนพวกเราไปถึงรึเปล่า…

Sh : หัวหน้า อุมิ…! ขอร้องล่ะ ไปทันเวลาที…!

 

(7)

U : กลุ่มผู้รักชาติมาชุมนุมที่อิเคดะยะกันเพียบเลย…แปลว่าที่นี่คือสถานที่นัดของจริงสิเนี่ย!? …ทะ ทำยังไงดี!?

I : โอ๊ย เป็นไปไม่ได้! ทั้งชิโฮะทั้งซาโยโกะไปชิโคคุยะหมด ที่นี่มีแค่ 10 คนเองนะ!?

U : อะ โอกาสมีแค่ตอนนี้! พวกเราต้องบุ…แค่ก แค่ก! …เอ๊ะ แปลกจัง เลือด…?

R : อุ อุมิ!?….เลือด…เลือดค่ะ อิโอริ! อุมิไอเป็นเลือดเต็มเลย…! หะ ห้ามตายนะคะ! อุมิ!

R : …หวาๆ! แผ่นป้องกันหน้าผากของโรโกะก็แตก เลือดออกค่ะ…งือ ไม่ไหวแล้ว…แบดเอนด์ค่ะ…

I : ดะ เดี๋ยว!? แค่อุมิไม่พอ โรโกะยังไปอีกคนเหรอ!? ฉันตัวคนเดียวจะไหวได้ไงเล่า—!

 

(8)

K : ชิโฮะ ขอเข้าไปได้รึเปล่า?

S : …หัวหน้าโคโนมิ

K : หน้าตาดูไม่ได้เลย…ทุกคนลือกันทั้งนั้นว่า…ตั้งแต่เกิดเรื่องที่อิเคดะยะ รองหัวหน้าปีศาจก็เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

K : ฉันเข้าใจความรู้สึก แต่เพราะพวกชิโฮะรีบไปช่วย ทั้งอุมิทั้งโรโกะทั้งอิโอริถึงรอดมาได้นะ?

S : …คุณโคโนมิ มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันกลับกลัวขึ้นมาค่ะ กลัวจะมีชีวิตต้องสูญเสียไปเรื่อยๆ

S : …อุมิป่วยนะคะ ถ้าสู้ต่อไปแบบนี้แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับอุมิล่ะก็ ฉัน….

K : อย่าใจเสาะสิ!

S : !?…คุณโคโนมิ…ไม่สิ หัวหน้า…?

K : ใช่ มีชีวิตที่สูญเสียไปเพื่อจุดมุ่งหมายที่พวกเราเชิดชู….เพราะอย่างนั้นจะหยุดกลางคันไม่ได้เด็ดขาด

S : …คุณโคโนมิ…แต่ว่า…ถ้าอย่างนั้นอุมิ…อุมิจะ…

U : ชิโฮะริน☆…โธ่เอ๊ย กลุ่มชินเซ็นสร้างผลงานใหญ่ไว้แท้ๆ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ?

U : ขอบใจที่เป็นห่วง! ฉันไม่เป็นไร!

S : อุ อุมิ!? …หรือว่าฟังที่คุยเมื่อกี้…? ธะ โธ่ เงียบฟังเฉยๆ ขี้โกงชัดๆ…

K : ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบหรอก ชิโฮะ ฉันคนนี้…คอนโด โคโนมิที่เป็นหัวหน้าคอยดูแลชีวิตของพวกนักรบอยู่

K : เพราะงั้นไม่ต้องกังวล! แล้วก็…อุมิรักษาอาการป่วยก่อนอย่างอื่น สัญญานะ?

 

 

(9)

M : อ๊ะ หัวหน้านี่นา! หัวหน้าโคโนมิ! มีอะไรเหรอฮะถึงมาเหม่ออยู่ริมถนนแบบนี้!

K : อ้าว มาโคโตะจังกับชิโฮะ…ฮุๆๆ กำลังดูฐาน[7]ใหม่อยู่น่ะ

S : …พอดูอีกทีแล้ว ฐานก็โตขึ้นเยอะเลยนะคะ ผิดกับสมัยแรกๆ ลิบลับ

K : ก็ได้รางวัลตั้ง 200 เรียว[8]จากผลงานที่อิเคดะยะกับคดีคินมอน[9]นี่ ต้องย้ายฐานซะหน่อย!

M : พวกเราเรียกตัวเองเป็นบริวารสายตรงของโชกุนอย่างเป็นทางการได้แล้วใช่มั้ย?…แหะๆ เหมือนฝันเลย! เนอะ ชิโฮะ?

S : …ค่ะ เหมือนฝันจริงๆ…บางทีพวกเราอาจกำลังฝันมีความสุขอยู่ก็ได้

K : ไม่ว่ายุคสมัยแบบไหนจะมาเยือน พวกเราแค่ทำตามจุดมุ่งหมาย…จงรักภักดีตอบแทนรัฐบาลบาคุฟุให้ถึงที่สุดเท่านั้น นั่นคือกลุ่มชินเซ็น

M : …ที่สำคัญกว่า ทั้งสองคนกินดังโกะกันมั้ย? ไหนๆ ก็ได้รับเงินรางวัลมาแล้ว นะ!

K : มาโคโตะจังนี่พูดถึงดังโกะอย่างเดียวเลย! อุตส่าห์คิดว่าปิดท้ายได้อย่างเท่แล้วเชียว….!

 

[7] 屯所 tonsho แปลว่า สถานที่พักของตำรวจหรือหน่วยลาดตระเวน แต่ของกลุ่มชินเซ็นไม่ใช่ป้อมยามนะ เป็นคฤหาสน์ใหญ่หลังนึง เลยคิดว่าใช้คำนี้ดีกว่า

[8] หน่วยเงินในสมัยนั้น

[9] https://en.wikipedia.org/wiki/Kinmon_incident

 

 

(10)

S : คุณโปรดิวเซอร์ เหนื่อยหน่อยนะคะ…ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไม่เหนื่อย

S : คราวนี้ พอต้องแสดงบทนี้…บทรองหัวหน้าปีศาจ – ฮิจิคาตะ โทชิโซ ฉันอยากรู้เรื่องเขาให้มากขึ้นเลยอ่านหนังสือค่ะ

S : เรื่องราวในหนังจบตรงนี้…แต่การต่อสู้ของกลุ่มชินเซ็นในโลกความจริงไม่ได้จบแค่นี้

S : ศึกที่โทบะ-ฟุชิมิ ศึกที่โคชู-คัตสึนุมะ สงครามไอซึ สงครามฮาโคดาเตะ…

S : จากตรงนี้ไป พวกเขาจะพบเจอกับการต่อสู้ที่โหดร้ายยิ่งขึ้นค่ะ…

S : ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชินเซ็นไม่ใช่แฮปปี้เอนด์เลยแม้แต่น้อย แต่แปลก….ที่ทำให้ฉันประทับใจ

S : …สักวันอยากแสดงตอนต่อค่ะ เพราะฉันอยากลองเขียนอนาคตของกลุ่มชินเซ็นด้วยมือตัวเอง…!

 

ตายไปประมาณแปดแสนรอบกว่าจะแปลข้างบนเสร็จหมด ทีแรกก็คิดว่าควรแปลเป็นสำนวนโบราณไปเลยมั้ย แต่ดูแล้วหนังเรื่องนี้ตั้งใจเอาเส้นแบ่งตรงนั้นออก ผสมปนเปคนแสดงลงไปในตัวละครเฉย เลยแปลเป็นสำนวนปกติที่คุยกันนี่แหละ แต่กรณีที่ต่างจากปกติก็มีนะคะ เช่น การพูดคุยของกลุ่มชินเซ็นจะเคารพกันตามตำแหน่ง เช่น ซาโยโกะพูดคำสุภาพกับชิโฮะ, ชิโฮะ (ฮิจิคาตะ) กับอุมิ (โอคิตะ) เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันและฮิจิคาตะอายุมากกว่า ชิโฮะเลยพูดไม่ใช้คำสุภาพกับอุมิ

 

 

2. การ์ดในอีเวนท์+ที่มาที่ไป

ย้อนกลับไปก่อนหน้า 2 ปี กับกาชาซามุไรเกิร์ลในช่วง 19-25 พ.ย. 2014

 

ชื่อการ์ด : Mibu no Abare Ookami หมาป่าอาละวาดแห่งมิบุ

“พวกเรากลุ่มชินเซ็นไม่ให้อภัยวายร้ายที่ป่วนเคียวแน่! เอ้า เอาของที่ห้อยเอวอยู่มาสู้ตัดสินให้รู้ดำรู้แดงไปเลยมั้ย?
ใครที่หนีก็ขอให้รู้ไว้ว่าไม่คู่ควรจะเป็นนักรบ![10]

 

[10] 士道不覚悟 shidoufukakugo หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ขัดต่อวิถีนักรบ เช่น โดนหาเรื่องแล้วหนีโดยไม่สู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชินเซ็นนั้นเข้มงวดมาก ผู้ที่ทำผิดกฎนี้จะถูกบังคับให้คว้านท้องเลยทีเดียว

 

ชื่อการ์ด : Yousetsu no Tensai Kenshi นักดาบอัจฉริยะผู้จากไปแต่เยาว์วัย

สกิล : ความผูกพันจะไม่ตาย

” ‘ขอบใจที่มาเยี่ยมนะ แต่ขายขี้หน้าจังที่ให้เห็นสภาพอ่อนแออย่างนี้…’ เอ๊ะ?…แค่ซ้อมบทพูดเฉยๆ เอง ไหงกลับเขินจริง!?”

 

มีคำใบ้หลายอย่างทิ้งเอาไว้ในการ์ดของอุมิ

  • จากภาพก่อนปลุก ทั้งชุดและคำพูดของการ์ดบอกไว้ชัดเจนว่าธีมมาจากกลุ่มชินเซ็น ด้านหลังอุมิคือชิโฮะกับโคโนมิซัง แต่ยังไม่รู้ว่าใครรับบทไหน
  • ภาพหลังปลุก ทั้งภาพและชื่อการ์ดทำให้รู้ชัดเจนว่าบทของอุมิคือ โอคิตะ โซจิ หัวหน้าหน่วยที่ 1 ของกลุ่มชินเซ็น ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าเป็นนักดาบอัจฉริยะที่ฝีมือเก่งกาจ แต่เสียชีวิตในตอนอายุยังน้อยประมาณ 24-25 ปีเท่านั้นจากวัณโรคปอด
  • จุดน่าสังเกตคือ พื้นหลังของภาพหลังปลุก ซองด้านหลังน่าจะเป็นซองยา

 

 

ซองยาเขียนว่า 北沢散薬 kitazawa sanyaku หากเทียบกับบุคคลที่มีตัวตนจริงในกลุ่มชินเซ็นแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่บทของชิโฮะจะเป็นฮิจิคาตะ โทชิโซ รองหัวหน้ากลุ่มชินเซ็น เพราะกิจการทางบ้านของฮิจิคาตะเป็นร้านขายยาตำรับ 石田散薬 ishida sanyaku ว่ากันว่าสรรพคุณดีมาก ถึงขั้นมีตำนานร่ำลือว่าได้สูตรทำยามาจากเทพคัปปะเลยล่ะ ปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้วเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์บางอย่างตามกฎหมาย….ขี้เกียจอ่านละเอียด จับความได้ว่าหากจะผลิตยาขายต้องได้รับในอนุญาตจากทางการ และการจะตรวจให้ผ่านต้องมีห้องสำหรับปรุงยาขั้นต่างๆ (คล้ายโรงงานย่อมๆ) เลยทำให้ยาแบบบ้านๆ ผลิตต่อไม่ได้ เพราะชาวบ้านที่ไหนจะเอาทุนไปสร้างห้อง สร้างแล็บ

ส่วนบทของโคโนมิซัง ถ้ามีตัวเบ้งๆ อย่างฮิจิคาตะหรือโอคิตะ อีกคนน่าจะเป็นคอนโด อิซามิ หัวหน้ากลุ่มชินเซ็น

การสันนิษฐานในตอนนั้นทำได้แค่นี้ และเป็นแค่การสันนิษฐาน จนกระทั่งมีอีเวนท์นี้ในอีก 2 ปีต่อมา ลองมาดูการ์ดในอีเวนท์นี้กัน

 

ชื่อการ์ด : Ni ban Tai Kumi Chou หัวหน้าหน่วยที่ 2

สกิล : ลุยอย่างบ้าระห่ำ!

“ดูท่าทางจะอยากโดนฟันมากสินะ…ได้เลย ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ให้ ไม่มีการออมมือ
เตรียมตัวให้ดีล่ะ! หัวหน้าหน่วยที่ 2! นากาคุระ อิโอริคือฉันเอง!”

ต้นแบบ : นากาคุระ ชิมปาจิ

 

เรื่องราวของกลุ่มชินเซ็นไม่มีสอนในโรงเรียนนะคะ บันทึกเรื่องราวของพวกเขามีน้อยมาก…….ก็แค่นักรบกลุ่มหนึ่งจากที่มีอยู่เยอะแยะนี่นา เรื่องเล่าต่างๆ เกี่ยวกับกลุ่มชินเซ็นที่ทราบกันในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากปากคำของนากาคุระ ชิมปาจิคนนี้ เขาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตของกลุ่มชินเซ็นและมีลูกหลานสืบทอดมาจนปัจจุบันด้วย ถ้าอยากเห็นรูปของปู่ ลองกูเกิ้ลหาได้เลยค่ะ

เรื่องราวจากปากคำของนากาคุระ ชิมปาจิได้ถูกถ่ายทอดเป็นบทความต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์ Otaru Shinbun เมื่อปี 1913 แต่เนื่องจากเป็นคำบอกเล่าของผู้สูงอายุที่อาจความทรงจำเลอะเลือนไปบ้างหรือมีการโม้ใส่ไข่นิดๆ หน่อยๆ อีกทั้งยังเป็นการพูดคุยแล้วเอามาเขียนต่ออีกที จึงอาจเชื่อถือไม่ได้ทั้งหมด ปู่ชิมปาจิเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการประกาศผลงานของกลุ่มชินเซ็นให้สังคมรับรู้ และเป็นผู้สร้างสุสานของคอนโด อิซามิกับฮิจิคาตะ โทชิโซไว้ในเขตคิตะ กรุงโตเกียว

เรื่องเล่าเกี่ยวกับปู่ชิมปาจิที่ชอบก็คงเป็นตอนไปบุกอิเคดะยะ โดนฟันนิ้วเกือบขาด O_O ดาบหักอีก แต่ยังทุลักทุเลสู้เอาตัวรอดมาได้ แถมเจ็บไม่หนักด้วย กับอีกเรื่องคือบันทึกเกี่ยวกับรอยแผลเจ็ดแห่งที่ปู่เขียนไว้ตอนอายุ 73 ปี เพื่อที่จะได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่าแผลต่างๆ เหล่านี้ได้มายังไง

ชื่อสกิลของการ์ดใบนี้ gamushara เดาว่าเอามาจากเรื่องเล่าที่ว่าปู่ชิมปาจิมีฉายาว่ากามุชิน (gamushara+shinpachi) เพราะเป็นคนนิสัยมุทะลุ

 

 

ชื่อการ์ด : Shinsengumi Kyoku Chou หัวหน้ากลุ่มชินเซ็น

สกิล : ดาบสำรอง[11]คือเล่มยาว!

“ฉันคือหัวหน้ากลุ่มชินเซ็น คอนโด โคโนมิ ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล เชื่อฉันแล้วตามมา!
ขอเดิมพันกับธงมาโคโตะว่าจะปกป้องเคียวให้ได้♪”

ต้นแบบ : คอนโด อิซามิ

 

[11] wakizashi ดาบสำรองที่ซามุไรพกไว้คู่กัน เอาไว้ใช้ยามดาบหลักเสียหาย

 

ถ้าเข้าใจไม่ผิด ชื่อสกิลรังแกมาก….เพราะตัวสั้น ดาบหลักเลยต้องเป็นเล่มสั้นตามตัวเหรอ

จุดจบของคอนโด อิซามิออกจะน่าหดหู่ หลังจากได้รู้แล้วก็วิญญาณหลุดจากปากไปหลายวัน เห็นภาพสังคมในยุคนั้นชัดเจนในหัวสมองแล้วทำให้ได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง

 

 

ชื่อการ์ด : Hachi ban Tai Kumi Chou หัวหน้าหน่วยที่ 8

สกิล : Polaris Single Sword Style

“เอธ ปาร์ตี้ คอมมานเดอร์ โทโด โรโกะค่ะ♪” หมู่นี้พวกจ๊อบเลสยังแมนนิสัยแรดิคัลคอยดิสเทิร์บพีซอยู่ประจำ
ทำเอาลำบากเลย…จะแสดงพลังของมิบุวูล์ฟให้เห็นค่ะ!”

ต้นแบบ : โทโด เฮย์สึเกะ

คีย์เวิร์ดของประโยคด้านบนเพื่อช่วยให้อ่านง่ายขึ้น – 8th party commander, jobless young man, radical, disturb, peace, Mibu wolf

กลุ่มชินเซ็นมีคนมากมายจากหลายที่ แม้ทำงานรับใช้โชกุนแต่ไม่ใช่ว่ากลุ่มชินเซ็นทุกคนไม่เอาเจ้า เอ๊ย จักรพรรดิ (ต้องเขียนให้ชัดเจน) โทโดเป็นพวกเอาจักรพรรดิ ช่วงท้ายก่อนตายเลยมีการย้ายจากกลุ่มชินเซ็นไปเข้ากองทหารพิทักษ์สุสานจักรพรรดิโคเมย์ แล้วกองทหารนี้ดันมีเรื่องหักหลังกับกลุ่มชินเซ็น เกิดเหตุฆ่าแกงกันขึ้น ที่จริงคอนโดสั่งนากาคุระเป็นนัยๆ ว่าโทโดยังอายุน้อย ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ฆ่า ตอนสู้กันเลยเปิดช่องให้หนี แต่ดันมีทหารไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาสอยซะงั้น – -‘

ชื่อสกิลของการ์ดใบนี้ แปลมาจากเพลงดาบที่โทโดเคยเรียน 北辰一刀流 hokushin ittou ryuu แปลตามตัวอักษรคือ เพลงดาบมือเดียวดาวเหนือ นอกจากโทโดแล้ว ซาคาโมโตะ เรียวมะก็เรียนเพลงดาบนี้ด้วยล่ะ

 

 

ชื่อการ์ด : Hirusagari no Kyuukei พักยามบ่าย

สกิล : หัวหน้าหน่วยที่ 10 ผู้เป็นที่รัก

“กินล่ะน้า! อื้ม~อร่อย♪ ตอนได้กินดังโกะที่ฐานกันพร้อมหน้าทุกคนอย่างนี้
คือเวลาที่มีความสุขที่สุดเลย….ทุกคนก็เหมือนกันใช่มั้ย?”

ต้นแบบ : ฮาราดะ ซาโนสึเกะ

ขณะที่นักรบคนอื่นของกลุ่มชินเซ็นเขามีกิ๊กในเกียวโตไว้แก้เหงา ฮาราดะเป็นคนเดียวที่แต่งงานมีภรรยามีลูกเป็นตัวเป็นตน บ้านภรรยาเป็นร้านขายดังโกะค่ะ

หลังแต่งงานได้ 2 ปี กลุ่มชินเซ็นต้องย้ายไปประจำการที่ฟุชิมิในช่วงก่อนเกิดสงครามโทบะ-ฟุชิมิ และนั่นคือการลาจากชั่วนิรันดร์…เชื่อกันว่าฮาราดะโดนปืนตายในสงคราม แต่ก็มีเรื่องเล่าว่าเขารอดชีวิตไปเป็นทหารที่แมนจูเรียและได้กลับมาพบน้องชายกับหลานในปีเมย์จิที่ 40 ก่อนจะทิ้งเงินก่อนโตไว้ให้แล้วกลับไปแมนจูเรียอีก (อะไร ไปๆ กลับๆ)

ภรรยาของฮาราดะ ซาโนสึเกะ – ฮาราดะ มาสะถูกรัฐบาลใหม่มาสอบถามเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับกลุ่มชินเซ็นอยู่หลายหน มีชีวิตยืนยาวมาก เสียชีวิตในปี 1930 เมื่ออายุ 83 ปี

พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกหลานที่สืบเชื้อสาย คิดว่าสายยังไม่น่าขาดนะ แต่อาจไม่อยากเปิดเผยตัว (เจอบล็อกเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เป็นญาติห่างๆ ของฮิจิคาตะเขียนเล่าว่าเคยเจอกับเชื้อสายของฮาราดะ)

 

 

ชื่อการ์ด : Aku wa Ittouryoudan! ฟันความชั่วเป็นสองท่อน!

สกิล : นักดาบไร้เทียมทาน

“…หึหึ มาทำลับๆ ล่อๆ วางแผนอะไรกันแถวนี้คะ? ไซโต้ ซาโยโกะคนนี้
จะไม่ปล่อยแผนการปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลบาคุฟุให้รอดไปเด็ดขาด…เตรียมรับมือ!”

ต้นแบบ : ไซโต้ ฮาจิเมะ

ขณะที่หัวหน้าหน่วยหลายคนของกลุ่มชินเซ็นใช้เพลงดาบเท็นเน็นริชินของชิเอย์คังที่คอนโด อิซามิเป็นเจ้าสำนัก ไซโต้ใช้เพลงดาบอื่น เชื่อกันว่าน่าจะเป็นเพลงดาบมุไก (無外流)

ในนิยายหรือเรื่องแต่งต่างๆ มักกำหนดเซ็ตติ้งให้ไซโต้ ฮาจิเมะถนัดซ้าย ความเชื่อนี้คาดว่ามาจากนิยาย Shinsengumi Monogatari แต่งโดยชิโมซาวะ คัง ที่เขียนโดยรวบรวมข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซ็น ในนิยายนั้นกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ทานิ ซังจูโร่ หัวหน้าหน่วยที่ 7 เสียชีวิต ชิโนฮาระ ไทโนะชินที่ตรวจสอบศพเห็นว่าแผลเกิดจากท่าทะลวงมือซ้าย แล้วพูดแหย่ไซโต้ว่าคนร้ายน่าจะถนัดซ้ายเหมือนกันนะ (แต่จริงๆ ชิโนฮาระก็สงสัยว่าไซโต้แหละเป็นคนทำ)

ข้อมูลที่บอกว่าไซโต้ ฮาจิเมะถนัดซ้ายก็มาจากนิยายนี้แหล่งเดียว และไม่รู้เป็นข้อมูลจริงหรือคนแต่งใส่เพิ่มเอง ท่าทะลวงมือซ้ายนี้ไม่ใช่ว่ามีแต่นักดาบที่ถนัดซ้ายเท่านั้นถึงใช้ได้ คนถนัดขวาก็ใช้ได้ อีกทั้งคนสมัยก่อนเข้มงวดจะตาย อย่างเราๆ เนี่ยถึงเกิดมาถนัดซ้ายก็จะโดนบังคับให้พยายามใช้มือขวาอยู่ดี แล้วคนสมัยก่อนที่เขาเข้มงวดกว่าเขาจะไม่สอนแก้รึ? ยิ่งห้อยดาบไว้เอวขวายิ่งไม่น่าเป็นไปได้ เพราะขัดกฎของซามุไรสมัยนั้น

ปัจจุบันเรื่องไซโต้ ฮาจิเมะถนัดมือไหนนั้นก็ไม่มีใครรู้ ยังถกเถียงกันอยู่

ไซโต้ ฮาจิเมะเป็นหนึ่งในกลุ่มชินเซ็นที่รอดชีวิตมาในยุคปัจจุบัน เมื่อเปลี่ยนเข้าสมัยเมย์จิ เขาเปลี่ยนชื่อเป็นฟุจิตะ โกโร่แล้วรับราชการต่อในกรมตำรวจ

เรื่องเล่าของไซโต้ ฮาจิเมะที่ชอบมากคือ นักกีฬาเคนโด้ชื่อยามาโมโตะ จูจิโร่ในช่วงวัยรุ่นกำลังฝึกแทงกระป๋องเปล่า มีชายแก่คนหนึ่งผ่านมาแล้วสอนเคล็ดลับท่าแทงให้โดยแทงกระป๋องโชว์ กระป๋องทะลุโดยไม่กระดิกเลย (!) คุณจูจิโร่เจอกับชายแก่คนนั้นอีกหลายครั้งแต่ไม่เคยถามชื่อ ได้แต่ทักทายกัน ว่ากันว่าชายแก่คนนั้นคือไซโต้ ฮาจิเมะ เพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าไซโต้ ฮาจิเมะอาศัยอยู่ที่ฮงโกมาซาโกโจ ที่เดียวกับที่โรงฝึกตั้งอยู่ (ฝั่งตะวันออกของเขตบุงเคียวในปัจจุบัน) ในช่วงปลายยุคเมย์จิพอดิบพอดี

ค้นหาข้อมูลไปมา เจอบทสัมภาษณ์กับเชื้อสายตรงของไซโต้ ฮาจิเมะ เชื้อสายตรงเลยค่ะไม่ใช่แค่ญาติห่างๆ เจ้าตัวไม่ชอบออกหน้าเลยขอใช้แค่นามสกุลว่าฟุจิตะพอ ลองอ่านกันได้นะสำหรับคนรู้ภาษาญี่ปุ่น แซ่บค่ะ ขอบอก 👍 ในบทความจะได้เห็นภาพของไซโต้ ฮาจิเมะที่เพิ่งค้นพบเมื่อปี 2016 ด้วย

https://mugairyu.net/04_00_muroku_19_01.html

https://mugairyu.net/04_00_muroku_20_01.html

 

 

ชื่อการ์ด : Mamoritai Mono สิ่งที่ต้องการปกป้อง

“กล้าดีนะที่เรียกฉันว่ารองหัวหน้าปีศาจ ใช่ ปีศาจอย่างฉันนี่แหละที่ส่งนักรบในหน่วยไปหาอันตราย
เพราะฉะนั้น…จะทิ้งความตั้งใจที่นี่ไม่ได้!”

 

ชื่อการ์ด : Makoto no Shi นักรบแห่งมาโคโตะ

สกิล : คมดาบไร้ปรานี

“แค่นึกถึงดวงวิญญาณที่ตายไป ฉันก็เต็มใจเป็นปีศาจ…คนไม่เสียดายชีวิตเชิญเข้ามาก่อนได้เลย
ฮิจิคาตะ ชิโฮะคนนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง!”

ต้นแบบ : ฮิจิคาตะ โทชิโซ

รองหัวหน้าปีศาจแห่งกลุ่มชินเซ็น เหตุผลที่ได้ชื่อเป็นปีศาจก็เพราะว่ากฎเหล็กสุดเฮี้ยบต่างๆ ของกลุ่มชินเซ็นถูกคิดขึ้นโดยฮิจิคาตะนั่นเอง ผิดกฎต้องคว้านท้อง บรึ๋ย…..

ว่ากันว่าหากเป็นการต่อสู้บนถนนหนทางทั่วไปแล้วล่ะก็ฮิจิคาตะแข็งแกร่งมาก เพราะเขาไม่ได้ยึดติดกับหลักวิชาใดตายตัว อะไรใช้ได้ก็ใช้หมด เช่น เตะทรายใส่หน้าศัตรูให้เสียจังหวะแล้วพุ่งเข้าไปบีบคอ เป็นต้น และหากดูจากการที่เขาเหลือรอดจนช่วงท้ายๆ ทั้งที่รบแนวหน้าทุกรอบ ก็คงพอทำให้เห็นแล้วว่าฝีมือไม่ธรรมดาแน่

ชื่อการ์ดหลังปลุก ที่จริงไม่แน่ใจว่าควรอ่าน shi หรือ samurai ถามคนญี่ปุ่นอยู่หลายคน เขาก็ไม่แน่ใจ 😓 แต่ส่วนมากให้ความเห็นว่าเคสนี้น่าจะอ่าน ชิ

เสียงพากย์การ์ดเท่มากค่ะ ตอนที่เล่นกรีมาสคือหลังมีอีเวนท์นี้ไปแล้ว ไม่ได้วิ่งเอง พยายามเก็บไอเท็มไปสอยมาจากบาซาร์ ชอบภาพมาก ทีมงานบรรจงวาดการ์ดอีเวนท์นี้ขั้นสุด พอได้ฟังเสียงพากย์ก็ระเบิดบรึ้มไปตามระเบียบ เป็นหนึ่งในการ์ดหลักในเด็ค

 

การ์ดทุกใบใส่เอฟเฟคต์ที่ทำให้ดูเหมือนเป็นฟิล์มเก่า ทำมาตั้งแต่กาชาซามุไรเกิร์ล อีเวนท์นี้เหมือนเป็นส่วนขยายต่อจากกาชานั้นก็เลยทำให้เหมือนกันล่ะมั้ง แต่พวกภาพโพสที่ได้จากการ์ดเป็นภาพปกตินะคะ ไม่มีเอฟเฟคต์

 

ภาพโพสเป็น touch ธรรมดา

 

 

3. สิ่งที่สังเกตเห็นหลังจากอ่านเนื้อเรื่องของอีเวนท์นี้

(1) คนเขียนเนื้อเรื่องค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียดมาก

คงเป็นแฟนของกลุ่มชินเซ็น หรือไม่ก็นั่งอ่านจนเกือบหมดอินเตอร์เน็ตแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ คำพูด หรือแม้กระทั่งสกิลของการ์ดยังอ้างอิงตามของจริงหมด โดยเฉพาะชอร์ทสตอรี่ตอนบุกอิเคดะยะนั่นตรงเป๊ะเลยค่ะ ตัวหลักที่ไปมี 4 คนคือ คอนโด นากาคุระ โทโด โอคิตะ ทางคอนโดรับหน้าที่ไปจัดการพวกที่ชั้นล่าง ข้างบนเลยเหลืออยู่ 3 คนนั้น แล้วตามเรื่องเล่าคือ โอคิตะป่วย (บ้างว่าอ้วกเป็นเลือดออกมาเลย บ้างว่าไม่ถึงขั้นนั้น แต่สู้ต่อไม่ไหวคือเรื่องจริง) โทโดโดนฟันจนแผ่นป้องกันหน้าผากแหกเลือดอาบ เจ็บหนัก เหลือนากาคุระกับคอนโดช่วยกันสู้ จนฮิจิคาตะกับไซโต้ตามมาช่วยทันเวลา การ์ดซาโยโกะเป็นซีนนั้น

ไม่ต้องรอแล้วค่ะ กราบสต๊าฟ บ.เอลส์แวร์กันสิ!

 

 

(2) ความหมายของคำว่า “ผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์”

ว่าตามประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วกลุ่มชินเซ็นคือผู้แพ้ และถูกมองเป็นกลุ่มยากุซ่าหัวรุนแรงที่ฆ่าคนตามอำเภอใจจากคนจำนวนไม่น้อย เพราะช่วงแรกๆ ไม่ได้รับราชการเป็นเรื่องราว เป็นแค่ตำรวจพิเศษที่ได้รับคำสั่งให้รักษาความปลอดภัยในเกียวโต —- ผู้แพ้ในสงครามคือกบฏ เรามองกบฎด้วยความรู้สึกแบบไหนเวลาอ่านประวัติศาสตร์ กลุ่มชินเซ็นในสายตาคนญี่ปุ่นคงเป็นแบบเดียวกัน ก่อนมีกระแสกลุ่มชินเซ็นบูม พวกลูกหลานเชื้อสายตรงไม่ค่อยกล้าเปิดเผยตัวเลยล่ะค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ากลุ่มชินเซ็นน่ากลัว ฆ่าคนด้วย

แม้เป็นผู้ร้ายในประวัติศาสตร์ของผู้ชนะ ที่จริงพวกเขาแค่สู้ในสิ่งเชื่อมั่นเท่านั้นเอง — สำหรับฮิจิคาตะคือการจงรักภักดีต่อเจ้านาย…โชกุนและรัฐบาลบาคุฟุ

อ้อ แต่อย่าหวังว่าผู้ร้ายในประวัติศาสตร์บางประเทศจะเป็นแบบด้านบน ผู้ร้ายก็คือผู้ร้ายวันยังค่ำจ้า

เจ้าของบล็อกได้ทั้งความรู้ ความตื่นเต้น ได้คิดและปลงอะไรหลายๆ อย่างจากการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคนี้ด้วยเหมือนกัน เวลาเห็นภาพถ่ายของกลุ่มชินเซ็นโดยเฉพาะนากาคุระ ชิมปาจิกับไซโต้ ฮาจิเมะในวัยสูงอายุ อดคิดไม่ได้ว่าดวงตาของพวกเขามองเห็นอะไรมาบ้าง ตอนนั้นรู้สึกยังไง ตอนนี้รู้สึกยังไง ฯลฯ หากทำได้ อยากวาร์ปข้ามเวลาไปเห็นการใช้ดาบเพื่อ “ฆ่าคน” ของจริงของซามุไรสมัยนั้นสักครั้ง (แต่ไม่อยากโดนเองนะ) คงจะต่างจากเพลงดาบที่เราเห็นกันสมัยนี้แบบคนละเรื่องแน่ แล้วต้องฝึกขนาดไหนถึงจะมีฝีมือได้ระดับนั้น….คิดเรื่อยเปื่อยมาตลอดไม่เลิกเลยค่ะอิอิ

 

 

(3) ทำไมถึงเป็นชิโฮะ?

เคยมีอิมเมจในหัวกันมาก่อนมั้ยว่าถ้ามีการแสดงเกี่ยวกับกลุ่มชินเซ็น แล้วใครควรเล่นบทไหน

เจ้าของบล็อกไม่เคยคิดมาก่อนค่ะ แต่กลับรู้สึกว่าชิโฮะเหมาะกับบทฮิจิคาตะมาก ชนิดเอาคนอื่นในเทียเตอร์มาเล่นแทนก็เหมาะไม่เท่า ไม่สิ ไม่มีใครแสดงบทนี้ได้แล้วถ้าไม่ใช่ชิโฮะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น? เพราะความลำเอียงบังตารึเปล่า?

หลังจากคิดไปคิดมาอยู่หลายรอบ คำตอบคือ “ไม่ใช่เพราะความลำเอียงอย่างเดียวแน่นอน” เพราะชิโฮะมีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับฮิจิคาตะ ไม่ต้องรู้เรื่องราวของเขาละเอียด เอาแค่ในเนื้อเรื่องอีเวนท์นี้ก็เพียงพอ

ยุคบาคุมัตสึเพิ่งผ่านมาไม่นาน ยังไม่ถึง 200 ปีด้วยซ้ำ ถึงบอกว่ากลุ่มชินเซ็นเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่ไม่ถึงขั้นเอื้อมมือไม่ถึงเลย รูปภาพและลูกหลานก็มีอยู่ในปัจจุบัน แม้ยังไม่ถึง 200 ปีแต่สภาพสังคม ค่านิยมต่างๆ กลับต่างจากปัจจุบันแบบคนละเรื่อง ลองคิดดูว่าซามุไรที่ใช้ดาบสู้กันต้องใจแข็งแค่ไหน ดาบฟันลงไปในเนื้อในกระดูกเงี้ย ไม่ได้อยากลองฆ่าคนนะแต่อยากลองสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นสักครั้งว่ามันรู้สึกยังไง คิดว่าคงกลับมานอนซมจับไข้แหง 🤒 เพลงดาบต่างๆ ที่เราเห็นเป็นศิลปะสวยงามในปัจจุบัน ในยุคนั้นมันคือวิชาเพื่อขโมยชีวิตคน ยุคสมัยบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไล่ฆ่าคนเห็นต่าง ปิดประเทศไล่ตะวันตก 😨 กลุ่มชินเซ็นมีปณิธานแน่วแน่ว่าจะรับใช้โชกุนเท่านั้น แต่คนที่มาร่วมกลุ่มก็ไม่ใช่ว่าอวย รบ.โทคุกาวะกันหมด บางคนมาร่วมแค่เพราะอยากขับไล่ชาวต่างชาติ เมื่อศึกษาแล้วทำให้เห็นความวุ่นวายขององค์กรใหญ่ที่มีคนร้อยพ่อพันแม่ได้เป็นอย่างดี

ฮิจิคาตะมีชื่อเสียงจากฉายารองหัวหน้าปีศาจ ไม่ว่าหาข้อมูลเบื้องต้นของเขาที่ไหนจะพบเจอเรื่องความเข้มงวด ความโหดร้ายขึ้นมาก่อนเป็นลำดับแรกๆ ทว่าเนื้อเรื่องอันนี้กลับเน้นอีกด้านหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับชื่อเสียงเบื้องหน้าของเขา ไม่ได้เน้นความโหดหรือความเก่งกาจ ไม่ได้เขียนถึงในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียงในหน้าประวัติศาสตร์ว่ามีผลงานเด่นอะไรบ้าง แต่เขียนในฐานะ “มนุษย์คนหนึ่งที่มีชีวิตในยุคนั้น” เขียนถึงเบื้องหลังที่พวกเราอาจลืมนึกถึงหรือมองข้ามไปว่าเขาอาจจะมีมุมนี้เหมือนกับคนทั่วๆ ไป เนื้อเรื่องอีเวนท์เขียนให้เห็นถึงความอ่อนแอ ความกลัวของรองหัวหน้าปีศาจในฉากหลัง โทนของเรื่องดูอ่อนลงและรู้สึกว่าใกล้ตัวมากขึ้นจากการที่นักแสดงเป็นบุคคลใกล้ตัวพวกเราที่ใช้คำพูดคำจาและชื่อเหมือนกับยามปกติ มีแทรกแก๊ปน่ารักๆ บ้างอย่างจั๊กจี้งี้ เพราะจะให้ไอดอลจังเล่นบทโหดทรมานคนคงไม่เหมาะ  😉

สำหรับวาระสุดท้ายของฮิจิคาตะ ขอให้หาอ่านเรื่องเกี่ยวกับสาธารณรัฐเอโซะ แล้วจะได้ทราบถึงการยืนหยัดสู้เพื่อ รบ.บาคุฟุซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเชื่อมั่นจนถึงท้ายที่สุดของชายคนนี้

แล้วตรงไหนคือจุดเหมือนระหว่างฮิจิคาตะกับชิโฮะล่ะ? —- คิดว่าเป็นหัวใจมุ่งมั่นที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จให้ได้ค่ะ

(นิสัยผ่อนปรนยอมรับอะไรง่ายๆ หากมันทำให้ชีวิตสบายขึ้นของสองคนนี้ จะว่าไปก็เหมือนกัน…ฮิจิคาตะยอมรับการใช้อุปกรณ์และวิทยาการตะวันตก ส่วนชิโฮะไม่ใช่พวกดื้อแพ่งไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่นเลย ยอมเอามาใช้ถ้ามันดีขึ้นกว่าวิธีเดิมจริง)

ตอนก่อนเข้ากลุ่มชินเซ็น ฮิจิคาตะชอบแต่งกลอนแต่งไฮคุเป็นงานอดิเรก รวบรวมเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นเลย (ภาพที่ 8) แต่เมื่อเข้ากลุ่มชินเซ็นปุ๊บ ด้วยความจำเป็นในการคุมคนกลุ่มใหญ่และป้องกันการแทรกซึมจากฝ่ายศัตรูจึงทำให้ต้องออกกฎเข้มงวด จนกระทั่งมีชื่อเสียงในฐานะรองหัวหน้าปีศาจ…..ทั้งที่ก่อนหน้านั้นน่าจะเป็นชายหนุ่มเจ้าบทเจ้ากลอนแท้ๆ นะ ชิโฮะมีส่วนคล้ายตรงที่ก่อนเป็นไอดอลเคยเป็นเด็กธรรมดา ชอบแมวชอบตุ๊กตา แต่พอตัดสินใจทำเพื่อครอบครัวก็สูญเสียตัวเองคนเดิมและเปลี่ยนไป โดยเฉพาะซีนที่คุยเรื่องอุมิ (โอคิตะ) กับโคโนมิซัง (คอนโด) ทำให้คนดูที่เป็นบุคคลภายนอกเหตุการณ์ได้เห็นเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าฉากหน้า ซีนนี้แหละที่เจ้าของบล็อกรู้สึกว่าลิงค์กับชิโฮะมาก เชื่อว่าทุกคนผ่านความรู้สึกเดียวกันมาหมดตอนที่รู้จักอีกด้านหนึ่งของชิโฮะ

ชิโฮะเป็นตัวละครที่มองเผินๆ ภายนอกแล้วรู้สึกไม่น่าเข้าใกล้ นิสัยจริงจัง perfectionist เข้มงวดกับทั้งตัวเองและผู้อื่น พูดจาไม่เกรงใจใคร ถ้าคนเขียนเนื้อเรื่องต้องการชี้นำให้ผู้เล่นรู้จักชิโฮะในมุมนั้นผ่านอีเวนท์ก็ทำได้ แต่อีเวนท์นี้เลือกเขียน featuring ด้านอ่อนแอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งตามที่กล่าวไปด้านบน ซึ่งเป็นผลดีในการช่วยทำให้คนที่ยังไม่รู้จักชิโฮะดีพอ สามารถรับรู้ผ่านเนื้อเรื่องอันนี้ได้ว่าตัวละครนี้ก็มีแก๊ป มีด้านบอบบาง ฯลฯ คนที่ภายนอกดูเก่งแล้ว ดูเข้มแข็ง ความจริงอาจมีคนคอยช่วยเหลือประคับประคองอยู่เบื้องหลัง หรือมีชีวิตภายใต้สถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่เราเห็นจากภายนอก

ที่ผ่านมามีเรื่องทุกข์ไม่ใช่น้อย และรู้ทั้งรู้ว่าถ้าเลือกเดินต่อก็ไม่มีวันเจอเส้นทางสบายอยู่ดี ถึงอย่างนั้นจะหยุดเดินกลางทางไม่ได้ —- เพราะมีเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จ และเพื่อไม่ให้สิ่งที่สละไปเสียเปล่า

ลักษณะนิสัยกับบรรยากาศที่ดูน่ากลัวไม่กล้าเข้าใกล้คืออย่างแรกที่ทำให้นึกถึงชิโฮะก่อนใคร 🤔 และคิดว่าทีมงานเองก็ด้วย เลยวางตัวชิโฮะให้เป็นฮิจิคาตะไปก่อนตอนออกกาชาซามุไรเกิร์ล พอเอากาชามาปัดฝุ่นทำอีเวนท์ก็เขียนเรื่องได้เข้ากับตัวละครจริงๆ

ใครอ่านแล้วไม่รู้สึกคล้อยตามสักนิด ปิดประเด็นได้ด้วยประโยค “เจ้าของบล็อกแ-่งเพ้อเจ้อว่ะ” ค่ะ แฮ่ 🥴

.

.

.

 

ชอร์ทสตอรี่อันสุดท้าย ชิโฮะบอกว่าอ่านหนังสือเพื่อทำความรู้จักฮิจิคาตะ โทชิโซ ถ้าอ่านจนถึงสงครามฮาโคดาเตะแล้วล่ะก็ชิโฮะย่อมรู้แน่นอนว่าวาระสุดท้ายของฮิจิคาตะจบลงอย่างไร วิถีชีวิตของฮิจิคาตะเป็นมายังไง

ตัวชิโฮะคงไม่คิดว่าฮิจิคาตะเหมือนตัวเอง แต่น่าจะได้ฉุกคิดอะไรหลายอย่างจากการอ่านประวัติ

อย่างเช่น —– หนังเรื่องนี้จบในจุดที่กลุ่มชินเซ็นเริ่มมีชื่อเสียง หนังจบแบบแฮปปี้เอนด์ เอาไปเปรียบเทียบกับเพลงหนังสือภาพคือจบเพลง แต่เรื่องราวพวกนี้ไม่ใช่ “ทั้งหมด” เป็นเพียง “ส่วนหนึ่ง” ของชีวิต

เรื่องราวของกลุ่มชินเซ็นต่อจากนี้จะไม่สวยงามนัก มีการขัดแย้งด้านแนวคิดของสมาชิก มีการทรยศหักหลัง พ่ายแพ้ แตกกระสานซ่านเซ็น

ชิโฮะเองก็เช่นกัน แม้เพลงหนังสือภาพจะจบเพลงแบบมีความหวัง แต่อนาคตของเธอหลังจากนี้ไปอาจยังมีเรื่องลำบากหรือความทุกข์รออยู่อีก ถึงอย่างนั้น —-

 

“…สักวันอยากแสดงตอนต่อค่ะ เพราะฉันอยากลองเขียนอนาคตของกลุ่มชินเซ็นด้วยมือตัวเอง…!”

 

คำพูดนี้ประโยคเดียวนี่แหละที่ทำให้เกิดบล็อกเอนทรี่นี้ขึ้นมา 🧐 คำพูดออกจะเท็มเพลทตามฉบับญี่ปุ่นเนอะ แต่ถ้าแสดงก็ต้องแสดงตามบทที่เขาเขียนมาไม่ใช่เหรอ จะแสดงตามใจตัวเองได้ไง!? แถมเป็นเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง จะบิดเบือนประวัติศาสตร์เรอะ!? ———– คิดหาความหมายลึกๆ ของคำพูดนี้ไปๆ มาๆ…….รู้ตัวอีกทีปรากฏว่านั่งอ่านประวัติศาสตร์ยุคบาคุมัตสึ อ่านเรื่องราวของกลุ่มชินเซ็น ย้อนเวลากลับไปยุคนั้นอยู่เป็นสัปดาห์ สนุกมากค่ะแม้อ้วกเป็นคันจิ T.T มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ปัจจุบันของบางประเทศด้วย หวังว่าคงไม่ต้องผ่านสงครามโบชินเหมือนกัน

เรื่องราวของฮิจิคาตะ โทชิโซจบลงไปแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนด์ก็จริง แต่อนาคตของคิตาซาวะ ชิโฮะยังไม่จบและจะเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง —- เธอคงนึกอธิษฐานแบบนี้อยู่ในใจก็เป็นได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s